ในวันที่ลูกเริ่มมีความลับ…

จะว่าไปคงไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก สำหรับการที่เด็กสักคนจะมีความลับ แต่จะว่าไปเราไม่มีทางรู้เลยว่าความลับของลูกจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ถูกมั้ยคะ เพราะถ้าเรารู้มันคงไม่ใช่ความลับ…

เมื่อลูก ริอ่าน มีความลับ…พอเขียนแบบนี้ขึ้นมา รู้สึกมันช่างเป็นเรื่องใหญ่เสียเหลือเกินในมุมมองของคนเป็นแม่ ทั้งสับสน ทั้งงุนงง และรู้สึกเหมือนถูกหักหลังเล็กๆ เด็กตัวน้อยที่เราเห็นมาตั้งแต่ตัวแดงๆ วันนี้หัดมีความลับอ่ะ เฮ้อออ เขียนๆอยู่นี่ก็ยังสับสนนะ เพราะตอนแรกที่รู้นี่แอบใจสั่น แต่พอถอยตัวเองออกมาเป็นคนปกติที่ไม่ใช่แม่ กลับรู้สึกต่างออกไป และพอเริ่มถอยตัวลงไปสมัยอายุน้อยสุดเท่าที่จำความได้…กลับพบว่าจริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่นิ ถ้าความลับที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และเป็นความลับที่เราต้องการเก็บไว้แค่พอเป็นส่วนตัว คงเหมือนกับการเขียนสมุดบันทึกและไม่อยากให้ใครอ่านแค่นั้น

1456216811423

ความลับของปันปันกะเอมิ
เป็นเรื่องขนม เรื่องอาหาร ที่เราเฝ้าบอกว่า ไม่ควรกิน ไม่มีประโยชน์ เรียกว่าทุกครั้งที่ขอซื้อก็มักได้รับการปฏิเสธจากพ่อและแม่เสมอ ย้อนกลับมาถามตัวเองค่ะ ว่าเรามีวันไหนที่อยากจะกินมาม่าต้มทั้งๆที่อิ่ม ทั้งๆที่แค่ได้กลิ่นจากบ้านข้างๆมั่งมั้ย ก็มีนะ และเราก็ทำเลยด้วยทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ ผมร่วง ผงชูรสเยอะ บลาบลาบลา… หมากฝรั่ง ตอนเด็กๆก็โดนพ่อกับแม่ห้ามเหมือนกัน แต่ก็อยากชิม และก็เตือนตัวเองเสมอว่าอย่ากลืน แบบเดียวกับที่ทุกวันนี้เฝ้าห้ามลูกซื้อ…ซึ่งลูกไม่เคยได้ชิมซักกะที เยลลี่ ขนมขบเคี้ยวก็เช่นกัน ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไม่ให้ลูกกิน แต่นั่นก็แค่ในสายตาเราค่ะ ที่เค้าเชื่อ และ ยอมทำตาม แต่เมื่อไหร่ที่เราเผลอ…เมื่อไหร่ที่เค้ามีอิสระ เค้าจะไม่พลาด

เอาหละค่ะเข้าเรื่องกันดีกว่า เมื่อความลับไม่เป็นความลับอีกต่อไป สำหรับเหตุการณ์ที่เอมี่เจอ เรียกว่าเจอกันต่อหน้าและปันปันก็ไม่ได้มีอาการปากซีดตัวสั่นที่เจอแม่ แต่กลับแสดงความภูมิใจที่ได้ทำให้แม่เห็นมากกว่า

เหตุการณ์ที่ 1 ที่เอมี่เจอ แต่เป็นครั้งที่ 3 ที่ปันทำ ปันลงไปเรียนเทควันโด พร้อมแอบพกเงินไป 10 บาท เพื่อข้ามถนนไปซื้อมาม่าต้มยำกุ้งถ้วยเล็กที่เซเว่น ซึ่งการไปซื้อ ต้องเดินข้ามถนนเล็กๆ ที่มีรถวิ่งเข้าคอนโดไม่บ่อย และเป็นวันเวย์ เอมี่ลงไปเจอเพราะต้องไปส่งของที่หน้าตึก ตรงแถวโรงเรียนเทควันโด และหาปันไม่เจอครูเลยบอกว่าเค้าขอไปซื้ออาหารที่เซเว่น (ตอนครูบอกก็เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กวัยนี้ แต่แปลกที่เราดันรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดา) แล้วเราก็เห้นปันปันเดินยิ้มออกมาพร้อมมาม่าควันฉุย และเดินมานั่งทานที่ม้าหินหน้าคอนโด หลังจากที่เห็นปันนั่งทานมาม่า และ ข้ามถนนไปซื้อเอง แวบแรกเอมี่ก็บอกไปว่าทำไมทานมาม่า ไม่มีประโยชน์เลย แวบที่สองเอมี่บอกว่าข้ามถนนไปเองได้ยังไงไม่ปลอดภัย แต่สุดท้ายที่เอมี่ทำก็คือ ทานให้อิ่มแล้วไปเรียนให้เรียบร้อย เด๋วเราค่อยคุยกันนะลูก ก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปที่ห้อง และแยกกับปัน

