ได้เวลา…ฟิตแอนด์เฟิร์มอย่างจริงจังกันซะที

ฮาโหล มาสวัสดีปีใหม่กันก็ซะปลายเดือนมกราแล้ว ยังแฮปปี้นิวเยียร์กันอยู่มั้ยคะ

ปีที่แล้วมีหลายสิ่งอย่างเกิดขึ้นมากมายกับเอมี่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าโรงพยาบาล หรือ ผลตรวจสุขภาพซึ่งถึงแม้ผลจะออกมาผิด แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าทำไมเราถึงไม่มั่นใจในตัวเองว่าเราดูแลสุขภาพดีมากพอ…ดีพอจนเราจะมั่นใจว่าผลที่ตรวจมาในวันนั้นผิดแน่นอน ทั้งๆที่เราดูแลอาหาร และ ออกกำลังกายมาตลอด เรายังสามารถหวั่นไหวไปกับผลที่ออกมาผิดๆในตอนแรกได้อีกเนอะ…

แต่ก็อย่างว่า เราก็ต้องเชื่อผลที่โรงพยาบาลที่เห็นก่อนอยู่ดี จำได้ว่าตอนนี้จิตตกมาก..เรียกว่า ร้องไห้อยู่ข้างในเลย ตอนที่เห็นผลในวันนั้น แต่เนื่องจากไม่ได้ไปคนเดียว เลยไม่สามารถปล่อยอารมณ์ได้เต็มที่ พอถึงบ้านเท่านั้น แทบจะล้มทั้งยืนเลยทีเดียว ใคร งง งง ว่าเรื่องอะไร ตามไปที่นี่ค่า

เอาเป็นว่า ผลที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป เอมี่จะไม่พูดถึงผลที่เกิดผิดพลาดขึ้นมาแล้วนะคะ แต่วันนี้อยากมาพิมพ์เรื่องการออกกำลังกายกันมากกว่าจะว่าไปสองปีที่ผ่านมา เอมี่ก็เริ่มได้หันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น หลังจากที่อยู่ดีดี ก็มีอาการไมเกรนเกิดขึ้น จากเดิมที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าอาการที่ปวดหัวแล้วไม่หายซักที เค้าเรียกกันว่า “ไมเกรน” จนต้องไปนอนแอทมิทที่โรงพยาบาล รวมไปถึงทำ MRI ที่สมอง เพราะไม่เคยเป็นอาการแบบนี้มาก่อน

ถึงแม้ว่าผล MRI สมองออกมาปกติก็ตาม แต่อาการไมเกรนยังคงมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะช่วงที่ใกล้มีประจำเดือน ซึ่งเอมี่บอกได้เลยนะ ตอนเด็กๆ ไม่เคยมีอาการนี้ พอเข้าเลขสามตอนปลาย ไหงถึงออกอาการหละเนี่ย เรียกว่า ปวดหัวเมื่อไหร่ ต้องรีบหายาไมเกรนก่อนเลย จำได้ว่า ถึงขนาดต้องสั่งขวดยาไมเกรนมาไว้ที่บ้านหลายยี่ห้อ ทั้งนำเข้า และ ในประเทศ เพราะเวลามีอาการทีหละก็…ทรมาน

หลังจากมีความสุขกับการกินยา รักษาที่ปลายเหตุไปสักพัก เริ่มรู้สึกว่า เรากินยามากไปมั้ยเนี่ย เลยเริ่มหาข้อมูลว่า ทำยังไงถึงจะหายไมเกรน เลยไปหาข้อมูลเรื่อยเปื่อย จนไปเจอบล๊อกคุณหนิง ศรัยฉัตร ที่เขียนไว้ว่าพอได้ออกกำลังกายแล้ว อาการไมเกรนที่เป็นก็หายไป เอมี่ก็เลยตามลอกวิธีคุณหนิงตั้งแต่นั้นมา

แต่บอกเลยว่า…ถึงจะเคยเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลสมัยเรียน แต่ตั้งแต่แต่งงาน มีลูกมานี่ ไม่มีการออกกำลังกายเลยแต่อย่างใด เพราะรู้สึกว่าเลี้ยงลูกก็เหนื่อยจะแย่แล้ว จะหาเรื่องให้ตัวเองไปเพื่ออะไร เราเชื่อว่าหลายคนคิดเหมือนกันนะ…ขี้เกียจร้อน ขี้เกียจเหงื่อออก ไม่ชอบเหนื่อย นอนดูทีวี กินขนมไปวันๆดีกว่า สบายกว่ากันเยอะ และ อีกอย่างไม่เคยมีใครมาขอร้อง หรือ บังคับให้ต้องออกกำลังด้วย…แล้วจะทำไปทำไมหละ

และแล้วเอมี่ก็เอาชนะความขี้เกียจลงไปได้…เอมี่สั่ง T25 มาลองดู เพราะเห็นว่า ก็แค่ 25 นาทีคงไม่เหนื่อยเท่าไหร่หร๊อก…ยังสาวอยู่เรยนิ

