ก่อนจะถึงนิวซีแลนด์…

ก่อนจะถึงนิวซีแลนด์…แดนในฝัน

ก่อนอื่นต้องออกตัวเลยกว่า กว่าจะได้ไปเนี่ย แพลนกันยาวนาน ยาวตั้งแต่ก่อนจะมีแผ่นดินไหว และพอมีแผ่นดินไหวเราก็พักแผนไปชั่วขณะ ส่วนหนึ่งเพราะเด็กๆ ยังโตไม่พอ และส่วนตัวคิดว่าน่าจะอึดไม่พอสำหรับการเดินป่า แต่ปีนี้หลังจากที่ขุนกันมา เอ๊ยยย ออกกำลังกายกันมาประมาณนึง ก็ถึงเวลาที่สมควรที่จะไปเที่ยวแล้ว…อ่านแล้วดูดีมะ แต่ความเป็นจริงนั่นคือ แต่นแตน แต๊นนนน มีโปรตั๋วออกมาพอดีในช่วงที่กำลังหาค่ายซัมเมอร์ให้ปันปันกะเอมิ ป๊าน้องเลยบอกว่าพาลูกเที่ยวกันดีกว่า หลังจากนั้นก็เริ่มจัดช่วงที่เหมาะสม และหาข้อมูลงบประมาณคร่าวๆ เพื่อสรุปงบก่อนจองตั๋ว เพราะไม่ใช่เด๋วมาเป็นค่าตั๋วถูก ค่าครองชีพแพงโดดดดดด

มาดูกันว่าจะไปนิวซีแลนด์ต้องใช้อะไรกันบ้าง

1. ตั๋วเครื่องบินไปนิวซีแลนด์
ตั๋วโปรที่เราได้มาเป็นของแอร์เอเชียเอ็กซ์ในราคาเพียง 15,xxx บาทต่อคน ซึ่งในราคานี้รวมน้ำหนักกระเป๋า 55 kg เรียบร้อยค่ะ แต่ตั๋วนี้ไม่บินไดเร็ค หรือ Check Thru นะคะ ต้องแยกตั๋วออกเป็นสอง Routes ค่ะ คือตั๋วแรก กรุงเทพ-กัวลา / กัวลา-กรุงเทพ
ตั๋วสอง กัวลา-โอคแลนด์ / โอคแลนด์-กัวลา
ตั๋วแบบนี้ต้องเผื่อเวลาต่อเครื่อง เอากระเป๋า เข้า ตม แล้วไป checkin ใหม่อิกรอบนะคะ แต่ถ้าอยากได้แบบไม่ต้องเอากระเป๋าเข้าออก แค่เดินทรานสิทสวยๆก็มีค่า ไฟล์ทเดียวกันนี่หละ ราคาเพิ่มเป็นเกือบสามหมื่นต่อคนค่ะ ซึ่งถ้าราคานั้น ไม่ต้องบินโลว์คอร์สให้เมื่อยเนอะ ว่าแล้วเอมี่ก็จัดไฟล์ทแบบเผื่อๆ 3 ชั่วโมงไว้เดินเล่น หาอะไรทานก่อนไปนอนที่ไฟล์ทกัวลา-โอคแลนด์สบายๆ เพราะไฟล์ทขาไปนี่ได้แบบถึงกัวลา 6 โมงเย็น ต่อเครื่อง 3 ทุ่ม เรียกว่าสบายๆ ได้เวลานอนพอดี ทานข้าวเย็นกันก่อน แล้วก็นอนบนเครื่องค่ะ เครื่องจะถึงโอคแลนด์ราวๆ สามโมงเย็น เวลาเค้าเร็วกว่าเรา 5 ชั่วโมง นับกันจริงจังอยู่บนเครื่องห้าทุ่ม ถึง 11 โมงเช้าค่ะ มีพักเครื่องที่ Goldcoast 75 นาที แต่ไม่ต้องทำไร นั่งแต่หน้าทาแป้งไป
….
ตั๋วโลว์คอสก็มีอะไรให้ตื่นเต้นได้เสมอ ไฟล์ทเลื่อนจ้า ไฟล์ทไปโอคแลนด์เลื่อนจากสามทุ่ม เป็นห้าทุ่ม ก็นานขึ้นอิกสองชั่วโมง แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าเราต้องต่อเครื่องทัน คิดบวกตลอด…เด๋วเล่าไปเรื่อยๆ จะมีตั๋วเลื่อนเวลาอิก ชีวิตมีแต่เรื่องดีดีนะ 555