ในคืนนั้นก่อนนอน เรานั่งคุยกันถึงเรื่องที่แอบซื้อมาม่า แอบข้ามถนน และแอบเอาเงินลงไปซื้อถึงแม้จะเป็นเงินเก็บของตัวเองก็ตาม เราแยกคุยกันทีละเรื่อง ก็ได้เรื่องมาว่า อยากจะกินมาม่าบ้าง เพราะขอแม่ก็ไม่ได้กินอยู่ดี เลยคิดว่าซื้อกินเองดีกว่า ว่าแล้วก็จัดเวลาเรียน และเวลากินให้พอดีกัน (ซึ้งทำได้ดีนะ ถ้าไม่คิดว่าแอบทำ เพราะมีเวลาทานและพักก่อนเรียน 30 นาที และสามารถสื่อสาร ให้พี่ที่เซเว่นช่วยจัดการใส่น้ำร้อน และ เดินถือข้ามถนนกลับมานั่งทานได้อย่างปลอดภัย) สุดท้ายเราปิดบทสนทนากันด้วย ความเป็นห่วงของแม่ อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งที่เค้าทำ และบอกเด็กว่า วันหลังจะไปให้บอกด้วย จะได้ฝากซื้อของ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตำหนิเค้ารุนแรงในสิ่งที่เค้าได้ทำไปแล้ว และสิ่งที่จะล้วงความลับได้ง่ายที่สุด คือสร้างความไว้ใจให้เค้ามากที่สุด และทำสำคัญเราต้องเป็นพวกเดียวกัน เพื่อที่จะได้มองโลกในมุมเดียวกัน

เหตุการณ์ที่สอง เกิดหลังบทสนทนาเกี่ยวกับเหตุการณ์แรกไม่นาน เด็กๆก็บอกว่าเคยไปมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกไปซื้อซับเวย์ตามที่แม่บอก แล้วก็พากันข้ามถนนไปซื้อหมากฝรั่ง และ เยลลี่ โดยระหว่างทางที่วิ่งไป เอมิเผลอทำเงินทอนหล่นท่อไปสองบาท ตอนซื้อของที่เซเว่น เอมิเลยขอแลกเงินตัวเอง เพื่อเอามาทอนแม่แทนเงินที่หล่นท่อไป ส่วนพี่ปันหลังจากได้หมากฝรั่งแล้ว ก็รีบเคี้ยวจนหมดก่อนขึ้นมาที่ห้อง (แสดงให้เห็นถึงความเก็บกด555)

เหตุการณ์ที่สาม แต่เป็นเหตุการณ์แรกของเด็กๆ ปันกับเอมิลงไปเรียนเทควันโด แต่ก่อนเข้าเรียน ปันกะเอมิชวนกันไปซื้อมาม่าหมูสับมาแบ่งกันกิน ปันเอาเงินลงไป 15 บาท ซื้อมาม่าเสร็จ เอมิทานได้คำเดียวก็เผ็ดมาก อยากดื่มน้ำ ทั้งสองคนเลยข้ามไปซื้อน้ำด้วยเงินที่เหลือ 5 บาท พอซื้อได้เรียบร้อยก็กลับมานั่งกินกันต่อ เอมิบอกว่า แม่รู้มั้ยเราต้องประหยัดกันมากเลย เพราะมันเผ็ด ต้องแบ่งกันกินน้ำ…ฟังแล้วก็แอบชื่นใจเนอะหลบๆซ่อนๆยังรักกัน 555

เอมี่นั่งฟังไปแบบคิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าเด็กๆที่บ้าน ป3 กับ อ3 จะมีความสัมพันธ์ที่ล้ำลึก และ ซับซ้อนกันขนาดนี้ เราคิดว่าตลอดว่าเราเลี้ยงใกล้ชิด และเราก็เตรียมช่องว่างให้เด็กๆ ได้มีอิสระในการคิด ในการทำสิ่งต่างๆ มากพอสมควร แต่ในวันที่เราได้รู้ ได้เห็นว่าเค้าใช้ช่องว่าง และ ความไว้ใจของเราได้เต็มศักยภาพ และ เติมเต็มความต้องการได้เต็มที่ เราก็ต้องกลับมามองตัวเองใหม่ ว่าอะไรที่มันตึงไป มันคงต้องหย่อนลงมั้ย…เริ่มสต๊อกมาม่า หมากฝรั่ง และ ขนมต้องห้ามไว้บ้างแล้ว ซื้อใจกันหน่อย

