แล้วก็ถึงเวลากรีซ…..ตอนที่ 2 ซานโตรินี สวรรค์สำหรับคนช่างเดิน

จั่วหัวแบบนี้ น่าจะพอเข้าใจเนอะ….ว่าทริปนี้เดินทรหดแค่ไหน

ไม่เฉพาะแค่เราสองคนพ่อกะแม่เท่านั้น เด็กๆของเราก้อฟิตใช่ย่อย เดินกันจนพ่อกะแม่อายเลยทีเดียว ก่อนจะเล่ายาวถึงรายละเอียด
เอมี่ขอให้ข้อมูลของเกาะนิดนึง(นิดนึงจิงๆ เพราะรู้ไม่เยอะ ฮ่าฮ่า)

เกาะซานโตรินีมีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองฟิรา ส่วนใหญ่คนจะไปพักทีฟิรากัน เพราะร้านเยอะ ของแยะ แต่ช่วงที่เอมี่ไปเป็นช่วงกะลังจะไฮซีซั่น แปลง่ายๆว่า ยังโลว์อยู่นั่นเอง (ฮ่าฮ่า จะพูดทามมายหรอ) ร้านหลายร้านยังไม่เปิด และ กะลังตกแต่งกันอยู่ อากาศกะลังเริ่มจะดี คือไม่ร้อนจนเกินไป และเย็นกะลังสบาย ตอนที่หาที่พัก เอมี่เลือกอยู่นานมาก เพราะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะอยู่ที่ฟิรา(Fira) หรือ เอีย (OIA) ที่พักทีเอียราคาค่อนข้างสูง และหลายคนบอกว่าช่วงที่เราไปเนี่ย ร้านจะยังไม่ค่อยเปิด ควรไปพักทีฟิราแทน แต่หลังจากอ่านรีวิวโน่นนี่มากมาย เอมี่เลยเลือกที่พักที่เอียเลย จะได้ดูพระอาทิตย์ตกจากที่ห้องพักเลย ไม่ต้องเดินทางมาดู ตอนที่เลือกที่พักเนี่ย พี่น้องปล่อยอิสระมาก ทำให้ไม่ต้องคิดไรเยอะ เอาสวยอย่างเดียวเป็นพอ โรงแรมที่เอมี่เลือกอยู่ติดกะหน้าผา เห็นทะเลอีเจี้ยนชัดๆ จะ และเป้น CAPE suite นอนแบบในถ้ำเรย ตอนแรกที่ดูรูปก็ยังเฉยๆ เพราะปกติไม่ค่อยเชื่อรูปเท่าไหร่ พออ่านรีวิวแล้วก็หลงรักทันที ที่สำคัญได้เป้น 1 ใน 10 โรงแรมที่เค้าแนะนำด้วยย นั่นแน่ ดูดีนะเนี่ย ที่สำคัญ เค้ายินดีรับเด็ก 2 คนอีกตั่งหาก (หลายโรงแรมไม่รับเด็กสองคนเลยอ่ะ บางโรงแรมที่รับก็แพ๊ง..จนเราก็รับไม่ได้เหมือนกัน

โรงแรมทั้งหมดเอมี่จองผ่าน booking.com แล้วไปเช็คเรตติ้งใน tripadvisor อิกทีกันเหนียว
ตอนแรกเราจองโรงแรมนี้ไว้ 3 คืน ทางโรงแรมแจ้งว่าให้ใช้ transfer จากโรงแรมจะสะดวกกว่า เพราะที่ซานโตรินีไม่มีบ้านเลขที่ การเดินหาเป็นไปได้ยากมาก เราเลยตกลงจ้างรถโรงแรมมารับ เค้าคิดมา 25 ยูโร เราเลยจองขาไปซะเรียบร้อย…
พอใกล้ๆจะไปเราเช็คทริปเรืออีกที ปรากฏว่าไม่มีเรือตรงจากซานโตรินีไปมิโคนอส เราต้องนั่งเรือกลับมาที่ Piraeus ก่อนแล้วค่อยไปมิโคนอส เราเรยต้องยกเลิกคืนที่สามแล้วเอาไปนอนที่โรงแรมเดิมแทน (ปล. เรือข้ามเกาะจะมีวันที่ 6 เมษาอ่ะ แต่ไม่ทันทริปเรา)

—————————————-

มาต่อจากตอนที่แล้วนะจ้ะ … ถึงเกาะเรียบร้อย รถมารับ เขียนชื่อยาวววววมาเลย “arthittaya buranaparinyakul” ฮ่าฮ่า ยาวแบบเต็ม A4 พอคนขับเจอหน้า ถามเรยว่ามาจากประเทศไทยป่าว ก๊ากกกก พอถามว่า รู้ได้ไง ฮีตอบมาว่า ก็ชื่อยาวขนาดเน๊…เนี่ยพึ่งกลับมาจากเที่ยวประเทศไทยไม่นานเอง กำ…จำได้ตรงชื่อนี่หละนะ
(ขอบอกว่าชื่อ นามสกลุเอมี่ มีเรื่องให้ยิ้มจนถึงอิตาลีเลย ขอบอกกก)