จองตั๋วไป-กลับเรียบร้อย ตามเวลาที่ต้องการ ต่อมาก็เหลือตั๋วบินในประเทศ รถบ้าน วีซ่า ใบขับขี่ จองแค้มไซต์ จองที่เที่ยวแล้ว จะว่าไปเหลือไม่มากนะ แต่ทำลิสต์น๊าน นานนนน กลัวไม่คุ้ม

2. ตั๋วเครื่องบินในประเทศนิวซีแลนด์
เราตั้งใจว่าจะขับรถเที่ยวจากเกาะเหนือไปเกาะใต้ค่ะ แต่ตอนจากเกาะใต้มาเกาะเหนือเราเลยต้องจองตั๋ว วิธีหาตั๋วถูกๆในประเทศ เอมี่หาจากเวบ www.skyscanner.co.th จะขึ้นราคาถูกสุดมาให้ค่ะ แล้วเราค่อยไปจองตรงอีกที รอบนี้เอมี่ใช้ Jetstar เจ้าเก่า ถึงแม้จะเคยทำเจ็บปวดที่ทริปโอกินาวามาแล้ว ทริปนี้เรามั่นใจ 5555
จองตั๋วเรียบร้อย แต่ไฟล์ทไม่ดีเลยอ้ะ ได้ไฟล์ทกลับตั้งแต่เช้า กลายเป้นเราต้องมารอที่ โอคแลนด์ 8 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง….แต่แล้ว jetstar ต้องเคยรู้ว่าเราช้ำใจ เลยยกเลิกไฟล์ทเช้าซะงั้น กลายเป็นกลับบ่ายสามกว่าๆ มาถึงโอคแลนด์ มีเวลารอต่อขึ้นเครื่องกลับ 2 ชั่วโมงครึ่ง คืออยากเที่ยวใช่มั้ย จัดไป ตกเครื่องเรื่องของแก 5555 (และเวลาที่เรามีเท่านี้ ก็ทำให้เกิดวีรกรรมวิ่งสู้ฟัดในวันสุดท้าย รอตามอ่านนะจ้ะ)
ตั๋วเกาะใต้ไปเกาะเหนือนี่ 4 คน 9พันต้นๆค่ะ ราคาดีอยู่นะคะ น่าบินไปกลับซักสองรอบ…