จริงๆ หลังจากที่เรานั่งคุยเรื่องความลับกัน เราก็เริ่มแลกเปลี่ยนอะไรกันเยอะขึ้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในปัจจุบัน นั่งอธิบายว่าโลกปัจจุบันนี้ไม่ได้สวยหรู คนใจดี และ คนใจร้ายมีเท่าๆกัน เรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนะกับลูก ที่เราคิดเสมอว่าเค้ายังเด็ก ยังไม่ทันรู้และเข้าใจ แต่ถึงเวลานี้รู้เลยค่ะ ว่าเค้าโตกว่าที่เราคิดมากค่ะ ลูกไปไว เราก็ต้องตามไปให้ทันค่ะ

ตอนนี้เอมี่ก็หวังว่าที่เราคุยกันเปิดใจให้กัน คงทำให้ช่วงว่างที่จะใส่ความลับเล็กๆ ของเด็กลดน้อยลง และเชื่อใจ และไว้ใจแม่มากขึ้น จริงๆ แล้วที่เค้าทำไปเพราะเราห้าม ไม่อยากให้เราดุ และ อยากให้เราเข้าใจ

แค่เข้าใจเท่านั้นค่ะ มาม่า หมากฝรั่ง ลูกอม เยลลี่ ถ้ามันไม่ได้หนักหนาก็จัดไปค่ะ…(ไหงจบงี้หละเนี่ย)
ยังมีอะไรอิกเยอะที่ลูกยังต้องลอง เอาเป็นว่าให้เค้ารู้ประโยชน์ และ โทษ และไว้ใจให้เค้าตัดสินใจชีวิตเค้าเอง เอมี่เชื่อว่า ความรักที่เรามีให้ ย่อมเป็นเกราะป้องกันเค้าได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งค่ะ

1445159842192

 

 

ชวนคุณแม่ล้างจมูกลูกรัก ด้วยน้ำเกลือ Klean&Kare

เริ่มเข้าหน้าหนาว อากาศเริ่มเปลี่ยนไปมาเดี๋ยวก็ร้อน เดี๋ยวก็หนาว และบางทีก็แอบมีฝนตกให้น่าตื่นเต้นได้อีกนะคะช่วงนี้เป็นช่วงที่แม่ๆ หลายคนค่อนข้างเป็นห่วงลูกมากกว่าปกติ เอมี่ก็เช่นกัน แถมช่วงนี้วันหยุดก็เยอะ แถมจะมีหยุดยาวด้วย จะให้ลูกอยู่บ้านเฉยๆก็คงไม่เข้าที หลายคนมีแผนเตรียมไว้แล้ว ว่าหยุดยาวแบบนี้จะไปไหน แต่ก่อนจะเตรียมแผนเที่ยว เรามาเตรียมตัวเด็กๆ ให้แข็งแรง ปราศจากเชื้อโรคกันก่อนดีกว่าเนอะ

วันนี้เอมี่มาแนะนำวิธีการล้างจมูกค่ะ หลายคนอาจไม่รู้จักว่าล้างจมูกทำไม หรือล้างไปเพื่ออะไร คลิปเอมี่มีคำตอบค่ะ

Klean and kare ค่ะ เป็นน้ำเกลือทำความสะอาด ที่ปราศจากเชื้อ ไม่ระคายเคือง เพราะผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงทำให้มั่นใจได้เลยว่า น้ำเกลือที่นำมาล้างจมูก สะอาด และ  ปลอดภัยสำหรับการล้างโพรงจมูก  ซึ้งนอกจากการล้างจมูกแล้วน้ำเกลือยังใช้ในการล้างแผล  การล้างคอนแทคเลนส์ก่อนใส่เข้าดวงตา และเช็ดทำความสะอาดบนผิวหน้าได้อีกด้วยค่ะ

ลองดูนะคะ ล้างจมูกไม่ยากเลยค่ะ เด็กๆก็ทำได้ ผู้ใหญ่ก็เช่นกันค่ะ เอมี่ขอให้หน้าหนาวนี้เต็มไปด้วยสุขภาพดีดี หายในโล่งๆ พร้อมสำหรับแผนการเที่ยวรับวันหยุดยาวๆที่จะมาถึงนะคะ

ประสบการณ์ใหม่ๆกับการเลี้ยงหนอนผีเสื้อกลางคืน

เรื่องบางเรื่อง เราก็ต้องเรียนไปพร้อมลูกเหมือนกันนะ..

