ซูเปอร์จิ๋วพาเที่ยว…ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 30 เมษา เราได้รับเลือกจากซูเปอร์จิ๋วให้ไปร่วมกิจกรรมที่ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายกมาค่ะ ตอนแรกที่เราสมัครเข้าไป เราก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับเลือกหรือไม่ แต่ด้วยความที่อยากให้ปันกับมิได้ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆเพิ่มเติมในช่วงปิดเทอม แม่อย่างเราไม่รอช้า…ส่งใบสมัครกันทันที เรียกว่าส่งก่อนปิดรับสมัครกันแค่สองวัน เพราะช่วงที่ผ่านเรามัวแต่วุ่นวายกับทริปนิวซีแลนด์ โชคดีมากที่กลับมาทันรับสมัครพอดี และโชคดีมากขึ้นที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งครอบครัวที่ได้ร่วมกิจกรรม

13043519_874315562677537_3602392630077486560_n

เราออกเดินทางกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพราะมีนัดกันที่ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติเวลา 10.30 น. ดูแล้วเวลาน่าจะเหลือๆเนอะ แต่เอาจริงๆ ไม่เหลือ รถติดยาวแถวปทุมธานีเพราะมีทำถนน เราไปถึงก็เกือบ 11 โมงแล้ว ไปถึงปุ๊บ แวบแรกที่เราเห็นคือซุ้มทางเข้าที่พอเดินเข้าไปก็มีป้ายชื่อต้นไม้ และ สรรพคุณของแต่ละต้นอย่างละเอียด เรียกว่าเพลินอ่านกันทีเดียว

เราเดินต่อเข้าไป พบกับบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยปลา ไม่ว่าจะเป็นปลานิล ปลาดุก และปลาอีกหลากหลายชนิด ที่มีป้ายและรูปแนะนำตัวให้เราได้อ่านกันจะได้พอรู้ว่า ปลาตัวไหนเป็นพันธ์อะไร เข้าทางมากๆ พี่ปันนี่เข้าไปยืนอ่านสักพัก ก็ขอลงไปให้อาหารปลาช่วงที่รอวิทยากรเตรียมของสำหรับทำกิจกรรม

บริเวณที่ทำกิจกรรมอยู่ข้างๆบ่อปลา เป็นพื้นที่กว้างปูเสื้อนั่งรับลมสบายๆระหว่างทำกิจกรรม หลังจากเด็กๆให้อาหารปลากันเรียบร้อย เราก็มานั่งล้อมวงกันฟังพี่อ้อ วิทยากรของเราอธิบายว่าวันนี้เราจะเริ่มกิจกรรมที่อะไร และ จบที่อะไร กิจกรรมวันนี้ที่เด็กๆจะได้ทำคือ ทำสบู่กลีเซอรีนใส แชมพูสมุนไพร และ บาล์มทากันยุง ปันปัน กับเอมิตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยทำมาก่อน และรอบนี้จะได้ลงมือทำกันเอง เพราะซูเปอร์จิ๋วจัดมาแบบไพรเวททริปให้ เด็กๆ เลยลงมือทำ และซักถามกันได้เต็มที่ เรียกว่ากลับมาบ้านนี่ทำสบู่ แชมพูกันสบายเลยงานนี้

เริ่มจากกวนเกล็ดกลีเซอรีนใส ให้ละลายเป้นน้ำก่อน แล้วจึงค่อยมาผสมน้ำผลไม้ น้ำผึ้ง กลิ่นน้ำหอมที่ชอบ และคนให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์และทิ้งไว้ให้แข็ง คือง่าย และธรรมชาติ มั่นใจได้ถึงความสะอาด เพราะไม่มีสารอะไรแปลกปลอมเลย สบู่แบบนี้เค้าขายกันตามงานก็เกือบร้อยนะคะ ทำเองได้นี่สบายอ้ะ ของเราวันนี้ทำสบู่แครอทผสมน้ำผึัง

20160430_113552.jpg

จบจากฐานกิจกรรมสบู่ แชมพู และบาล์มกันยุง เราก็เดินออกไปพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ระหว่างทางเดินมีป้ายเล่าเรื่องจากของจริง ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงไส้เดือน การทำปุ๋ยชีวภาพ การทำคลองไส้ไก่ ฝายกั้นชะลอน้ำ ทุกๆเรื่องรางในการเดินเยี่ยมชมน่าสนใจตลอดเส้นทาง ที่นี่จะแบ่งเส้นทางเป็นภาค ภาคเหนือ ใต้ กลาง ทุกเส้นทางจะมีรายละเอียดต้นไม้ พืชสมุนไพร และโครงการพระราชดำริต่างๆที่ในหลวงทรงพระราชทาน

ระหว่างทางเดิน อากาศสบายไม่ร้อนอบอ้าว เพราะรอบๆเป็นบ่อน้ำ และต้นไม้สูง ซึ่งทางศูนย์เริ่มปลูกมา 10 ปี จากพื้นที่โล่งๆ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เพียงแค่ 10 ปี เราสามารถสร้างป่าทดแทนได้เขียวชอุ่มจริงๆ

ระหว่างทางเดินพี่อ้อ วิทยากรของเราอธิบายถึงต้นไม้ และโครงการต่างๆ ได้อย่างละเอียดมากๆ ทั้งเอมี่ทั้งพี่น้อง ได้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ และการสะสมน้ำในบริเวณสำหรับไปต่อยอดที่บ้านสวนเราได้เยอะ ไม่น่าเชื่อ กิจกรรมของลูกกลับทำให้เราเองได้ประโยชน์มากกว่าการไปนั่งอ่านตำรา หาข้อมูลในกูเกิล ปันปันสนใจการเลี้ยงไส้เดือนมาก พยายามคุ้ยหา และขอข้อมูล รวมไปถึงขอไส้เดือนไปเลี้ยง

