ในวันที่ลูกเริ่มมีความลับ…

จะว่าไปคงไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก สำหรับการที่เด็กสักคนจะมีความลับ แต่จะว่าไปเราไม่มีทางรู้เลยว่าความลับของลูกจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ถูกมั้ยคะ เพราะถ้าเรารู้มันคงไม่ใช่ความลับ…

เมื่อลูก ริอ่าน มีความลับ…พอเขียนแบบนี้ขึ้นมา รู้สึกมันช่างเป็นเรื่องใหญ่เสียเหลือเกินในมุมมองของคนเป็นแม่ ทั้งสับสน ทั้งงุนงง และรู้สึกเหมือนถูกหักหลังเล็กๆ เด็กตัวน้อยที่เราเห็นมาตั้งแต่ตัวแดงๆ วันนี้หัดมีความลับอ่ะ เฮ้อออ เขียนๆอยู่นี่ก็ยังสับสนนะ เพราะตอนแรกที่รู้นี่แอบใจสั่น แต่พอถอยตัวเองออกมาเป็นคนปกติที่ไม่ใช่แม่ กลับรู้สึกต่างออกไป และพอเริ่มถอยตัวลงไปสมัยอายุน้อยสุดเท่าที่จำความได้…กลับพบว่าจริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่นิ ถ้าความลับที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และเป็นความลับที่เราต้องการเก็บไว้แค่พอเป็นส่วนตัว คงเหมือนกับการเขียนสมุดบันทึกและไม่อยากให้ใครอ่านแค่นั้น

1456216811423

ความลับของปันปันกะเอมิ
เป็นเรื่องขนม เรื่องอาหาร ที่เราเฝ้าบอกว่า ไม่ควรกิน ไม่มีประโยชน์ เรียกว่าทุกครั้งที่ขอซื้อก็มักได้รับการปฏิเสธจากพ่อและแม่เสมอ ย้อนกลับมาถามตัวเองค่ะ ว่าเรามีวันไหนที่อยากจะกินมาม่าต้มทั้งๆที่อิ่ม ทั้งๆที่แค่ได้กลิ่นจากบ้านข้างๆมั่งมั้ย ก็มีนะ และเราก็ทำเลยด้วยทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ ผมร่วง ผงชูรสเยอะ บลาบลาบลา… หมากฝรั่ง ตอนเด็กๆก็โดนพ่อกับแม่ห้ามเหมือนกัน แต่ก็อยากชิม และก็เตือนตัวเองเสมอว่าอย่ากลืน แบบเดียวกับที่ทุกวันนี้เฝ้าห้ามลูกซื้อ…ซึ่งลูกไม่เคยได้ชิมซักกะที เยลลี่ ขนมขบเคี้ยวก็เช่นกัน ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไม่ให้ลูกกิน แต่นั่นก็แค่ในสายตาเราค่ะ ที่เค้าเชื่อ และ ยอมทำตาม แต่เมื่อไหร่ที่เราเผลอ…เมื่อไหร่ที่เค้ามีอิสระ เค้าจะไม่พลาด

เอาหละค่ะเข้าเรื่องกันดีกว่า เมื่อความลับไม่เป็นความลับอีกต่อไป สำหรับเหตุการณ์ที่เอมี่เจอ เรียกว่าเจอกันต่อหน้าและปันปันก็ไม่ได้มีอาการปากซีดตัวสั่นที่เจอแม่ แต่กลับแสดงความภูมิใจที่ได้ทำให้แม่เห็นมากกว่า

เหตุการณ์ที่ 1 ที่เอมี่เจอ แต่เป็นครั้งที่ 3 ที่ปันทำ ปันลงไปเรียนเทควันโด พร้อมแอบพกเงินไป 10 บาท เพื่อข้ามถนนไปซื้อมาม่าต้มยำกุ้งถ้วยเล็กที่เซเว่น ซึ่งการไปซื้อ ต้องเดินข้ามถนนเล็กๆ ที่มีรถวิ่งเข้าคอนโดไม่บ่อย และเป็นวันเวย์ เอมี่ลงไปเจอเพราะต้องไปส่งของที่หน้าตึก ตรงแถวโรงเรียนเทควันโด และหาปันไม่เจอครูเลยบอกว่าเค้าขอไปซื้ออาหารที่เซเว่น (ตอนครูบอกก็เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กวัยนี้ แต่แปลกที่เราดันรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดา) แล้วเราก็เห้นปันปันเดินยิ้มออกมาพร้อมมาม่าควันฉุย และเดินมานั่งทานที่ม้าหินหน้าคอนโด หลังจากที่เห็นปันนั่งทานมาม่า และ ข้ามถนนไปซื้อเอง แวบแรกเอมี่ก็บอกไปว่าทำไมทานมาม่า ไม่มีประโยชน์เลย แวบที่สองเอมี่บอกว่าข้ามถนนไปเองได้ยังไงไม่ปลอดภัย แต่สุดท้ายที่เอมี่ทำก็คือ ทานให้อิ่มแล้วไปเรียนให้เรียบร้อย เด๋วเราค่อยคุยกันนะลูก ก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปที่ห้อง และแยกกับปัน