สืบเนื่องมาจากเอมิทำโครงงานที่โรงเรียนเกี่ยวกับผีเสื้อ เพื่อนที่ห้องมีหนอนผีเสื้อที่บ้านเพียบ เลยเอามาแจกจ่ายกันเลี้ยง
จะว่าไปนี่เรียกว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ กับการเลี้ยงหนอนตัวอวบๆ เลยนะเนี่ย เราได้หนอนมาตั้งแต่ตัวอวบๆ เขียวๆ
แต่น่าจะเกือบพ้นช่วงกินเก่งไปแล้ว เพราะอยู่เขียวๆ ที่บ้านวันเดียวอีกวันก็เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแล้ว
เรียกว่า ไม่ต้องเอาใบไม้มาเพิ่มให้สักเท่าไหร่

ว่าแล้วก็มาฟังวงจรชีวิตผีเสื้อของเอมิกันดูนะคะ เอมิซ้อมก่อนพูดหน้าห้องค่ะ

มาเล่าเรื่องหนอนผีเสื้อกันต่อค่ะ หนอนผีเสื้อที่เอมิได้มาเป้นหนอนผีเสื้อแพงพวยค่ะ
ที่นี้เอมี่ก็ไปหาข้อมูลเพิ่ม ผีเสื้อแพงพวยเนี่ยเป็นหนึ่งในผีเสื้อกลางคืนกลุ่มที่มีเยอะที่สุดกลุ่มนึง
และจะกินใบไม้ที่มียาง เพื่อทำให้ตัวเองมีพิษ สัตว์อื่นจะได้ไม่กินเค้า นับว่าเป็นกลไกป้องกันตัวเองที่ดีอีกวิธีนึง
คือชิงกินพิษเข้าไปซะก่อน 555 มิน่าตอนที่ใบแพงพวยหมด ปะป๊าเอมิเอาใบไม้อื่นมาให้ลองกินเยอะแยะ
ใบที่หมดก่อนคือใบไม้ที่มียาง ตอนแรกเอมี่ยังคิดว่าจะตายเลย เพราะเท่าที่รู้มา ผีเสื้อต้นไหนก็ต้องกินใบต้นนั้น
แต่พอหาข้อมูลต่อไปอีก ผีเสื้อดอกพุดก็ถือเป็นตระกูลเดียวกัน คือผีเสื้อกลางคืน
เหมือนกับหนอนผีเสื้อมะนาว ก็กินใบส้ม และใบของผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวได้
ว่าแล้วมาดูหน้าต้นแพงพวยก่อนเนอะ เด๋วค่อยดูหน้าเจ้าหนอน

ต้นแพงพวย

แบบนี้เลยค่า บ้านใครมีต้นแบบนี้ก็ตามหาหนอนได้เลย แต่หาเจอแล้วรีบหยิบออกมานะ เด๋วใบหมดไม่รู้ กินเก่งน่าดูค่ะ

ต่อมาเป็นหน้าเจ้าหนอนนะ เอมี่เลี้ยงในโหลแก้ว แล้วเอาใบไม้ใส่ลงไปเลยค่ะ ในรูปนี่ให้กินผัดกาดขาวอ้ะ
ปกติอึมันจะออกมาตามสีใบนะ จากที่เราลองเปลี่ยนใบดู ถ้ากินใบเข้มอึจะดำอ้ะ
ถ้าผักสีอ่อน อึออกมาสีอ่อนน่ารักทีเดียว เรียกกันว่า อึสีพาสเทล 555 (มองเห้นมั้ยคะ สีอ่อนๆ ในรูป)

11223593_10207712707680546_5805978431027428728_n
ี่น้องขาเม้า เม้าไปดูหนอนไป เราตั้งไว้ที่โต๊ะทานข้าวกันเลยค่ะ

ผ่านไปหนึ่งวัน หนอนเขียวๆ เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม ตอนแรกเด็กๆคิดว่าหนอนคนละสี แย่งกันเลือกใหญ่
พอผ่านไปสองวัน กลายเป้นสีเดียวกันหมด ลืมเลย ไม่รู้ตัวไหนของใคร

เริ่มดูตั้งแต่เขียวๆเลยเนอะ

wpid-20150829_174420.jpg

เริ่มจากยังกินๆๆ

wpid-20150829_174409.jpg

เริ่มเปลี่ยนสี

11988595_10207778095235194_7908761946346463417_n

wpid-20150901_102308.jpg

ตอนนี้เริ่มเข้าใต้ใบไม้ ชักใยปิดแล้วนะคะ ช่วงนี้เป้นช่วงที่ไม่กินอะไรแล้ว เก็บตัว
แต่ยังมีดุ๊กดิ๊กอยู่บ้าง ในช่วงนี้ของผีเสื้อกลางคืนจะต่างกับผีเสื้อกลางวัน
เพราะผีเสื้อกลางวันจะห้อยอยู่บนต้นไม้ แต่ถ้าในกลุ่มผีเสื้อกลางคืนจะฝังตัวเองลงดิน
หรืออยู่ใต้ใบไม้ ถ้าไม่สังเกตเนี่ยสีจะกลืนไปกับดินประมาณนึงเหมือนกันค่ะ