เรารอรวมรถกะสาวจีนอีกสามคนแล้วก็ออกเดินทาง จากที่เมาเรือตอนใกล้ๆถึงท่า ยังไม่ทันหาย รถก็มาวนขึ้นเขาอิก เฮ้ออออ อยากจิบร้า ชั้นลืมยาดมได้ยังไงเนี่ย
ว่าแล้วก็คว้าลิปมันมาทาปากแทน (เพื่ออะไรไม่ทราบบบ) นั่งหลับตาท่องนะโมไปสักพัก เราก็มาถึงที่ัพัก ขอบอกว่าเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาขึ้นเขาไปเกือบ ชม ก็ถึง พอถึงก็ไปที่ tourist information เพื่อเช็คอิน ระหว่างรอเช็คอิน พนักงานที่รับก็ขอพาสปอร์ตแล้วก็พูดอิกว่า ชื่อยูยาวมากเลยนะเนี่ย แล้วก็อมยิ้ม ฮ่าฮ่า เลยบอกเค้าว่าเมื่อกี้ลุงคนขับรถก็พูดอย่างนี้ เค้าเลยบอกว่า เค้าเป้นคนเขียนป้ายเองหละ ไม่เคยเจอใครชื่อยาวแบบนี้มาก่อนเร้ยยยย ว่าแล้วเลยได้จองรถขากลับซะเรย ราคาขึ้นเป้น 30 ยูโร เพราะกลับวันที่ 1 เมษา ราคาปรับ น่านนนน โดนทุกที่.. ระหว่างนั้น เอมิกะปันปันก็สำแดงเสน่ห์ใส่สาวกรีซ จนได้คุ๊กกี้โฮมเมดมาเคี้ยวกรุบๆ ไม่เกรงใจแม่เรย (คนกรีซก็แสนดี ก่อนจะให้เด็กก็มาขออนุญาต แล้วก็บอกส่วนผสมของคุกกี้อย่างละเอียด ว่ามีอะไรบ้าง ลูกจะแพ้มั้ย น่ารักที่สุดอ่ะ ถ้าเป้นบ้านเราจะคิดมั้ยนะ ก่อนจะให้อะไรเด็กเนี่ย!!)

ระหว่างรอ strong man มาช่วยยกของตามที่สาวกรีซบอก เราก็ไปเดินซื้อหนม น้ำ รอสักพักคนยกกระเป๋าก็มา ตัวกะเปี๊ยวเดียว เฮ้อออ สงสัยไม่ไกล เราเดินตามไปติดๆ ลงเนิน ขึ้นเนิน ลงบันได้ เกาะบันได จนเริ่มหอบ เฮ้ยยย ยังไม่ถึงอิก คนยกกระเป่าก็หันมามองเป้นระยะๆ ว่ามานนนนจะไหวมั้ย ดีนะที่เอาเด็กไปด้วย เลยเนียนเดินช้าได้ ฮ่าฮ่า เดินไปสักสองสามพัก เราก็ไปถึง Cape suite ของเรา โอววว มาย ก๊อดดด ไกล เอ๊ยย สวยขนาดเน๊…บร้าไปแร้ว

ถึงห้องแล้วค่า

วิวจากที่พักตอนห้าโมงเย็นจ้า
สวยคุ้มมม

สาวสวยพาเราชมห้องที่มีสองชั้น เอมี่ส่งพี่น้องขึ้นไปข้างบน เพราะขาเริ่มสั่น ไม่สามารถไต่ระดับต่อได้ ฮ่าฮ่า ระหว่างรอ เด็กๆ กรี๊ดกร๊าด มีความสุขกะเปลือกหอยที่เอามาจัดเรียงในถาด เอาเข้าเอาออกไปดูตลอด ส่วนแม่หอบซะ…อากาศตอนที่ไปถึงดีมากกก เราถึงห้องประมาณห้าโมงเย็น แต่ฟ้าใสยังกะพึ่งบ่ายโมง เด็กๆ ตาตื่นกะความสวยงาม และ อากาศดี เราอยู่ที่ห้องสักพัก พอขาเริ่มหายสั่น เราก็เดินออกไปอิก เดินขึ้นเขา เกาะขอบ ปันกะเอมิชอบมาก ขึ้นบันไดเนี่ยยย ระหว่างทางเดินก็มีดอกไม้เป้นระยะๆ เราเดินเล่นสักพัก อากาศเริ่มหนาว ฟ้าเริ่มครึ่้ม ที่พักที่เราอยู่ไม่ไกลจากที่ดูพระอาทิตย์ตกมากนัก เราเรยเฉยๆ ชิวๆ ไม่ต้องรีบดู ระหว่างที่เดินหาอาหารเช้ามาทำให้เด็กๆทาน เพราะที่ห้องไม่มีข้าวเช้าแต่มีครัวให้ทำอาหารแทน เราก็เดินหาซื้อไปเรื่อย ร้านส่วนใหญ่ปิด พอใกล้ถึงที่พักมีร้านอาหารเปิดอยู่ร้านนึง วิวดีมาก แต่ลมแรงสุดๆ หนาวมากมาย ไม่สามารถนั่งกินที่ระเบียงได้ เอมี่เลยไปสั่งกลับบ้าน มื้อแรกของเราที่ซานโตรินี เป็น Greek salad + lamp steak ที่รสชาติเด็ดมากๆๆ อาหารกรีกนี่อร่อยดีแท้… สลัดผักเค้าสด ชีสก็อร่อย มะเขือเทศนี่เด็กสู้ตาย โดยเฉพาะปันปันติดใจมะกอกอย่างหนัก ขอกินทุกมื้อหลังจากนี้… ขอบอกว่าเรามีสลัดกรีกเกือบทุกมื้อเรย

โปรดสังเกตเส้นทางทรหด…

คืนแรกผ่านไป เด็กๆนอนหลับง่ายดาย ส่วนพี่น้องกะเอมี่ เท่าที่จำได้หลับไปก่อนลูก ฮ่าฮ่า

——————————————————————-

เช้าวันแรกที่ซานโตรินี เราได้แชมป์ตื่นเช้าคือปันปัน ปันปันปลุกมาดูทะเล บอกว่าแม่ดูสิ สวยจังเลยนะ แล้วก็ขอออกไปดูที่ระเบียง โรแมนติกที่สุดอ่ะ
ผู้ชายคนเน้…รักนะ

ตื่นเช้าไปหนายยย…

วิวสวยๆ จากระเบียงชั้นสอง 

วันที่สองของที่ซานโตรินี เรานั่งรถบัสไปเดินเล่นที่ฟิรากัน ค่ารถคนละ 1.6 ยูโร เพื่อยืนยันว่า เราคิดไม่ผิดที่จองที่เอีย ฮิฮิ เราเดินเล่นในเมืองสักพัก หลายร้านยังไม่ค่อยเปิดดี
วันนี้เราแวะกินอาหารเช้ากันทีฟิรา เป็นขนม และ คลับแซนวิช อร่อยทีเดียว แล้วก้มี wifi ให้เล่นฟรี เพลินเรย
หลังจากนั้นเราก็เดินถ่ายวิว ถ่ายเมืองไปเรื่อยเปื่อย เด็กๆ มีความสุขมากกะอากาศดีดี