ในคืนนั้นก่อนนอน เรานั่งคุยกันถึงเรื่องที่แอบซื้อมาม่า แอบข้ามถนน และแอบเอาเงินลงไปซื้อถึงแม้จะเป็นเงินเก็บของตัวเองก็ตาม เราแยกคุยกันทีละเรื่อง ก็ได้เรื่องมาว่า อยากจะกินมาม่าบ้าง เพราะขอแม่ก็ไม่ได้กินอยู่ดี เลยคิดว่าซื้อกินเองดีกว่า ว่าแล้วก็จัดเวลาเรียน และเวลากินให้พอดีกัน (ซึ้งทำได้ดีนะ ถ้าไม่คิดว่าแอบทำ เพราะมีเวลาทานและพักก่อนเรียน 30 นาที และสามารถสื่อสาร ให้พี่ที่เซเว่นช่วยจัดการใส่น้ำร้อน และ เดินถือข้ามถนนกลับมานั่งทานได้อย่างปลอดภัย) สุดท้ายเราปิดบทสนทนากันด้วย ความเป็นห่วงของแม่ อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งที่เค้าทำ และบอกเด็กว่า วันหลังจะไปให้บอกด้วย จะได้ฝากซื้อของ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตำหนิเค้ารุนแรงในสิ่งที่เค้าได้ทำไปแล้ว และสิ่งที่จะล้วงความลับได้ง่ายที่สุด คือสร้างความไว้ใจให้เค้ามากที่สุด และทำสำคัญเราต้องเป็นพวกเดียวกัน เพื่อที่จะได้มองโลกในมุมเดียวกัน

เหตุการณ์ที่สอง เกิดหลังบทสนทนาเกี่ยวกับเหตุการณ์แรกไม่นาน เด็กๆก็บอกว่าเคยไปมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกไปซื้อซับเวย์ตามที่แม่บอก แล้วก็พากันข้ามถนนไปซื้อหมากฝรั่ง และ เยลลี่ โดยระหว่างทางที่วิ่งไป เอมิเผลอทำเงินทอนหล่นท่อไปสองบาท ตอนซื้อของที่เซเว่น เอมิเลยขอแลกเงินตัวเอง เพื่อเอามาทอนแม่แทนเงินที่หล่นท่อไป ส่วนพี่ปันหลังจากได้หมากฝรั่งแล้ว ก็รีบเคี้ยวจนหมดก่อนขึ้นมาที่ห้อง (แสดงให้เห็นถึงความเก็บกด555)

เหตุการณ์ที่สาม แต่เป็นเหตุการณ์แรกของเด็กๆ ปันกับเอมิลงไปเรียนเทควันโด แต่ก่อนเข้าเรียน ปันกะเอมิชวนกันไปซื้อมาม่าหมูสับมาแบ่งกันกิน ปันเอาเงินลงไป 15 บาท ซื้อมาม่าเสร็จ เอมิทานได้คำเดียวก็เผ็ดมาก อยากดื่มน้ำ ทั้งสองคนเลยข้ามไปซื้อน้ำด้วยเงินที่เหลือ 5 บาท พอซื้อได้เรียบร้อยก็กลับมานั่งกินกันต่อ เอมิบอกว่า แม่รู้มั้ยเราต้องประหยัดกันมากเลย เพราะมันเผ็ด ต้องแบ่งกันกินน้ำ…ฟังแล้วก็แอบชื่นใจเนอะหลบๆซ่อนๆยังรักกัน 555

เอมี่นั่งฟังไปแบบคิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าเด็กๆที่บ้าน ป3 กับ อ3 จะมีความสัมพันธ์ที่ล้ำลึก และ ซับซ้อนกันขนาดนี้ เราคิดว่าตลอดว่าเราเลี้ยงใกล้ชิด และเราก็เตรียมช่องว่างให้เด็กๆ ได้มีอิสระในการคิด ในการทำสิ่งต่างๆ มากพอสมควร แต่ในวันที่เราได้รู้ ได้เห็นว่าเค้าใช้ช่องว่าง และ ความไว้ใจของเราได้เต็มศักยภาพ และ เติมเต็มความต้องการได้เต็มที่ เราก็ต้องกลับมามองตัวเองใหม่ ว่าอะไรที่มันตึงไป มันคงต้องหย่อนลงมั้ย…เริ่มสต๊อกมาม่า หมากฝรั่ง และ ขนมต้องห้ามไว้บ้างแล้ว ซื้อใจกันหน่อย

จริงๆ หลังจากที่เรานั่งคุยเรื่องความลับกัน เราก็เริ่มแลกเปลี่ยนอะไรกันเยอะขึ้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในปัจจุบัน นั่งอธิบายว่าโลกปัจจุบันนี้ไม่ได้สวยหรู คนใจดี และ คนใจร้ายมีเท่าๆกัน เรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนะกับลูก ที่เราคิดเสมอว่าเค้ายังเด็ก ยังไม่ทันรู้และเข้าใจ แต่ถึงเวลานี้รู้เลยค่ะ ว่าเค้าโตกว่าที่เราคิดมากค่ะ ลูกไปไว เราก็ต้องตามไปให้ทันค่ะ

ตอนนี้เอมี่ก็หวังว่าที่เราคุยกันเปิดใจให้กัน คงทำให้ช่วงว่างที่จะใส่ความลับเล็กๆ ของเด็กลดน้อยลง และเชื่อใจ และไว้ใจแม่มากขึ้น จริงๆ แล้วที่เค้าทำไปเพราะเราห้าม ไม่อยากให้เราดุ และ อยากให้เราเข้าใจ

แค่เข้าใจเท่านั้นค่ะ มาม่า หมากฝรั่ง ลูกอม เยลลี่ ถ้ามันไม่ได้หนักหนาก็จัดไปค่ะ…(ไหงจบงี้หละเนี่ย)
ยังมีอะไรอิกเยอะที่ลูกยังต้องลอง เอาเป็นว่าให้เค้ารู้ประโยชน์ และ โทษ และไว้ใจให้เค้าตัดสินใจชีวิตเค้าเอง เอมี่เชื่อว่า ความรักที่เรามีให้ ย่อมเป็นเกราะป้องกันเค้าได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งค่ะ

1445159842192

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s