ผ่านช่วงนี้ไปสัก 2 อาทิตย์กว่าๆ จนเราลืมไปแล้วว่ามันจะออก หรือไม่ออก
ช่วงนี้เด็กๆ ก็เฝ้าดูกันไปทุกวันช่วงทานอาหาร จนมาวันนึงเราดูหนังคืนวันศุกร์กันที่บ้าน
จนจะเข้านอน เราก็เห็นผีเสื้อออกมาหนึ่งตัว เด็กๆ เลยขอหยิบดักแด้ที่ยังไม่ออกมาดูว่ามันตายมั้ยทำไมยังไม่ออก
ตอนนี้ดูตัวที่ออกแล้วก่อนนะคะ ออกมาเป้นผีเสื้อจรวดลายพราง สวยเก๋มาเลย กำลังอินเทรน แนวทหารมาเรย

11987208_10207814114335649_222463298543513537_n

12009818_10207814449904038_4303100742281552517_n

ตัวแรกที่ออกมาค่ะ ตัวนี้ดูไม่ทัน แต่ทันทีที่ออกมา มันจะคลานหากิ่งไม้ เพื่อห้อยปีกลง
ระหว่างนี้เท่าที่เอมี่หาข้อมูลเพิ่มคือ ผีเสื้อจะทำการฉีดน้ำเข้าไปที่ปีก คล้ายๆ กะเราเป่าลูกโป่งเข้าไปตามเส้นปีก
เพื่อให้ปีกสามารถกางได้ ช่วงนี้ถ้าเราไปยุ่งกับมัน มันอาจพิการได้ทีเดียวนะคะ
แต่ในบางตำราบอกว่า เป็นการผึ่งปีกให้แห้ง แต่เท่าที่ดูมันไม่ได้เปียกเลยนะ
แต่ตอนที่ออกจากดักแด้ มันมีของเหลวออกมาประมาณนึง เด๋วรอดูจากคลิปด้านล่างนะคะ จะเห็นชัดเลยค่ะ

และแล้วเราก็ได้เห็นนาทีชีวิตกันแบบจะจะ คาตากันเลยค่ะ

1

จบการเรียนรู้ การเฝ้าดูการเจริญเติบโตกันไปแบบสุขใจไปตามๆกันทั้งครอบครัวค่ะ

มาลองผลิตภัณฑ์ซักผ้าหอมๆสำหรับเด็กจากเบบี้มายด์กันค่า

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยนะคะ ก็หน้าฝนนี่เนอะ
จะซักผ้าทีแทบจะปักตะไคร้ไล่ฝน 555 อันนี้ก็เกินไป
เอมี่อยู่คอนโดพื้นที่ในการตากผ้าค่อนข้างจำกัด เวลาที่ต้องเอาผ้าที่กองมารวมกันซักเนี่ย
ต้องการแดดแรงๆเลยเพื่อมาทำให้ผ้าแห้งสนิท และ ไม่มีกลิ่น
ช่วงหน้าฝนนี่ต้องตามหาน้ำยาซักผ้า และ น้ำยาปรับผ้านุ่มที่สามารถลดกลิ่นอับชื้น
ให้กลิ่นหอมสะอาด เวลากอดลูกแล้วแบบว่ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนไป ขอมากไปมั้ยน๊อ…      

20150915180600

และแล้วเอมี่ก็ได้มาลอง Babi Mild Healthi Plus Baby Fabric Wash & Baby Fabric Softener
ที่เค้าบอกว่าจะช่วยลดกลิ่นอับชื้นด้วยสารสกัดจากพืชธรรมชาติ 7 ชนิด
ได้แก่ Thyme, Sage, Neem, Rosemary, Vetiver, Lime และ Aloe Vera ช่วยลดกลิ่นอับชื้น
ด้วยเทคโนโลยีน้ำหอมที่ทำให้กลิ่นหอมจาก(DeodIFF fragrance) และ Deo Clean Technology
ให้กลิ่นหอมสะอาด กลบกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ของผ้า หอมนุ่มน่าสัมผัส และที่สำคัญนะ
ผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิก อ่อนโยนต่อผิวอันบอบบางของเด็ก และ เหมาะสำหรับผ้าทุกชนิด