ออกเดินทางจากห้องพัก จะไปท่ารถบัสจ้า

คุณนายเดินแบบทั่วเมือง
แวะเติมพลังก่อนไปเดินต่อที่เมืองฟิรา 

 เดินไปจนหมดมุข พี่น้องถามว่าทำไรต่อดี เอมี่เลยพาไปลงท่าเรือเก่า (ไม่รู้ไปทำไร) คิดว่าจะมีร้านอาหารให้นั่งเก๋ๆ (จริงๆจำผิดอ่ะ คิดว่า little venice อยู่ที่นี่) เรานั่ง cable car ลงไป เค้าคิดมาคนละ 4 ยูโร ไม่คิดเด็ก คนแทบไม่มีเลย เรานั่งกินเลย์กรีกรอสักพัก ก็มีคนลงตามมาอิกคัน เจ้าของเดินมาถามว่า เราลงไปต่อเรือไปดูภูเขาไฟหรอ เอมี่บอกป่าว ลงไปเฉยๆ เค้าก็ทำหน้า งง งง แต่เราไม่สน ฮ่าฮ่า (เพราะเราไม่รู้ว่าลงไปแล้ว มันไม่มีอะไร เอิ๊กๆๆ) ระหว่างที่เราลงไป เด็กๆ ก็ยังคงแฮปปี้ดี๊ด๊า ไม่มีทีท่าจะเหนื่อย พอลงไปถึงก็เริงร่าไปดูทะเลใสๆ กะเรือที่จอดอยู่ คนที่ขึ้นเรือไปภูเขาไปก็ตะโกนถามว่าไปมั้ยๆๆ จะว่าไปเค้าก็คง งง ว่าลงมาไมฟระ ไม่ไปขึ้นเรือ ฮ่าฮ่า เราเดินอาบแดดเล่นสักพัก ก็คิดว่าต้องขึ้นแระ เพราะมันช่างไม่มีอะไรเลย เราตัดสินใจพาเด็กไปขึ้นลา เพราะเด็กๆอยากขี่ลามาก

เราเดินไปหาลุงเจ้าของลา กะว่าไงก็ไม่เกินค่า cable หรอก ขึ้นลาลำบากจะตายเนอะ พอไปถาม แกบอกมาว่า 15 ยูโร โอววว แพงไปไหน เอมี่เลยบอกว่า เคเบิลแค่ 8 เองนะ ลุงก็ทำหน้าแบบว่า ก็นี่มันลาหนิ…แล้วก้ทำหน้าใจดี ลดราคาให้เหลือ 14 ยูโร ขอบจายยยย…พี่น้องเลยจัดการ บอกว่าให้แค่ 12 ยูโรนี่หละ ไปไม่ไป ลุงโดนนนน…นนน แกหันไปตะโกนโหวกเหวกกะแก๊งค์กาแฟก่อนพาเราเดินไปขึ้นลา หุหุ…

วิวทั่วไป สวยมากมายยย

กว่าจะไปถึงลา…ระหว่างทางเด็กๆก็เลือกสีลา จะเอาลาสีขาวนั่นนี่ (แม่ว่าเราคงเลือกไม่ได้หละลูก ต่อราคาเค้าซะ…) จนเอมี่ต้องบอกว่าลาขาวตอนนี้พักอยู่ ได้สีอื่นจะไปม๊ายยย… แล้วเราก็ขึ้นลา โดยลุงบอก แม่มาก่อนเรยยย เอมี่ก็ไปอย่างมั่นใจ เอิ๊กกก อ้ากว้างไปตะคริวจะกิน ขาชาไปแปร๊บบบ ต้องรับปันปันขึ้นมาอิก งืองือ…สู้โว๊ยยย อายุเป้นเพียงตัวเลข ไม่สำคัญ หันมาอิกทีสามีขี่ลาอิกตัว โดยปล่อยคุณเอมิยืนรออยู่กะลา เอ๊ย ลุง… แล้วลุงก็ส่งเจ้าหญิงขึ้นลา สมใจเค้าหละ

ได้เวลา…ของลาซะที อิอิ

การเอาลาขึ้นไปส่งยังยอดเขานั้นนนน ไม่ใช่เรื่องง่าย ลุงจะต้องพูดกะลาโดยการทำปากบรื๋อๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่เข้าใจว่าทุกคนเข้าใจนะ อิอิ แล้วก็เอาลามาผูกเชือกกันที่ก้น แล้วเดินตามกันไป โดยลุงก็ขี่ลาตัวแรก เอมี่กะปันขี่ตัวกลาง และพี่น้องขี่ตัวหลังกะเอมิ ตัวกลางไม่เท่าไหร่ แต่อีตัวหลังนี่สิ เดินปัดไปมา แถมเอมิก็ไม่ให้พี่น้องจับอานด้วย ชีจะจับคนเดียว จับอยู่สักพักก็เอื้อมลงไปลูบคอลา ลูบขนลา อย่างมีความสุข
ส่วนพี่ปันก็ลูบๆจับๆ คุยกะลาได้ด้วย ระหว่างทางเเดิน ลาตัวหน้าของลุงปุ๋ง แล้วก็อึออกมาทันที แทบจะโดนหน้าลาตัวของเรา เฮ้อออ ง่ายดีวุ้ยยยย

เดินไปสักพักจนก้นเริ่มชา ก็ยังไม่ถึง…เด็กๆแฮปปี้อย่างที่สุด ส่วนแม่กะพ่อน้านนนน ดีใจที่รีบมาตอนนี้ ตอนที่ยังไม่แก่เกินไป ฮ่าฮ่า…
นั่งให้ลาเขย่ามาสักพักท้องไส้เริ่มปั่นป่วน หิวอิกแระสิเนี่ย…

เอมี่ลงจากลาด้วยอาการขา และ ก้นชา ส่วนพี่น้องเเห้นว่าเจ็บก้นบ้าง ส่วนปันกะมิ…จะเอาอิก!!