3. รถบ้าน หรือ เรียกเกร๋ๆว่า Camper van หรือ Motor home
หลายคนฝันว่าการนอนในรถเป็นสิ่งที่ต้องทำเวลาไปเที่ยวนิวซีแลนด์ เด็กที่บ้านก็เช่นกัน จองนอนหลังคากันตั้งแต่ยังหารถไม่ได้ ส่วนตัวเอมี่เห้นข้อดีตรงไม่ต้องแบกกระเป๋ายกขึ้นลงเพราะเปลี่ยนโรงแรมทุกวัน และสามารถทำอาหาร เข้าห้องน้ำได้โดยไม่ต้องวุ่นวายหาปั๊มน้ำมัน จะว่าไปก็น่าสนุกนะคะ ว่าแต่เราเลือกรถบ้านยังไง เด๋วลองอ่านดูค่ะ ก่อนอื่นเราก็ถามผู้รู้ เท่าที่เรารู้จักก่อนค่ะ ว่ารถบ้านเนี่ยจองจากที่ไหน ใช้ยี่ห้ออะไร และก็หาข้อมูลเพิ่มเติมในพันทิป กูเกิล ซึ่งบอกได้เลยว่า ข้อมูลเยอะมากๆ ถ้ามัวแต่ลงดีเทล อาจช้าไปไม่ทันการณ์ ดังนั้นเราเลยกำหนดรถที่เราต้องการขึ้นมาก่อน จะได้ง่ายต่อการจอง
– Auto transmission
– รถไม่เกิน 3 ปี
– All insurance
– มี ฺBooster seat 2 อัน
– ราคาไม่สูงมาก
หลังจากสรุปได้แล้ว เราก็เริ่มติดต่อบริษัทเช่ารถที่นู่น ไม่ว่าจะเป็นติดต่อตรง หรือ ดีลเลอร์ เน้นที่คุยสื่อสารง่าย ตอบรวดเร็ว Feedback ดี แล้วเราก็ได้เจ้านี้มา Detournz ทำทุกสิ่ง ทำราคาทั้งของ Britz และ Jucy มาให้ แถมยังทำทริปจองให้ได้ในราคาพิเศษกว่าจองเอง กว่าจะตัดสินใจจองได้นี่คือคุยมาประมาณ 4 เจ้า เจ้านี้ดีลดี และคุยต่อรองเรื่องเงินมัดจำได้ง่ายๆ และชาร์ตบัตรถูกกว่าเจ้าอื่นค่ะ ที่สำคัญถามมาตอบไปตลอด ไม่มีทิ้งให้รอเลย เอมี่ติดต่อกับ เจ้าหน้าที่ของเวบนี้ จนถึงตอนนี้ก็ยังคุยอยู่เลย 555 เด๋วตอนรับรถแล้วใช้บริการทัวร์ครบทุกสิ่งแล้วจะมาให้คะแนนอีกทีนะคะ ตอนนี้เล่ารายละเอียดกันไว้ก่อน เนื่องจาก เดือนที่เราไปยังถือเป็นปลายหน้าท่องเที่ยงของเค้า ราคารถเช่าเลยค่อยข้างสูงค่ะ เอมี่ได้มาคืนละ 6250 บาทแหนะ เคยได้ยินว่าเค้าไปกันเดือน พค นี่เหลือครึ่งนึงเลยนะ แต่เวลาเที่ยวก็ลดลงเหมือนกันอ้ะ เพราะเข้าหน้าหนาวเห็นว่ามืดเร็วอยู่ เอาไปว่าจองแล้วอย่าคิดมาก เท่าไหร่ก็ไปเหอะ 555
ไหนๆก็บอกแล้วว่า พค ถูก ถ้าจะให้ถูกลงไปอิก ต้องขับจากใต้มาเหนือนะจ้ะ ลด50% อ้ะ
สรุปเราก็ได้ Britz 4 berth outbounder อย่างเดียวที่เราไม่ค่อยชอบจาก spec ก็คือมันไม่มีgas heater ทำให้เราต้องชาร์ตไฟเข้าอย่างน้อยวันเว้นวัน ถ้าเราจะใช้ heater ทำให้เราไม่สามารถ freedom camping ได้  เราเลยต้องนอน powersite ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายตกวันละพันอัพ แต่เราก็สลับกับวันที่ไม่มีไฟบ้างเหมือนกันนะคะ หลังจากอ่านรีวิวดีดีของหลายท่านในพันทิป เด๋วจะได้รู้ค่ะ ว่าถ้าไม่เสียบปลั๊กแล้วจะมีฮีทเตอร์ได้ทั้งคืนมั้ย

4. วีซ่า
จะว่าไปถ้าใครจองแบบตั๋วเครื่องบินที่ไม่โลว์คอส ส่วนใหญ่น่าจะไปทำวีซ่าก่อนที่จะมาจ่ายค่าตั๋ว จองเครื่องบิน เช่ารถบ้านกัน แต่ของเราทำกลับด้าน เพราะราคาตั๋วยั่วยวนเกินห้ามจิต เราเลยจองตั๋ว จองรถบ้าน กันก่อนทำวีซ่า มั่นใจหนักมาก 5555

สำหรับวีซ่าของนิวซีแลนด์จะว่าไปนี่ง่ายมากนะคะ เพราะเราไม่ต้องไปสถานฑูต เราไปทำที่เอเย่นต์ที่ตึก TTF ตรงสีลมได้เลย โดยโหลดเอกสารจากเวบ www.ttnzvisa.com และรายละเอียดตามนี้เลยค่ะ

เอกสารประกอบการขอวีซ่าท่องเที่ยว

  • ใบสมัครวีซ่าท่องเที่ยว (INZ 1017/INZ 1189) ที่ได้กรอกรายละเอียด พร้อมกับติดรูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า 4,300 บาท (ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2555) ชำระค่าธรรมเนียมด้วย บัตรเครดิตวีซ่า/มาสเตอร์ ตั๋วแลกเงิน แคทเชียร์เช็ค หรือ เช็คที่ออกโดยธนาคาร สั่งจ่าย สถานทูตนิวซีแลนด์(สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)” จะไม่มีการคืนค่าวีซ่าไม่ว่าผลการพิจารณาจะได้รับการอนุมัติหรือไม่
  • หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  • หลักฐานการจองตั๋ว หรือตั๋วเครื่องบิน
  • หลักฐานการเงิน (สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลังติดต่อกัน6 เดือน หรือ Bank statement) ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทางอย่างน้อยคนละ 1,000 เหรียญนิวซีแลนด์ ต่อเดือน จำนวน 1 ชุด