ครั้งแรกที่ลองบอกเลยว่าสะดุดกลิ่นหอมอ่อนๆ ก่อนอ้ะ กลิ่นโอเคมาก
แต่ต้องมาลองซักดูก่อนเนอะ ว่ากลิ่นจะติดผ้าทนนานแค่ไหน….

img1442307735114

ลูกมือที่บ้านเตรียมรวบรวมผ้าไปซักแล้วค่า

img1442307421547

พอรู้ว่าจะลองของใหม่เท่านั้นหละ ยิ้มแป้นเลย

ปกติเอมี่จะซักเสื้อผ้าเด็กๆ ทุกวันเสาร์
และปันปันกะเอมิก็จะต้องมาเอาเสื้อผ้าตัวเองเข้าเครื่องซักเป็นเรื่องปกติ
ส่วนเสื้อขาว หรือ ผ้าสีอ่อน เราจะซักมือกันรอบนึงก่อน
วันนี้เอมี่บอกว่าเราจะลองใช้  Babi Mild Healthi Plus Baby Fabric Wash & Baby Fabric Softener
เด็กๆ เลยกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เพราะอยากลองกลิ่นหอมๆ ที่แม่บอก
แต่วันนี้อากาศครึ้มๆ  อ้ะ ฝนทำท่าจะตก เมฆมากอีกต่างหาก
เรียกว่าท้าให้ลองสุดๆ วันนี้เราคงต้องตากผ้ากันค้างคืน เพราะท่าทางคงไม่แห้งแน่ๆ

แต่น แตน แต๊นนนน…ผลลัพธ์ที่ได้
นอกจากกลิ่นหอมแบบธรรมชาติที่ติดทนนานแล้ว อีกเรื่องที่เอมี่ติดใจเลยนะ
คือเรื่องความอ่อนโยนต่อผิวเด็ก ยิ่งผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและมาตรฐาน
การเสริมสร้างเกราะป้องกันอย่างอ่อนโยนทั้ง Hypro Allergenic ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผิวหนัง
และ Clean Care Protect Develop Natural Protection ได้รับการพัฒนาสูตรเพื่อการปกป้อง
และทำความสะอาดจากสิ่งสกปรกรอบตัว ไม่ว่าลูกจะไปเล่นซนที่ไหนก็ยังมีเกราะป้องกันเหล่านี้คอยดูแลอยู่ตลอด

ได้ลองใช้นี่บอกเลยว่า กลิ่นหอมอ่อนๆก็จริงนะ แต่ติดทนเลย แอบเอาเสื้อผ้าเด็กๆมาดมตลอด
จนสุดท้ายทนไม่ไหวเอมี่ก็ลองเอาเสื้อผ้าเอมี่มาซักด้วยเหมือนกันนะ จะได้กลิ่นเดียวกันทั้งบ้านเลย
ตอนนี้เค้ามีให้เลือกสองแบบ คือ แบบขวด กะ แบบรีฟิล คุ้มมากค่ะ
สำหรับเด็กๆ ที่แพ้ง่ายเอมี่เชื่อว่าเบบี้มายด์เค้าเอาอยู่เลยจริงๆ มั่นใจได้เลย

ว่าแต่วันนี้จะได้พับผ้ามั้ย….หน้ามุดอยู่ตรงกองผ้านี่หละ”

Babi Mild Healthi Plus Baby Fabric Wash & Baby Fabric Softener

ลองของใหม่ค่า…ฟื้นสมดุลผิวด้วยคุณค่าเข้มข้นจากธรรมชาติ

มีใครเคยเป็นผื่นขึ้นที่ตัว เวลาแพ้อาหาร แพ้อากาศกันบ้างมั้ยคะ

เอมี่เนี่ยเป็นประจำ บางทีแพ้หญ้า แพ้นั่น โน่น นี่โดยปกติก็เลี่ยงสิ่งที่ทำให้แพ้แต่หลายทีก็วิ่งเข้าใส่
แล้วมานั่งทานยาแก้แพ้กันทีหลัง จะว่าไปก็ยุ่งยาก วุ่นวายอยู่เนอะ

วันก่อนเอมี่ได้มีโอกาสได้ลอง Babi Mild Intensive Lotion ทั้งสามตัวที่ออกใหม่เลย
เรียกว่ามาได้พอเหมาะกับเวลามากๆ เพราะเด็กๆที่บ้านโลชั่นหมดพอดี เลยได้โอกาสนี้ลองใช้ซะเลย
จริงๆ เคยใช้ Babi Mild มาหลายรอบนะ แต่ก็ใช้สลับๆ กับหลายยี่ห้อ เลยไม่ทันได้สังเกตและตั้งใจรีวิวจริงจัง
รอบนี้ได้มาเต็มๆ 3 ชิ้น เนเชอรัล ไฮเดรทติ้ง อินเทนซีฟ โลชั่น-สำหรับ 5 ผิวแห้งเสีย,
ฮันนี่ ซัคเคิล แอนด์ อะเซโรลาเชอร์รี่ อินเทนซีฟ โลชั่น และ สกิน รีคอฟเวอร์ อินเทนซีฟ โลชั่น
เรียกว่า แบ่งกันใช้ แม่-ลูก สบายๆ