เราเดินหาร้านอาหารไม่นาน ก็ได้ร้านวิวดีน่านั่ง คนเอเชียนั่งตรึม เราสั่งสปาเกตตี้ทะเล กะ ปลาหมึกย่าง ขอบอกว่ารสชาติดีมากมาย เด็กๆกินเกลี้ยง ส่วนราคาเช่นเคย ไม่เบาเรย 36.5 ยูโร เราเดินต่อสักพักก็กลับเอีย เอาเด็กไปนอนเพราะเริ่มง่วงแล้ว ประมาณบ่ายสองรถมาตรงเวลาเด๊ะ…พอขึ้นรถปั๊บก็หลับกันปุ๊บ…

รออาหารค่า

อิกมุมจ้า

มาแร้ววๆๆ หิวๆ

เอมี่กะพี่น้องมองหน้ากัน แล้วคิดว่า เด๋วคงตื่นเนอะ (ปลอบใจกันไป) ที่ไหนได้ ถึงที่รถจอด ท่านทั้งสองก็ยังคงหลับอยู่ แล้วแม่กะป๊าจะมีปัญหาอุ้มกลับห้องมั้ยยยย….

เราให้เด็กหลับตรงสถานี ดูทีท่าสักพัก ก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่น เอาฟระ…เอมี่ถามพี่น้องว่าไหวป่าว พี่น้องบอกไม่ไหวน๊า ปันก็หนักน๊า ไหนจะกล้องอิก… แล้วสักพักฮีก็อุ้มปันเดินนำไปซะงั้น เราก็ต้องแบเอมิและเป้ตามไปอย่างแมนๆ ระหว่างทางเดินเกาะขอบเขา ขึ้นๆลงๆบันได ก็พยายามท่องไว้ว่า เราต้องทำได้ เราอุ้มท้องมานานนะเฟร้ย ถ้าปล่อยตกเข้าลงไปไม่คุ้มน๊า…เดินขาสั่นแบก นน ประมาณ 14 โล (เอมิ + เป้) พร้อมบริกรรมคาถาขาแข็งเป้นระยะๆ เราก้ไปถึงห้องโดยสวัสดิภาพ พี่น้องขอไปถ่ายรูปต่ออิกหน่อย ไม่รู้จะฟิตไปหนายยย ปล่อยเอมี่นั่งขาสั่นจิเป็นลมอยู่คนเดียว…ระหว่างกะลังจะล้มตัวลงพักบ้าง ปันกะเอมิก็ตื่น กรี๊ดดดดดดดดดดด… อยากจิบ้า รู้งี้รออิกแป๊บแล้วให้เดินเองดีกว่า แง๊….

นอนกันตรงนี้หละ…ขอพักทำใจก่อน

พอเด็กตื่นก็ถึงเวลาสนามเด็กเล่น เอมี่พาปันเดินไปเล่นที่สนามเด็กเล่นกะเอมิ แล้วเราสั่งขนมประจำชาติมาลอง กะกาแฟกรีก รสชาติอย่าให้บอก เพราะไม่ได้กิน ฮ่าฮ่า พี่น้องบอกเฝื่อนๆ ฝาดๆ แต่ก็กินตลอด เหอ เหอ ส่วนขนมก็ หวานซ๊า…แล้วก็เหมือนจะมีอบเชยเยอะไปนิดส์ ตบด้วยไอศครีมอิก 1 โคน ก่อนจะกลับมากินอาหารที่ห้อง วันนี้ป๊าสำแดงเดชอิกครั้ง ผัดไส้กรอกกะเบคอน เพราะไม่สามารถเดินไปไหนได้อิก  วันนี้ปันกะป๊า เดินไปดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันสองคน แม่กะมิเฝ้าห้อง เพราะไม่สามารถขยับได้อิก 555 พี่น้องถ่ายรูปมาให้ดูแต่ละนาทีที่อาทิตย์ตก บอกได้คำเดียวว่าดูผ่านกล้องก็สวย เพราะมีคนถ่ายให้ดูอะ…น่ารักกว่าวิวเย้อออ ฮิ้ววววว

วันนี้เป็นอิกวันที่เหนื่อยมากกกกก เราก็เข้านอนอย่างแฮปปี้ คืนนี้หลับสนิทอิกคืน พรุ่งนี้จะต้องนั่งเรือ 8 ชม อิกแร้ววว

——————————————-

เช้าวันที่สาม อากาศยังสดชื่นแจ่มใส ฟ้าสวยมากมาย โอโชนจากทะเลและธรรมชาติทำให้ปอดได้ฟอกอย่างเต็มที่ หัวใจฟูด้วยความสุขที่เห็นเด็กๆ มีความสุข ยังอิกหลายวัน สำลักแน่ๆ ความสุขเนี่ยยย ^^

วันนี้เราออกเดินเล่นช่วงเช้า เพราะเรือที่จองกลับเป้นรอบบ่ายสามครึ่ง ถึง perieus ตอน 5 ทุ่มกว่าๆ แต่โชคดีโรงแรมจะส่งรถมารับ ก่อนจะเช็คเอ้าท์ เอมี่ฝากคนที่โรงแรมโทรคอนเฟิร์มเรื่องนัดรับอิกที เค้ายินดีบริการมากๆ น่ารักสุดๆ ขอบอกว่าผ่านมา 3-4 วันนี้ เจอคนกรีกใจดีทั้งนั้น แฮปปี้กะประเทศนี้มากมาย ใครจะมามาโลดดด

เราเช็คเอ้าท์ไปรอเรือทีทท่าเรือนานพอสมควร เอมิก็หลับ(อิกตามเคย) พี่น้องเลยเข้าไปกินกาแฟที่ร้านกาแฟ ระหว่างรอ เรือมาตรงเวลามาก แต่เราดันมาก่อนซะนานเรยรอไปยาววว สักพักเอมิตื่น ก็พอดีเรือมา ไปเล่นบนเรือต่อไปอิก เรานั่งเคบินเดิม แทบจะเป็นที่เดิมเลย แต่รอบนี้เหมือนจะมีปาร์ตี้กันบนเรือ เด็กวัยรุ่นเพียบ คนข้างหน้าก็เอาหมาขึ้นมาบนเรืออิก เสียงหายใจดังสุดๆ นึกว่าเสียงแอร์ 555 คนที่นี่นิยมเอาสัตว์ขึ้นเรือมากอ่ะ เจอทั้งหมา แมว นก (นี่ยังไม่พูดถึงที่ไม่เจอนะ) นั่งอยู่ด้วยกันนี่หละ แต่สัตว์เค้าฝึกมาดีไม่มีเสียงเห่าให้รำคาญเลย น่ารักมากกก…

