HelmetHero โปรเจคส์ดีดีที่ต้องบอกต่อ…

หลายคนคงรู้กันเนอะว่าบ้านเอมี่ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะหลักในการรับส่งลูกๆไปโรงเรียน
ก็แหม โรงเรียนใกล้บ้านซะขนาดนั้น จะใช้รถยนต์ไปเพิ่มมลพิษในซอยเล็กๆก็ใช่ที่
แต่บางทีที่พี่น้องไม่ว่างไปรับส่วนใหญ่เอมี่จะเดินไปรับเอมิแทน ส่วนปันปันก็ให้อาเจ็กช่วยรับมาส่งที่บ้าน
เรียกว่าใช้รถยนต์ค่อนข้างน้อยทีเดียว

ในช่วงแรกที่ปันปันไปโรงเรียนคนเดียว บอกตรงๆเลยว่าเราไม่ได้ใช้หมวกกันน๊อค
เนื่องจากโรงเรียนอยู่ในซอยบ้านระยะประมาณ 200 ม.การจราจรในซองค่อยข้างโล่งมาก
แต่พอปันปันโตขึ้นต้องย้ายไปฝั่งประถม ซึ่งอยู่ซอยตรงข้ามกับซอยบ้าน
และเอมิก็เริ่มเข้าโรงเรียนเราเลยต้องมีหมวกกันน๊อคให้เด็กๆ กันหน่อย

จะว่าไปนะ หมวกกันน๊อคเด็กก็ไม่ได้หาง่ายนะ แบบที่ไม่หนักหัว ใส่แล้วคอไม่หดเนี่ย!!
เราหามานาน ถ้าของเด็กเล็กก็ดูบอบบางเสียเหลือเกิน และบางรุ่นไม่มีมาตรฐานด้วย
แต่สุดท้ายเราก็หาได้ในแบบที่ถูกใจทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
ตั้งแต่นั้นมาหมวกกันน๊อกก็เป็นอุปกรณ์ติดตัวของเด็กๆมาตลอด

้helmet hero

วันก่อนได้มีโอกาสดู viral ของโครงการ HelmetHero บน BTS ดูแล้วสะกิดใจน่าดู
คือแบบชอบอ้ะ…ดูแล้วอมยิ้มนะใครดูแล้วมั่งอ้ะ ที่มีพระมาพรมน้ำมนต์กลางสี่แยก
แล้วให้พรประหนึ่งว่า โชคดีนะโยม เดินทางปลอดภัยด้วยน้ำมนต์หลวงตา
คนขี่มอเตอร์ไซค์ที่รอไฟแดงก็ งง แต่ทุกคนก็ใส่หมวกกันน๊อคนะ แต่มีภาพที่ตัดไปแวบนึง
มีเด็กสองคนไม่ได้ใส่หมวกอ้ะ จะว่าไปถ้าไม่มีลูก เราคงดูผ่านๆ ไป ไม่ได้รู้สึกอะไร
และคงดูโฆษณาผ่านๆ ไปแบบขำๆ แต่พอมีเด็กเข้ามาเกี่ยวเนี่ย
ดูแล้วเหมือนเราเอาชีวิตลูกไปฝากไว้กับโชคชะตาไงไม่รู้ คือบางทีเราอาจขับขี่ปลอดภัย
แต่คนรอบตัวเรานี่ เราก็ไม่รู้เนอะ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ถ้าสามารถผ่อนให้หนักเป็นเบาได้ ทำไมเราจะไม่ทำ
……..

แหม๊….แล้วในชีวิตจริง พระท่านก็ไม่ได้แวะมาพรมน้ำมนต์กลางสี่แยกทุกวันซะด้วยสิ….
แล้วจะหวังให้อะไรมากันน๊อคหละ
เรียกว่า You on Your own ของแท้!!

ในฐานะที่เอมี่ก็เป็นอีกครอบครัวนึงที่ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นอีกพาหนะในการรับ-ส่งเด็กๆ
เลยอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมรณรงค์ แคมเปญ Helmet Hero
ที่ต่อยอดมาจากแคมเปญ The 7% Project ตั้งแต่ปี 2557 อีกครอบครัวหนึ่ง
ถึงแม้ที่ผ่านมาในช่วงแรก เราเองไม่ได้ให้ความสำคัญกับหมวกกันน๊อคเด็ก
แต่พอได้รับข้อมูลว่ามีเด็กในวัยเรียน ทุกๆวันราว 1.3 ล้านคนที่เดินทางโดยการซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์
แต่กลับมีเพียง 7% เท่านั้นที่สวมหมวกนิรภัย
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก
โดยในแต่ละปี มีเด็กกว่า 2,600 คนเสียชีวิต หรือมากกว่า 7 คนต่อวัน
และอีกเกือบ 200 คนต่อวันได้รับบาดเจ็บหรือพิการ หรือกว่า 72,000 คนต่อปี
จำนวนความสูญเสียมันเยอะมาก คงไม่มีใครอยากให้มีเด็กคนไหนได้รับอุบัติเหตุ
และ เสียชีวิตเพียงเพราะเราละเลยการใช้หมวกนิรภัยเนอะ
ความสูญเสียเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการให้เด็กๆสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ต้องเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์

ด้วยเหตุนี้เครือข่ายองค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านคุ้มครองเด็กและป้องกันอุบัติภัยบนท้องถนน
นำโดย มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation) และ องค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children)
จึงได้ร่วมมือกันริเริ่มโครงการ The 7% Project – เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก
โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและพิการทางสมองในเด็ก
ด้วยการเพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยของเด็กจาก 7% ให้เป็น 60% ทั่วประเทศภายในปี 2560
ซึ่งเอมี่เชื่อเหลือเกินว่าทำได้ไม่ยาก ถ้าเราๆผู้ปกครองร่วมมือกันจริงจังที่จะกระจายข่าวสาร
และ ส่งเสริม กระตุ้นให้ทุกคนหันมาเห็นความจำเป็นในการใช้หมวกนิรภัยในเด็ก

แอบบอกนิดค่ะ ที่เว็บ www.helmethero.org  เค้ามีแคมเปญรวมตัวเหล่าผู้กล้า เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา “Everyday Heroes ใครๆก็กันน็อค” ด้วยหละ แต่ละคนมาจากหลายๆวงการ และหลายสาขาอาชีพ แต่ทุกคนต่างเห็นความสำคัญของหมวกนิรภัยเหมือนกันเลยมารวมตัวกัน สนใจลองแวะเข้าไปดูนะคะ น่าสนใจเลยหละ

“เพราะชีวิตไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เราถึงต้องจริงจังที่สุดกับความปลอดภัยของคนที่เรารักและตัวเราเองนะคะ”

One thought on “HelmetHero โปรเจคส์ดีดีที่ต้องบอกต่อ…

  1. Pingback: กิจกรรมครอบครัวดีดี…คอซอง ขาสั้น กันน๊อค | My AmiPann story

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s