ระยะการรอวีซ่าประมาณ 5-7 วันทำการค่ะ ตอนที่บ้านยื่นชุดเดียวเป็น Family ค่าธรรมเนียม 5150 บาทค่า ถ้าจำไม่ผิดรวมส่ง EMs ถึงบ้านด้วยหละ

5. Campsite สำหรับจอดรถแต่ละคืน 
ก่อนอื่นเราต้องลิสเมือง และที่เที่ยวที่เราอยากไปก่อนค่ะ และก็มาคำนวณระยะทางใน Google Map คร่าวๆค่ะ ว่าระยะทางจากแต่ละจุดกี่กิโล และ ใช้เวลาในการเดินทาง และ การแวะชมแต่ละที่เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะไม่ใส่เกิน 3 ที่ เพราะบางที่ต้องใช้เวลาเดินเข้าไปชมนาน และการขับรถ และ จอดรถบ่อยๆ ไม่สะดวกนักสำหรับการขับ และ กาที่จอดค่ะ หลังจากที่เราลิสต์แผนที่จะเดินทางเสร็จ เราอาจจะลิสต์แคมป์ไซต์ที่เราจะไปพักครา่วๆ ซักสองสามที่ แต่ถ้าเราดูแล้วมั่นใจว่าเราจะพักที่นั่นแน่นอน จองก่อนก็ไม่เสียหายค่ะ ช่วงห้าวันแรกที่เกาะเหนือ เอมี่จองออนไลน์ไปก่อนเลย แต่ในส่วนของเกาะใต้นี่ปล่อยฟรีไว้บางวันค่ะ

เวบสำหรับเลือก Campsite
แบบเลือกได้ว่ามีไฟหรือไม่มีไฟ powercamp site/non powercamp site แบบนี้ราคาประมาณ 60-80 NZD ต่อคืนนะคะ
https://www.top10.co.nz/
https://www.kiwiholidayparks.com/

แบบ freedom camping นอนตามอุทยาน ไม่มีไฟ แบบนี้ราคา  20-40 NZD ต่อคืน ราคาเปลี่ยนตามจำนวนคน
http://www.doc.govt.nz/campsites

ส่วนใครที่มีนอนโรงแรมคืนที่ไปถึง และคืนกลับ ถ้าจอง Ibis Auckland เอมี่แนะนำให้จองตรงกัน Accor ราคาถูกกว่าจองกับ Booking.com ค่า แต่ในส่วนของโรงแรมอื่นๆ ใน NZ เอมี่ยังแนะนำให้เช็คราคากับ booking.com เป็นหลัก คืนสุดท้ายเอมี่ก็จองผ่าน booking.com ค่ะ

6. ที่เที่ยว
ที่เที่ยวในนิวซีแลนด์ที่ดังๆ มีไม่มากค่ะ ที่ต้องจองล่วงหน้า แต่ถ้าเค้าให้บริการไม่ได้เค้าก็จะคืนเงินเราทันที ระบบการใช้บัตรเครดิตที่นั่นสะดวก สบายค่ะ อาจจะแลกเงินไว้ประมาณนึง ไม่ต้องเผื่อเยอะ ยกเว้นว่ากะจะช๊อปปิ้ง ตอนเอมี่แลกไป rate  23.6 ตอนรูดบัตร บัตรตัดมาประมาณ 24.9 ค่า ต่างกันไม่มาก รูดได้ไม่เครียดมาก เพราะส่วนใหญ่เราจองรถ จองเรือ จองห้องออนไลน์ เค้าก็ตัดบัตรเราไปอยู่ดีค่ะ

หลายที่เที่ยวใน NZ หลายที่ต้องจองล่วงหน้า เพราะเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนสนใจ ยิ่งถ้าเราไปฤดูท่องเที่ยวด้วยนะ จองล่วงหน้าไปเลยค่ะ อย่าง Milford sound ถ้าอยากนอนในนั้น ต้องจอง Milford lodge ล่วงหน้ากันเดือนสองเดือนเลยหละ ที่เที่ยวรอบนี้ที่เอมี่จองจากที่ไทยไปมี Whale watch ที่ Kaikoura กับ เรือ Milford ที่มีหลายเจ้ามากๆ เด๋วมาเล่าในบล๊อกต่อนะคะ ว่าจองกับเจ้าไหน