นั่งๆนอนๆมา 8 ชม รอบนี้ชินแระ วิ่งเล่น ซื้ออาหารมากินแบบสบายอารมณ์ 5 ทุ่มกว่าๆ ถึงท่าเรือ รถมารับเรียบร้อย เรารีบเข้าเช็คอิน รอบนี้ห้องได้มาสามเตียง แบบฮิโซวขึ้นมาจากรอบก่อน สงสัยเห็นว่านอนไม่กี่ ชม ก้อออกอิกแระบ้านนี้ ใช้โรงแรมคุ้มเจงๆ ไปนอนก่อนดีกว่า เด๋วพรุ่งนี้ต้องขึ้นเรือไปมิโคนอสแต่เช้า….0735 น. อ่ะ แฮร่ ทริปนี้ทรมานอย่างมีความสุขกันถ้วนหน้า….


ค่าใช้จ่ายสามวันบนเกาะซานโตรินี

30/03

ขนมปังที่ท่าเรือ 1.5 ยูโร

ข้าวกลางวัน 18.82 ยูโร

ข้าวเย็น 30 ยูโร

ค่าโรงแรม 143 ยูโร

ค่า transfer 55 ยูโร (2 เที่ยว)

31/03

ข้าวเช้า 8.6 ยูโร

cable car 8 ยูโร

Donkey 12 ยูโร

bus to/from fira 1.6*4 ยูโร

ข้าวกลางวัน 36.5 ยูโร

ข้าวเย็นทำเอง 16.3 ยูโร

ไอศครีม 2.5 ยูโร

01/04

ขนม 17.5 ยูโร

กลางวัน 13 ยูโร

กาแฟ 4 ยูโร

ทิปยกกระเป๋า 10 ยูโร (2 รอบ)

ข้าวเย็น 12 ยูโร (บนเรือ)

เจอกันตอนที่ 3 นะจ้ะ มิโคนอส…จ้า

ปล. รูปสวยๆ รอดุใน FB นะจ้ะ อันนี้น้องไอล้วนๆ ชัดมั่งไม่ชัดมั่ง อิอิ

แล้วก็ถึงเวลากรีซ…..ตอนที่ 1 เอเธนส์-ซานโตรินี

กลับมาแร้วจ้า…ขอบอกว่า ทริปนี้ครบทุกรสชาติเรย แฮปปี้มากมาย 

ก่อนจะบรรยายไปถึงรายละเอียด ก็ขอน้ำๆสลับกะเนื้อๆ ไปมั่งละกันนะคะ กว่าจะถึงวันเดินทางของเรา
วันที่ 29 มีนา(ที่ผ่านมา) พอมานั่งนับวันกันจริงๆ จังๆ โอ้ววว ทำไปได้ 17 วันเต็มๆ กันเลย ใจคอจะไม่คิดถึงบ้านกันเลยเนอะ…

ทริปนี้เริ่มตั้งแต่เช้าวันที่ 29 มีนา ไปจนถึงหัวค่ำวันที่ 14 เมษา เรียกว่าครั้งนี้ยาวนานที่สุดในชีวิตของเราทั้งบ้าน เพราะไม่เคยมีใครออกนอกประเทศนานขนาดนี้เรย เชยป่าว ไม่รู้ รู้แต่ว่า ก่อนไปแอบกลืนน้ำลายดัง
เอื๊อกกก…ตรูจะไปรอดมั้ยเนี่ย

—————————-

รอบนี้ทั้งเอมี่และพี่น้องมีเวลาเตรียมตัวน๊าน นาน เรียกว่าเคลียร์งานได้ครบหมดก่อนไป แล้วก็นอนหลับกันตั้งแต่ 3 ทุ่ม (ไฟล์ท 9 โมง ต้องถึงแอร์พอร์ต 6 โมง ควรตื่นตี 4 ครึ่ง) ทุกคนหลับหมด ยกเว้นดิฉัน….ตาตื่น ไม่ยอมหลับ ต้องออกมานั่งเคลียร์งานต่อไปถึงเที่ยงคืน ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มีงานอะไรให้ทำแล้ว แต่….ก็คนมันนอนไม่หลับอ่ะ
เค้าเรียกว่า ตื่นเต้นป่าววว ถ้าใช่..เสียฟอร์มมากกกก ฮ่าฮ่า

และแล้วก็ได้เวลาตีสี่ ขนาดนอนไปไม่เต็มสี่ ชม ก็ยังเด้งดึ๋งตื่นมาอาบน้ำ และปลุกทุกคนได้อิกตั่งหาก อยากจะบร้า สงสัยจะตื่นสนาม(บิน) จริงๆ ว่าแล้วก็ปลุกพี่น้อง และ ปันปัน สำเร็จ ส่วนเจ้าตัวเล็ก ยังนอนก้นโด่งไม่แคร์ใครเช่นเดิม ทั้งจูบ กอด เขย่า แหย่ ชีก็ยังไม่ว่างลุกมาแต่งตัว จนจะถึงนาทีสุดท้าย ก็เริ่มย้อยแก้มย้อยๆ มาอาบน้ำไป บ่นไป
ตามประสาฮิโซวสาวโดนปลุก…