Focus-T25-Alpha-Phase-Calendar

วันแรกที่เต้น…ก็เป็นวันเปลี่ยนชีวิต และ ความนึกคิดที่มั่นใจในความสาว เอมี่เต้นไปได้ 12 นาทีมั้ง หัวใจจะวายอ้ะ เรียกว่า นั่งหอบจนสามีบอกว่าไม่ไหวก็พอเห๊อะ…(เด๋วจะตายซะก่อน)วันรุ่งขึ้น ร่างร้าวไปทุกส่วน แต่ด้วยความอายที่พึ่งเต้นไปวันเดียว ก็เลย(จำใจ)ออกต่อไปจนครบอาทิตย์ คงไม่ต้อง บอกเนอะ…ว่าเต้นตามเทรนเนอร์คนไหน 5555

10698646_10204905916192513_4541625209621654239_n

ผ่านไปสาม สี่อาทิตย์แรก ความเปลี่ยนแปลงเห็นชัดพอสมควร รูปร่างกระชับขึ้นนะ น้ำหนักไม่ได้ชั่ง เพราะรู้สึกไม่ได้อ้วนมากมาย เอมี่ออกจนจบ Alpha และ Beta phase เรียกว่าหยุดออกน้อยมาก พยายามทำตามตารางเป๊ะ จนมาถึงช่วงปลายปีของปีก่อน ก็หยุดปีใหม่ ยาวววววววววววว จนลูกเปิดเรียน ความขี้เกียจก็เริ่มคืบคลาน บอกตัวเองทุกวันว่า รอแผ่น Gamma มาก่อน แล้วค่อยเต้นต่อ เรียกง่ายๆ ไม่ maintain เลย ผ่านไปเกือบสามเดือน ได้แผ่น gamma มา…แต่อยากบอกว่า ไม่มีปัญญาเต้นแล้ว เหนื่อยมากกกกกก เพราะเราหยุดไปนาน จนคิดว่าถ้าจะกลับมา คงต้องไปเริ่มใหม่ ทีนี้ขี้เกียจแระนะ เลยไปโยคะแทน ชีวิตโอเค ช้าช้า เนิบๆ อาการปวดหัวไมเกรนไม่มีมาแล้วนะคะแต่ได้อาการใหม่มาแทน ทุกครั้งที่ก้มลงแตะพึ้น หรือ ไหว้พระอาทิตย์ จะหน้ามืด และ วูบ กว่าจะอยู่ตัว หรือ เรียกอีกอย่างว่า กว่าจะประมาณตนได้ ก็นานเหมือนกัน ทีนี้ก็เลยต้องกลับมาเพิ่มความดันเลือดให้ตัวเองต่อ ด้วยการออกกำลังที่หนักขึ้น จนปลายปีที่ผ่านมา พี่ชายหาจักรยาน Spinner มือสองมาให้ บอกเรยว่า ตอนแรกเฉยๆ มากๆ คิดว่ายังไงก็จะเต้นๆ โดดๆ น่าจะดีกว่าเยอะ แต่ผิดคาดนะ ตั้งแต่เอมี่ได้มา เอมี่มีโอกาสได้ออกกำลังกายบ่อยขึ้น ไม่เจ็บเข่าเหมือนเวลาโดดๆ ถึงแม้จะใช้เวลานานในการเบิร์นมากขึ้น แต่หัวใจได้เต้นต่อเนื่องเกิน 30 นาทีทุกวัน เรียกว่าเป็น Cardio ที่สมบูรณ์

10845981_10205616819484651_325796461919915602_n

เอมี่ได้มีโอกาสไปตรวจร่างกายอีกครั้งแล้วลองอ่านผลเทียบกับเมื่อสองปีที่ผ่านมา สิ่งที่ได้จากการออกกำลังกายต่อเนื่องมาตลอดคือ ความดันที่เพิ่มขึ้น จากเดิมตัวแรกได้ไม่เกิน 90/70 ก็เป็น 102/80 ชีพจรที่ปกติเต้นเร็ว 80 ก็เหลือแค่ 68 เท่านั้น

ดูแล้วเป็นนิมิตรหมายที่ดีมากๆสำหรับการดูแลสุขภาพเริ่มต้นของเอมี่ด้วยการออกกำลังกายนะคะ จากวันที่ได้ผลตรวจร่างกายผิดๆมา และวันที่ต้องเสียน้ำตา เสียใจ เมื่อรู้ว่าผลสุขภาพไม่ดี มันแย่นะ…เอมี่ถือว่า เป็นคำเตือนจากสวรรค์ ถ้ายังมีโอกาสดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี จงรีบทำซะก่อนที่ไม่มีโอกาสเสียใจ หรือ ไม่สามารถออกกำลังกายได้อีกเลย

ว่าแต่ตอนนี้พร้อมมาออกกำลังเป็นเพื่อนกันรึยังจ้ะ ไม่ว่าจะวิ่ง จะเต้น จะขี่จักรยาน วิธีไหนที่เข้าทาง เริ่มกันเลยนะ
เอ๊าาาา ฮึบ ฮึบ จะได้อยู่ดูแลลูกและสามีกันไปอีกนานๆ เนอะ ^^

สำหรับเอมี่ ปีนี้ขอปั่นจักรยานไป ดู Spinning training ใน Youtube ไปพลางๆก่อนแล้วกันจ้ะ

10896834_10205954923257034_6909510314272501246_n

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s