ทริปนี้บ้านเราไป 17 วัน รวมบินนะคะ นอนใน campervan 13 คืน นอน รร 2 คืน และ นอนบนเครื่อง 2 คืน
รวมระยะขับรถจากเกาะเหนือไปเกาะใต้ 3300 กม ซึ่งเกินจากแผนที่เตรียมไว้เกือบ 500 กม ใช้งบไปคร่าวๆ ตกคนละ 70,000 บาท

7.แผนเที่ยว
พยายามทำละเอียดไว้ประมาณนึง เพื่อเป้นข้อมูลในการบรีฟเส้นทางให้คุณสามีก่อนถึงวันขับรุ่งขึ้น และ เตรียมเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้เด็กๆฟังแต่ละวันต้องเตรียมตัวอย่างไร และจะได้เจออะไรในวันรุ่งขึ้นเช่นกัน

nz1

nz2nz3nz4

หลังจากได้แผนกันเรียบร้อย ก็เริ่มเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศ เอมี่จัดกระเป๋าเตรียมเรียบร้อยในบล๊อกก่อนหน้านี้นะคะ หลังจากนี้จะเป้นเรื่องเที่ยวในแต่ละวัน ว่าทำได้ตามแผนแค่ไหน เด๋วมาเม้าท์ มาอัพกันต่อแบบเจาะลึกเรื่อง surprise ในแต่ละวัน

ขอบอกว่าทริปนี้ไม่หมู ยังมีเรื่องราวมากมายรออยู่ข้างหน้าเยอะมาก เรียกว่าเป็นทริปวัดใจ วัดพลังครอบครัวกันเลยค่ะ แต่เราก็ผ่านมันมาได้ ไม่ว่าจะแบบสบายๆ หรือแบบฉิวเฉียดกันยันวันสุดท้ายค่า

“การเดินทางของเราสองคนคือการเรียนรู้ การเรียนรู้ของเราสองคนคือความเข้าใจ เธอเข้าใจ และ ฉันเข้าใจก็ทำให้เรามั่นใจ”
Cr. เพลงการเดินทาง ของคุณชาติ เข้ากับทริปนี้มากๆเลยค่ะ

Medicine bag for outbound travel

เตรียมยา…พาลูกเที่ยว
ใกล้ไปเที่ยวยาวๆ ต้องเตรียมกระเป๋ายากันหน่อยค่ะ หาหมอต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ นอกจากจะทำประกันสุขภาพแล้ว การเตรียมการล่วงหน้าก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรลืม เมื่อต้องเดินทางจริงมั้ยคะ

image

รอบก่อนนู้นที่เอมี่ไปโอกินาวา เกิดป่วยกันขึ้นมาค่ะ ทั้งแม่และลูก เอมี่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่เกาะ โรงพยาบาลหยุดเสา อาทิตย์ และวันศุกร์ปิดครึ่งวัน ไปมาสองโรงพยาบาลไม่ได้เจอหมอเลย กว่าจะเจอก็เที่ยวไม่สนุกแล้ว สุดท้ายต้องมารักษาตัวต่อที่นี่ อุ่ยยย ว่าจะเล่าเรื่องกระเป๋ายา ไหงลากมาบ่นเรื่องอาการป่วยนอกประเทศได้หละเนี่ยยยย…

เอาเป็นว่ารอบนี้จัดกระเป๋ายาตามอาการที่มักเป็น และก็มีเผื่อไปนิดหน่อยตามนี้ค่ะ

หมวดแรก ยาแก้ปวดค่ะ
เนื่องจากเด็กๆทานยาเม็ดได้แล้ว ยาที่ใช้เลยเหมือนผู้ใหญ่ แต่ต้องคำนวณโดสกันตามน้ำหนักค่ะ
พาราเซตามอล ยาแก้ปวด ลดไข้ทั่วไป เราทานสองเม็ด เด็กๆนี่ครึ่งเม็ดพอค่ะ