แต่น แตน แต๊น แล้วเราก็ออกเดินทางมาพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ยักษ์ของคุณนายออม รถเข็นคู่ใจของปัน และ กระเป่าใบใหญ่สุด(แต่เล็กอยู่) ของที่บ้าน กระเป๋ายักษ์ได้ที่นั่งหน้าเลย เพราะไม่สามารถยัดลงด้านหลังกระโปรงได้ ส่วนผู้เดินทางทั้งสี นั่งกอดกันหลังรถไปตลอดทางจนถึงสนามบิน…พอมาถึงก็เช็คอินได้ทันที แล้วเข้าไปเดินเล่น ระหว่างนั้นเด็กๆก็กินโยเกิร์ต กินหนมปังกันไปคนละชิ้น ก่อนจะขึ้นไปสำราญบนเครื่องบินต่ออิกเกือบ 7 ชม ก่อนต่อเครื่องที่โดฮา แล้วบินต่อไปที่เอเธนส์อิก 5 ชม แค่คิดก็….เสียวแวร๊บบบ ปันปันไม่เท่าไหร่ คุณนายเอมินี่สิ จะไหวมั้ยยย ต้องนั่งคนเดียวซะด้วย…อีกอย่างที่นั่งของการ์ตาแอร์แยกทีละ 3 ที่ พี่น้องเรยได้ปลีกวิเวกออกไปนั่งคนเดียว ปล่อยให้เอมี่ได้ผจญความสุขกันลูกๆ ทั้งสอง โดยมีพี่น้องคอยหันมาดูเป้นระยะๆ ว่าจะไหวมั้ย เกรงว่าจะสำลักความสุข 555

Image

สักหนึ่งแชะ ระหว่างรอเช็คอิน

Image

ประจำตำแหน่งค่า..คับ

 

ก่อนเครื่องขึ้น คุณแอร์สาวก็เดินแจกลูกอม ทำให้บรรดาลูกๆตาตื่นมากมายยย จะได้ฟันผุแล้ววว เย๊… เด็กๆแฮปปี้มาก และไม่มีอาการงอแง หูอื้อ แต่ประการใด เพราะมีลูกอมหลากรสคอยบริการตลอดเวลาที่มีเสียงบ่น…นอกจากจะมีลูกอมมาบริการแล้ว ยังมีทีวีและเกมส์ให้ดูกันอย่างเพลิดเพลิน เลือกกันอย่างสบายใจ โดยเฉพาะพี่ปันปัน โลกนี้ไม่มีใครนอกจากลูกอม และ Real steel (ที่มีให้ดูในเครื่องบิน) ส่วนเอมิ ดูการ์ตูนอย่างมีความสุข หันมาอิกทีหลับไปแล้ว..
เจ๊ยยยย นี่ช้านคิดอะไรมากไปกะเด็กพวกนี้รึป่าว ทำไมมันง่ายขนาดเน๊…

อาหารเช้ามาเสริฟ หันซ้ายก็หลับ หันขวาก็ไม่ตื่น ทำไงหละเนี่ย..กินซะเรยดีมั้ยยย เอิ๊กๆๆ อาหารก็เบ เบนะคะ ไม่อร่อยมากมาย แต่เอมี่ไม่มีต่อมรับรสใดๆ รู้แค่ว่าหิวก็กินหมดเท่านั้น ส่วนของเด็กๆ เก็บไว้รอเค้าตื่นดีกว่าเนอะ..
ถึงเราจะยังไม่อิ่มก็ควรห้ามใจไว้ -_-“

ImageImage

มีสองมื้อเรย เพราะต่อสองที

Image

อาหารบนเครื่อง พอไหวๆๆ

 

ผ่านไปเกือบ 3 ชม เด็กๆ ก็ตื่นกัน ก็ได้เวลาป้อนอาหารเช้า(ทีเย็นไปแระ) เช่นเคยปันปันกินได้พอสมควร ส่วนคุณนายเอมิ หลอกล่อยังไงก็ไม่สำเร็จ กินแต่ขนมปัง ชุดนั้นแม่เรยจัดการซะ…ส่วนมิ กินแต่หนม และน้ำแอปเปิ้ล..พลีสเท่านั้น ได้เวลาต่อเครื่อง เด็กๆก็ยังคงมีพลังอย่างต่อเนื่อง ถามแต่ว่า แม่ๆ อิกลำมี real steel กะ การ์ตูนป่าว แล้วจะมีลูกอมแจกมั้ย ของปันมีโควต้ากี่เม็ด เอมิเหลือเท่าไหร่…บลา บลา บลา… ไม่พ้นเรื่องขนม และ หนัง
รักจิ๊งงง เด็กเลี้ยงง่ายแบบนี้เนี่ยยย แหม…

Image

ตัวช่วยสำคัญ หนังเยอะมากกก เพลินทั้งแม่ ป๊า และ ลูก

เราลงต่อเครื่อง ตอนแรกคิดว่าจะต้องรอเพราะตามตารางประมาณ 1.30 น. แต่ด้วยความที่การ์ตาแอร์เวย์เนี่ยตรงเวลามาก เครื่องมาลงปุ๊บให้เดินไปขึ้นต่ออิกเครื่องเรย ห้ามลั้นลานะ..จะไปแระ เราก็เรยเดินต่อไปแล้วก็ขึ้นอิกเครื่องนึง
ดูเวลาก็เริ่มจะปรับเวลาลงไป2-3 ชมแระ อีกแป๊บเดียวก็จะถึงเอเธนส์แระเซ่..ตื่นเต้นเจงๆเรย

—————————————-

Image

จะถึงแร้วววน๊า…

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เด็กๆ หลับ กะดูการ์ตูน และ กินอาหารบนเครื่องแบบชิวชิว ส่วนแม่กะป๊า ง่วงมากมาย แต่อดทน (แหนะ ชมตัวเองก็เป็นะฮ้าฟ) เราลงเครื่องมาเวลาประมาณ 6 โมงเย็น กะลังเดินเล่นได้เรย แต่ป่าว เราต้องรีบต่อรถไปที่ Piraeus เพราะพรุ่งนี้ต้องลงเรือแต่เช้า (ฟิตเนอะ) ระหว่างที่เรานั่งรถ airport สาย X96 (ค่ารถ 5 ยูโรต่อคน เด็กไม่คิดจ้า)  เราก็คิดว่ามันคงจะลงตรงแถวโรงแรมพอดี แต่เปล่าเลย…เรารู้แค่ว่าต้องไปลงที่   “DIMOTIKO / ΔΗΜΟΤΙΚΟ” แล้วโทรบอกให้เค้ามารับก็ได้ ฟรี แต่เราก็ไม่ได้กะให้เค้ามารับนะ กะว่าเดินไปเองได้ไม่น่าไกล…แต่ขอบอกว่า “คิดผิด” 

 