การเดินทางชมศูนย์สร้างแรงบันดาลใจหลายอย่างให้บ้านเรามากทีเดียว หลังจากเดินชมต้นไม้มาสักพัก ลมเริ่มกรรโชกแรง พี่อ้อบอกว่าฝนน่าจะมาแน่ เราคงต้องเร่งมือทำกิจกรรมต่อเลย เด็กๆที่รอจะทำบ้านดินอยู่เลยรีบเดินไปที่ฐานบ้านดิน ในตอนแรกเด็กๆคิดว่าจะได้ปั้น ทำบ้านดินกันจริงจัง แต่ว่ากิจกรรมที่ปันกับเอมิจะได้ทำในวันนี้ คือการผสมดิน เด็กๆจะต้องลงไปย่ำดินหมักผสมแกลบให้เข้ากัน เพื่อเป็นการเตรียมดินในการนำไปทำอิฐ จะว่าไปแค่นี้ก็สนุกมากๆสำหรับปันกับเอมิ

หลังจากย่ำจนดินเข้ากันกำลังดี ลมก็เริ่มแรงขึ้น และมีละอองฝนเบาๆ ประกอบกันวันนั้นทางศูนย์ต้องมีการโค่นต้นไม้สูงลง เนื่องจากรอบก่อนที่พายุเข้า ต้นไม้สูงล้มลงมาทำความเสียหายให้กับทางศูนย์พอสมควร วันที่เราไปก็เลยมีการประเมินต้นไม้ว่าต้นใดจะอันตราย และทำการโค่นเอาไม้มาแปรรูปและใช้ประโยชน์ต่อ ผ่านจากการย่ำดินเตรียมงานไว้ทำบ้านดินแล้ว เราก็เดินต่อไปชมพิพิธภัณฑ์ด้านในซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของศูนย์ มีผังของที่ดิน เรื่องราวของคนไทย กับการอนุรักษ์พื้นที่ พิพิธภัณฑ์ด้านบนมีขนาดไม่ใหญ่นัก เพราะเรื่องราวส่วนใหญ่จะอยู่ด้านนอกมากกว่า

จบครบกิจกรรมด้วยความรู้เต็มอิ่ม ความสนุกไม่ต้องพูดถึง เรียกว่า สาระบันเทิงขนานแท้ ทางซูเปอร์จิ๋วก็พาครอบครัวเราไปทานอาหาร เรียกว่า ทริปนี้ดูแลเยี่ยมมาก ขอบคุณน้องเปิ้ล และทีมงานมากๆนะคะ หลังจา่กทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อย เราก็เดินทางไปต่อที่น้ำตกนางรอง ปันกับเอมิอยากเล่นน้ำตกมาก และเอมี่ก็เตรียมเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนเรียบร้อย แต่พอเราไปถึง….น้ำแห้งมาก เรียกว่าลงไปเดินกลางน้ำตกแบบแห้งๆเลยทีเดียว พอถามคุณป้าที่ขายผลไม้ ป้าบอกตั้งแต่เกิดมาก็พึ่งเห็นรอบนี้หละที่ไม่มีน้ำเลย ตอนนี้น้ำตกไหนๆก็ไม่มีน้ำ ให้ไปเล่นหน้าเขื่อนที่เค้าปล่อยน้ำมาให้ดีกว่า แล้งมากๆปีนี้

ฟังแล้วก็ใจหายนะ พ่อกับแม่เคยพาเอมี่มาที่นี่หละ เลยเล่าให้ปันกับเอมิฟังว่าคุณตาคุณยายมาเล่นน้ำที่นี่ เด็กเลยอยากมาบ้าง แค่สิบกว่าปีเองที่เอมี่ไม่ได้มา น้ำระเหยเร็วเนอะว่ามั้ย…

พลาดหวังจากน้ำตกนางรอง พี่น้องเลยขับพาเด็กไปเขื่อนขุนด่าน ไปเดินดูน้ำในเชื่อน ดูสันเชื่อน และก็ได้โอกาสอธิบายเรื่องเขื่อน อย่างน้อยเด็กๆก็จะได้รู้ว่าความสำคัญของน้ำมีมากแค่ไหน และความสวยงามของธรรมชาติเวลาที่มีน้ำกับไม่มีน้ำต่างกันอย่างไร แหม…นึกถึง Huka falls ที่นิวซีแลนด์เลย นั่นก็น้ำเย้อออมาก แบ่งมาให้เราบ้างแค่สิบ%ก็ยังดี แต่ก็นะประเทศเค้าต้นไม้ใหญ่มาก ประเทศเราต้นไม้เหลือแต่เล็กๆ ตัดแต่ลืมปลูกเติม มันก็เลยเป้นแบบนี้

ทริปนี้นอกจากความสนุกในการเยี่ยมชม และทำกิจกรรมที่ศุนย์แล้ว เด็กๆยังได้พบความจริงในโลกว่า น้ำตกก็อาจไม่มีน้ำได้ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนจริงๆ

ทริปนี้ร่ำลากันไปด้วยภาพน้ำใสๆ ที่ปล่อยมาหน้าเขื่อน เพื่อให้เด็กๆ ได้เล่นกันค่ะ น้ำใส ไหลเย็น แต่เป็นน้ำที่เกิดจากเขื่อนเก็บน้ำ ไม่ใช่น้ำตกตามธรรมชาติตามที่ควรจะเป็น

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s