Alka-Seltzer อันนี้เหมือนยารวมมิตรสำหรับผู้ใหญ่ค่ะ ถ้ามีอาการเริ่มจะหวัด เอมี่และแฟนจะใส่เม็ดฟู่ลงในน้ำแล้วดื่ม ส่วนใหญ่หายภายในสองซอง อันนี้แล้วแต่บุคคลนะคะ

image

หมวดยาดูแลระบบทางเดินหายใจ
เอมี่เน้นล้างจมูก สำหรับอาการฟืดฟาด หายใจไม่คล่องก่อน แล้วค่อยทาน zrytec ควบคู่ไป อาจมีทาวิคส์ก่อนนอน และพ่น nasonex ด้วย แต่ใช้น้อยมากค่ะ

image

หมวดยาแก้แพ้ทางผิวหนัง
เราไม่มีทางรู้เลย ว่าจะมีอาการแพ้อาหาร แพ้พืช หรือแพ้จนมีผื่นขึ้นหรือไม่ นอกจากยารักษา เอมี่เตรียมทั้งยาทากันแมลง ทั้งสำหรับกลางวันและกลางคืน ส่วนของกลางวันเลือกที่มีกันแดดด้วยจะได้ทีเดียวอยู่ และในกรณีที่เป็นผื่นขึ้นแล้ว เอมี่พก aristocot ไปเผื่อทาบางๆแก้คันด้วยค่ะ ในส่วนแมลง ถ้ามีหลุดรอดมากัด afterbite ทาช่วยได้นะคะ

image

ต่อมาที่หมวดเมารถ เมาเรือ
ปกติไม่เคยเตรียมหมวดนี้ แต่เห็นว่าการเดินทางรอบนี้เป็นรถบ้าน แถมยังมีเรือเฟอรี่ และเรือดูวาฬอีก เลยเผื่อไว้หน่อยค่ะ เด็กทานครึ่งเม็ดค่า

image

หมวดดูแลบาดแผล และอาการฟกช้ำ
รอบนี้เรามี trekking ลุยป่าฝ่าเขา เข้าถ้ำกันเยอะมาก เลยต้องเผื่อไว้ทั้งพลาสเตอร์ และยาทาพลาสเตอร์ที่กันน้ำได้ เรียกว่าสั่งมาเผื่องานนี้ค่ะ ส่วนอาการฟกช้ำ เอมี่ใช้ arnicare gel ตัวนี้เหมาะกับเด็กด้วย เพราะเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ เด็กใช้สบายค่า ทาแล้วเย็นๆ

image

หมวดท้องอืด จุก เสียด
ปกติที่บ้านไม่มีใครมีปัญหานี้เช่นกัน แต่กันไว้ก่อนดีกว่า เด๋วไม่สนุก

image

หมวดสุดท้าย ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ปกติไม่พกแต่รอบนี้ต้องพกเผื่อ เพราะพึ่งซื้อมา เอ๊ยยย ไม่ใช่ เพราะช่วงอากาศเปลี่ยนทีไร เคืองตาจากภูมิแพ้บ่อยมาก และอากาศหนาวๆแบบนี้ พกไว้กันตาแห้งดีเลยค่ะ

image

เอาหละ ครบทุกหมวดในกระเป๋ายาสำหรับพาลูกเที่ยวแล้วค่ะ จริงๆประกันสุขภาพก็มี แต่เอาที่เราดูแลกันเองได้ก่อนย่อมดีกว่าเนอะ เตรียมยาจริงๆไม่ยากนะคะ ยาประจำบ้านมีทุกบ้านอยู่แล้วเนอะ สบ๊ายยย…

เตรียมไปเที่ยวหละน๊า!!

Medicine bag for outbound travel

เตรียมยา…พาลูกเที่ยว
ใกล้ไปเที่ยวยาวๆ ต้องเตรียมกระเป๋ายากันหน่อยค่ะ หาหมอต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ นอกจากจะทำประกันสุขภาพแล้ว การเตรียมการล่วงหน้าก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรลืม เมื่อต้องเดินทาง

image

รอบก่อนนู้นที่เอมี่ไปโอกินาวา เกิดป่วยกันขึ้นมาค่ะ ทั้งแม่และลูก เอมี่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่เกาะ โรงพยาบาลหยุดเสา อาทิตย์ และวันศุกร์ปิดครึ่งวัน ไปมาสองโรงพยาบาลไม่ได้เจอหมอเลย กว่าจะเจอก็เที่ยวไม่สนุกแล้ว สุดท้ายต้องมารักษาตัวต่อที่นี่ อุ่ยยย ว่าจะเล่าเรื่องกระเป๋ายา ไหงลากมาบ่นเรื่องอาการป่วยนอกประเทศได้หละเนี่ยยยย…