อุ่ยยย อย่าพึ่งเล่าข้ามเรย เด๋วงง ขอเล่าแบบละเอียดหน่อย ระหว่างที่เราขึ้นรถ เราก็เดินไปบอกคนขับว่าจะลงป้ายนี้นะ..คนขับก็เออออ เพราะฮีพูดอังกิดมะด้าย แต่เท่าที่หาข้อมูลมาจะประมาร 1 ชม จากแอร์พอร์ตเราก็จะถึง พอใกล้ๆถึง ชม เราก็ไปถามอิกครั้ง ที่นี้บนรถหนะ คงจะมีคนไม่ได้ลงป้ายที่ต้องการ(หละมั้ง) เค้าก็เดินมาด่าๆๆๆคนขับ เสียงดังลั่น คนขับก้ออารมณ์แบบด่ากลับ ไล่ลง แสดงอาการปึงปังสุดๆ เรียกว่า ด่ามาก็ด่าไป..พอตาคนนั้นลงไปแล้ว ก็ยังบ่นๆๆเสียงดังอิก…ทีนี้แย่หละสิ จะลืมป้ายชั้นมะเนี่ย วีนซะขนาดน้านนน พี่น้องก็เลยไปถามป้าที่นั่งตรงข้าม ป้าก็ให้ไปถามอิกคนที่นั่งข้างหน้า คนนั้นก็เลยถามคนขับให้อิกที สรุปว่า………………….ยังไม่ถึง ฮ่าฮ่า นึกว่าเลยป้ายอิกคน

ตอนนี้เด็กๆหลับไปแล้วอิกหนึ่ง คงไม่ต้องบอกว่าใคร…คุณนายเอมิของเรานั่นเอง ส่วนพี่ปันตาเริ่มโหล แต่พี่น้องยังชวนคุยไปได้ตลอดทาง ปันก็ชอบคุย ดูนั่นดูนี่กันไปจนถึงป้ายรถเมล์…ที่นี้ถึงป้ายรถเมล์แล้ว ทำไงต่อหละเนี่ย เป๋าก็หนักเกิ้นนน เอมิก็นั่งรถเข็นหลับไปเรียบร้อย…

Image

ปันกะป๊าบน airport bus

เราเดินวนไปวนมาสักพัก ทยอยถามไปทีละคน ก็ยังไม่ถึง จนสุดท้าย สวรรค์ก็ส่งนางฟ้าลงมาหา…เด็กสาวชาวกรีซ เดินผ่านมา เราเข้าไปถามเค้าทันที เค้าก็บอกทางเท่าที่เค้าจะรู้…แล้วเค้าก็เดินไปส่งเรา แล้วก็ไล่ถามทางไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าโรงแรม OMG ระหว่างทางเดินไปประมาณ 15 นาที เราได้คุยกันเป็นระยะ เค้าถามว่าเรามาจากประเทศไหน เอมี่บอกว่าไทยแลนด์ รู้จักป่าว น้องคนนั้นรีบหันมาตอบเลย รู้จักสิ พร้อมหน้าตาจริงใจสุดๆ แล้วก็ถามว่าเดินทางมานานมั้ย เราตอบไปว่า 12 ชมกว่าๆ เค้าหันมาทำหน้าแบบว่า…โห นานเนอะ แล้วก็หันไปมองเด็กสองคนแบบอึ้งๆ (ว่ามาทำไมฟระ เอิ๊กๆๆ) แล้วเราถามไปว่าเค้าเคยไปมั้ย เค้าบอกว่าเคยไปแค่ฝรั่งเศส นั่งเครื่องสอง ชม ก็เหนื่อยแระ แฮร่…

คุยไปคุยมาก็มาถึงโรงแรม ซึ่งจริงๆ เค้าไม่ได้ขึ้นรถทางนี้เลย แต่เค้าก็บอกเราแบบไม่ต้องกังวลว่า เค้าจะลองทางใหม่พอดี ว่าไปได้มั้ย (แหมมม น่ารักจริงๆ มาลองวันที่พี่หลงทางด้วย นางฟ้าอ้ะป่าว) ร่ำลากันเสร็จ เราก็เข้าที่พัก เสียดายที่ไม่ได้ถามชื่อไว้ หรือขอถ่ายรูปไว้เรย เฮ้ออออ วันแรกก็ประทับใจซะขนาดนี้แล้ว…

Image

เราพักที่นี่เรย Hotel Phidias Piraeus

Image

ห้องนี้เรยจ้า

เราเข้าไปเช็คอิน ห้องเตรียมรอไว้อยู่แล้ว (แหงหละเนอะ เช็คอินซะเกือบสามทุ่ม อากาศเย็นสบายประมาณ 15 องศา) ต้องขึ้นเรือพรุ่งนี้ เรือก็ยังไม่ได้จอง เลยฝากเค้าจองซะเรย เดิมเรากะว่าจองตั๋ว Blue star ferry นั่ง fix ที่ ชั้นEK5 2คน แล้วเด็กๆไม่ต้องจ่าย เพราะฟรีเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ เอมี่ฝากเค้าจองทั้งไป-กลับซานโตรินี และ ไปมิโคนอส พอเค้าจองจริงๆ เด็กเสียครึ่งราคาถ้าจะฟิกซ์ที่ เพราะเด็กจะไม่มีที่นั่ง คิดแล้วก็….ต้องเอานะ จริงๆ ไม่อยู่ในงบ ฮ่าฮ่า กะว่าลูกนั่งพื้น  เอิ๊กๆๆ 

Image

ตั๋วเป็นเยี่ยงนี้ค่า

ข้อมูลราคาตั๋ว blue star ferry :

ขาไป santoriniผู้ใหญ่คนละ  39.5 EU เด็ก คนละ 20 EU / ขากลับปรับราคาวันที่ 1 พอดี๊…ผู้ใหญ่คนละ 42 EU เด็ก คนละ 21 EU นั่งเรือประมาณ 8 ชม