photo 2

วันแรกที่ได้ลองเอมี่ให้เอมิลองก่อนเลย เพราะเอมิจะเป็นคนสกรีนกลิ่นโลชั่นทุกครั้ง
บางทีได้กลิ่นมาไม่ถูกใจ เธอคืนเลยไม่ยอมใช้ แต่พอลอง เนเชอรัล ไฮเดรทติ้ง อินเทนซีฟ โลชั่น-สาหรับ 5 ผิวแห้งเสีย แค่นั้นหละ
กลิ่นผ่านฉลุย ส่วนเนื้อโลชั่นบางเบา ไม่ต้องใช้บริมาณเยอะก็ทาได้ทั่ว แถมยังซึมเร็วซะด้วยไม่เหมือนหลายยี่ห้อที่เคยใช้ที่จะแอบเหนอะเหนียว
วันแรกที่ลองเราก็จัดงานหนักให้เลย เพราะที่หน้าเอมิแอบผิวแห้งตรงหน้าผาก และ จมูก พอเช้าวันรุ่งขึ้นผิวเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

photo 5

ส่วนพี่ปัน ลองเป็นคนที่สอง คนนี้ไม่ค่อยยอมทาอะไร ที่คอนี่ผิวแห้งเป้นขุย หน้าที่แห้งสุดๆ เลยจัดตัว
เนเชอรัล ไฮเดรทติ้ง อินเทนซีฟ โลชั่นให้ทาหน้ากะคอเหมือนกัน เพราะปันเป็นคนชอบอาบน้ำอุ่นจัด
เลยทำให้ผิวแห้งเยอะกว่าทุกคนในบ้าน ผ่านไป 3 วัน คอกลับมานุ่มขึ้นไม่หยาบ หายเป็นขุยแล้ว

photo 7
จะแย่งกันทำไมเนี่ยยย!!

ส่วนเอมี่ ต่อสู้แย่งชิงมาได้หลอดนี้เรยยย ฮันนี่ ซัคเคิล แอนด์ อะเซโรลาเชอร์รี่ อินเทนซีฟ โลชั่น
ไว้ทาหลังอาบน้ำ
บอกเรยว่าโอเคมากอ้ะ หอมอ่อนๆ ติดตัวดีเลย ยิ่งทาก่อนนอนนะ เอมิกะปันนี่ติดหนึบ…

เอ่่อมมม ใครจะลองทาเป็นยาเสน่ห์นี่แนะนำ…ฮ่าฮ่า

photo 4

แต่ที่ติดใจสุดๆจริงๆ คือวันที่เอมี่มีอาการแพ้ที่ข้อพับอ้ะ เอมี่ลองเอา สกิน รีคอฟเวอร์ อินเทนซีฟ โลชั่น ทาดู
เพราะเห็นที่หน้าหลอดบอก “สำหรับผดผื่นแพ้ง่าย” และเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรเฉพาะ
ปกป้องผิวจากอาการคัน ผื่นแดง ด้วยการสารสกัดจากพืช 7 ชนิด (Multi– Herbal Extracted)
Chamomile, Green Tea, Gotu Kola, Japanese Knotweed,Rosemary, Skullcap, Licorice)
และ Bisabolol ช่วยฟื้นบำรุงผิวกลับคงสมดุลตามธรรมชาติ >> ธรรมชาติบำบัดป่ะคะเนี้ย

พอลองทาดูเนื้อโลชั่นบางเบามาก ไม่เหนอะผิว รู้สึกเย็นนิดๆสบายผิว
ลองเองใช้เอง และเห็นผลเต็มๆ เอมี่ทาที่ข้อพับที่แพ้อยู่ 3 วัน  เย็นวันที่ 3 นี่ผิวเริ่มเข้าสู่สภาพปกติแล้วอ่ะ
เรียกว่าเร็วมากเลยทีเดียว ไม่ต้องพึ่งพวกยาแก้แพ้เลย อันนี้ได้ใจเราไปเลย

photo 1

สำหรับบ้านไหนที่โลชั่นหมด แล้วอยากลองโลชั่นใหม่ๆ
เอมี่ว่าน่าจะลองพิจารณาแก๊งค์ x 3 ของ Babi Mild Intensive Lotion ดูนะคะ