เอาเป็นว่ารอบนี้จัดกระเป๋ายาตามอาการที่มักเป็น และก็มีเผื่อไปนิดหน่อยตามนี้ค่ะ

หมวดแรก ยาแก้ปวดค่ะ
เนื่องจากเด็กๆทานยาเม็ดได้แล้ว ยาที่ใช้เลยเหมือนผู้ใหญ่ แต่ต้องคำนวณโดสกันตามน้ำหนักค่ะ
พาราเซตามอล ยาแก้ปวด ลดไข้ทั่วไป เราทานสองเม็ด เด็กๆนี่ครึ่งเม็ดพอค่ะ

Alka-Seltzer อันนี้เหมือนยารวมมิตรสำหรับผู้ใหญ่ค่ะ ถ้ามีอาการเริ่มจะหวัด เอมี่และแฟนจะใส่เม็ดฟู่ลงในน้ำแล้วดื่ม ส่วนใหญ่หายภายในสองซอง อันนี้แล้วแต่บุคคลนะคะ

image

หมวดยาดูแลระบบทางเดินหายใจ
เอมี่เน้นล้างจมูก สำหรับอาการฟืดฟาด หายใจไม่คล่องก่อน แล้วค่อยทาน zrytec ควบคู่ไป อาจมีทาวิคส์ก่อนนอน และพ่น nasonex ด้วย แต่ใช้น้อยมากค่ะ

image

หมวดยาแก้แพ้ทางผิวหนัง
เราไม่มีทางรู้เลย ว่าจะมีอาการแพ้อาหาร แพ้พืช หรือแพ้จนมีผื่นขึ้นหรือไม่ นอกจากยารักษา เอมี่เตรียมทั้งยาทากันแมลง ทั้งสำหรับกลางวันและกลางคืน ส่วนของกลางวันเลือกที่มีกันแดดด้วยจะได้ทีเดียวอยู่ และในกรณีที่เป็นผื่นขึ้นแล้ว เอมี่พก aristocot ไปเผื่อทาบางๆแก้คันด้วยค่ะ ในส่วนแมลง ถ้ามีหลุดรอดมากัด afterbite ทาช่วยได้นะคะ

image

ต่อมาที่หมวดเมารถ เมาเรือ
ปกติไม่เคยเตรียมหมวดนี้ แต่เห็นว่าการเดินทางรอบนี้เป็นรถบ้าน แถมยังมีเรือเฟอรี่ และเรือดูวาฬอีก เลยเผื่อไว้หน่อยค่ะ เด็กทานครึ่งเม็ดค่า

image

หมวดดูแลบาดแผล และอาการฟกช้ำ
รอบนี้เรามี trekking ลุยป่าฝ่าเขา เข้าถ้ำกันเยอะมาก เลยต้องเผื่อไว้ทั้งพลาสเตอร์ และยาทาพลาสเตอร์ที่กันน้ำได้ เรียกว่าสั่งมาเผื่องานนี้ค่ะ ส่วนอาการฟกช้ำ เอมี่ใช้ arnicare gel ตัวนี้เหมาะกับเด็กด้วย เพราะเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ เด็กใช้สบายค่า ทาแล้วเย็นๆ

image

หมวดท้องอืด จุก เสียด
ปกติที่บ้านไม่มีใครมีปัญหานี้เช่นกัน แต่กันไว้ก่อนดีกว่า เด๋วไม่สนุก

image

หมวดสุดท้าย ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ปกติไม่พกแต่รอบนี้ต้องพกเผื่อ เพราะพึ่งซื้อมา เอ๊ยยย ไม่ใช่ เพราะช่วงอากาศเปลี่ยนทีไร เคืองตาจากภูมิแพ้บ่อยมาก และอากาศหนาวๆแบบนี้ พกไว้กันตาแห้งดีเลยค่ะ

image

เอาหละ ครบทุกหมวดในกระเป๋ายาสำหรับพาลูกเที่ยวแล้วค่ะ จริงๆประกันสุขภาพก็มี แต่เอาที่เราดูแลกันเองได้ก่อนย่อมดีกว่าเนอะ เตรียมยาจริงๆไม่ยากนะคะ ยาประจำบ้านมีทุกบ้านอยู่แล้วเนอะ สบ๊ายยย…

เตรียมไปเที่ยวหละน๊า!!