ขาไป Mykonos ผู้ใหญ่คนละ  39 EU เด็ก คนละ 19.5 EU นั่งเรือประมาณ 4-5 ชม

เรือออก 0735 น แล้วไปถึงประมาณบ่ายสามครึ่ง ยาวนานทีเดียวสำหรับเด็กที่พึ่งขึ้นเครื่องมา 12 ชมกว่าๆ แล้วได้นอนแบบผิดเวลาตอน 4 ทุ่ม โรงแรมนัดเวลาไปส่งตอน 0640 น. อาหารเช้าเรากะว่าไปหาเอาบนเรือ แพงหน่อย แต่น่าจะสะดวกสุดแระ  ตื่นเช้ามาเราฝากกระเป่าใบใหญ่และ รถเข็นไว้ที่โรงแรมนี้ เพราะจะกลับมาพักคืนก่อนไปมิโคนอสอิกครั้ง เด็กๆ และผุ้ใหญ่ พลังยังเหลือเฟือ ออกตรงเวลา และ ลั้นลาได้มากกว่าที่คิด เราขึ้นเรือประมาณ 7 โมงนิดๆ ซื้อโดนัทโรยน้ำตาลก้อนใหญ่ไป 1 ก้อน ราคา 1.5 ยูโร แพงใช้ได้ 60 บาทเรยนะเนี่ย รสชาติก็ยามาซากิดีดีนี่เอง ปันชอบมาก เอมิก็พอไหว ไปๆ มาๆ ไม่พอกินซะอิก เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจกะความใหญ่ของเรือ
เอมี่ยังตกใจ ตอนแรกนึกว่าตึกอะไรฟระ..แฮร่ ง่อดีเนอะ

Image

เด็กพลังเย้อออ กว่าที่เราคิดไว้มากกกก

Image

ถึงเรือแล้วค่า

เราจองไว้ที่ EK5 เป้นดาดฟ้าเรือเรย แต่ที่นั่งฟิกซ์ เดินไปมาสะดวก แต่จะว่าไปเราก็เฝ้ากระเป๋าอยู่ดีแหละ ส่วนคนที่ซื้อตั๋ว economy ก็จะนั่งอยู่ตามร้านอาหาร หรือตามล๊อบบี้ ถ้าลุกก็เสียม้า(นั่ง) ทันที วันที่เราไปคนไม่เยอะมาก แต่เต็มตรงที่นั่งฟรี บางคนนอนยาวเลยทีเดียว ส่วนในเคบินที่เรานั่ง ว่างซะ…รู้งี้ไม่จองที่เด็กก็ดีนะ เพราะน่าจะมั่วๆ ได้ ฮ่าฮ่า….แต่คนไทยใจงามอย่างเราได้แต่คิด เพราะทำผิดระเบียบไม่เป็น นั่นแน่…ดูดีชิมิ ชิมิ

นั่งเรือไป นั่งเรือมา อุ่ย เที่ยงแล้ว มิน่าหิว (นาฬิกาที่ท้องเนี่ยทำงานตรงเวลาสุดๆ) เดินไปหาอาหารกินดีกว่า พี่น้องส่งเอมี่ไปเซอร์เวย์ก่อน ได้แฮมเบอร์เกอร์เนื้อ(ปกติไม่กินเนื้ออ่ะ) กะเฟรนฟรายมา ขอบอกว่า ไม่ผ่าน กบว เรยต้องสุมหัวกินกะมิสองต่อสอง…อิอิ พอส่งพี่น้องไป โอวววว อาหารอร่อยมาาาา ซุลาฟสกี้ไก่ กะ ปลาหมึกวงทอด ฮิโซวมาเองเรย บอกแร้ว อย่าส่งนางทาสไปซื้อ งือ งือ…

Image

อาหารที่พี่น้องซื้อมา อร่อยมากกกก…

นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเรือแปร๊บเดียวก็ 8 ชม เพราะเรือจะจอดส่งคนตามเกาะต่างๆระหว่างนั้นอิก 4 เกาะ Paros / Naxos / Eros / Santorini แต่ละเกาะก็สวยงามไม่แพ้กัน คนทยอยลงกันไปเรื่อยๆพอสมควร พี่น้องไปถ่ายรูปมาหลายเกาะ ปันปันชอบมากที่ได้ดูเวลาเรือถึงเกาะ และ ออกจากเกาะ ปันมองน้ำที่เป้นฟองๆ แล้วเรียกเอมี่ออกไปดู พอไปถึงปันบอก แม่ดูดิ มีเพชรอยู่ในน้ำเต็มเลย สวยมากเลยเนอะแม่ ฟองน้ำสวยจิงๆ (หนาวก็หนาวนะ แต่จินตนาการเด็ก นี่ทำเอาอุ่นสบาย อยู่เป้นเพื่อนได้อิกสักพักเรยยย)

Image

จอดตามเกาะโน่นนี่ ให้ดูไปเรื่อยๆ เพลินๆ

Image

เด็กรักทะเล อยู่ตรงนี้คับ

Image

ชอบมากกกก ตาคนนี้

Image

ส่วนคุณนายโพสอยู่แต่ในเรือ

เดินเข้าเดินออกจนแม่เริ่มหนาว ก็ส่งป๊าออกไปแทน ปันปันมีความสุขกะการนั่งเรือมองทะเลมากมาย ส่วนเอมินอกจากออกมาเข้าห้องน้ำแล้ว เอมี่ยังไม่ค่อยกล้าพาไปดูเท่าไหร่ เพราะอากาศหนาวทีเดียว เด๋วติดใจแล้วจะแย่…แล้วเราก็มาถึงซานโตรินีแล้ววว ประตูเรือกะลังจะเปิดดดด โอว….ตอนหน้านะจ้ะ

Image

ถึงแร้วววว

Image

มารอรถขับไปที่โรงแรมแระจ้า…

สรุปค่าใช้จ่ายวันแรก

ค่ารถ airport express 10 ยูโร
ค่าเรือ 3 เที่ยว 364 ยูโร
ค่าห้อง 40 ยูโร
ค่าขนมคืนแรก 13.9 ยูโร

ค่าใช้จ่ายวันที่ 2 ขึ้นเรือไปซานโตรินี
ขนมปัง 1.5 ยูโร
ข้าวกลางวันบนเรือ  18.82 ยูโร
ข้าวเย็น 30 ยูโร
ค่าโรงแรม 143 ยูโร
ค่ารถไปรับ-ส่ง 55 ยูโร 

————————————————