ใช้ได้ทั้งแม่และลูก ไม่แพ้ ไม่คัน แถมยังแก้อาการภูมิแพ้ที่ผิวหนังได้ดีเลยค่ะ
อีกอย่างเค้าพิสูจน์มาแล้วนะคะว่าใช้ได้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่
(เด็กทารกก็ใช้ได้)
ซึ่งช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นป้องกันปัญหาผิวแห้งเสียในแบบต่างๆ และ ถึงผิวไม่เสียก็ใช้ได้นะคะ

เพราะจะช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื่น เหมาะกับสภาพอากาศสมัยนี้ ที่เราคงต้องป้องกันผิวจากมลภาวะกันมากหน่อย
ไม่ว่าจะเป็นผิวเรา หรือ ผิวอ่อนบางของเด็กๆก็ตาม อย่ารอให้ผิวแห้งเสียไม่สวยก่อนแล้วค่อยป้องกันเลยนะคะ

เด๋วรอบหน้ามีไรดีดี..จะมาแชร์อีกนะจ้ะ ไม่รักไม่เล่านะเนี่ย!!

แฮปปี้เบิร์ดเดย์….ทู้ยูวววว 5 ขวบแร้วค่าาา

และแล้ววาระแห่งชาติก็มาถึง….เด็กน้อยที่บ้านอายุครบ 5 ขวบแว้ววว

เอมิเป็นเด็กที่เกิดวันที่เดียวกับแม่ ในขณะที่พี่ปันเกิดวันที่เดียวกับป๊า…ให้มันรู้ ว่าใครลูกใคร ฮ่าฮ่า
แถมชื่อจริงของเอมิกะแม่ยังความหมายเดียวกันได้อีก (อาคิรา – อาทิตยา เป๊ะเนอะ)
ด้วยความที่เป็นลูกสาวขี้อ้อน ขี้งอน ขี้หงุดหงิด ทุกคนๆ ในบ้านเลยรุมยั่วให้เห็นแก้มป่องๆ กระเพื่อมเล่นอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่แก้มขาขึ้น จนแก้มเริ่มเป็นขาลงทุกคนก็ยังไม่หยุด…แหะแหะ

39536_1696230930460_3896549_n

ปีนี้เอมิอยู่อนุบาล 2 แล้ว เป็นปีที่หนูต้องเตรียมตัวสอบเข้าเรียนต่ออนุบาล 3 ปีนี้เราเลยไม่ได้มีกิจกรรมมากมายเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเที่ยวในประเทศ หรือ ต่างประเทศ (ปีนี้ตอนเมษา เราไปโอกินาว่าแค่ที่เดียว ส่วนต่างจังหวัดนี่เรียกว่าน้อยกว่าทุกๆปี) เพราะเอมิมีเรียนวันอาทิตย์ การเรียนของเอมิในปีนี้ ที่โรงเรียนจัดว่าดีมาก เกินคาดไปเยอะ ภาษาอังกฤษก็พัฒนาไปในทางดี เรียกว่า เลียนเสียง สำเนียงได้เว่อร์พอๆกะเจ้าของภาษา ฟังทีไรแอบอมยิ้มทู๊กที…

วีรกรรมปีนี้ที่โดดเด่นเห็นชัด…คือมิกล้าแสดงออกมากขึ้น จากเดิมที่ทุกครั้งมีการแสดงของชั้น เอมิจะเป็นเด็กที่ร้องไห้เกือบทุกครั้ง เรียกว่า 2/3 ครั้ง มิร้องตลอด พอมาปีนี้ เอมิขอประกวดร้องเพลง ขอแสดงความสามารถพิเศษที่โรงเรียน เป็นอะไรที่แม่และป๊าอึ้งมาก เอมิตั้งใจร้องเพลง ตั้งใจฝึก เรียกว่า งานเลิกไปแล้ว ยังฝึกต่อเพลงเดิม….เอ๊ะ ยังไง!!

ในวันที่เอมิขึ้นเวทีเล็กๆของโรงเรียน แม่รู้เลยว่ามันเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่ของเอมิ เอมิขึ้นไปร้องคนแรก ทำนองไม่เป็ะขึ้นช้าไปท่อนนึง แต่พอท่อนฮุก เอมิก็เนียนๆ เข้าเพลงได้เลย ถึงแม้เอมิจะยืน freeze แข็งเป๊ะเหมาะกับชื่อเพลง Frozen ก็ตาม ^^

ถึงแม้เอมิจะบ่นอยากมีน้องทุกวัน แม่บอกได้เลยว่า เอมิมาเติมเต็มครอบครัวเราที่สุดแล้ว จนสุดท้ายได้น้องมะลิ กระต่าย HL มาแทน เอมิก็ยังพูดถึงน้องอยู่ แม่บอกได้แค่ว่า ความรู้สึกอยากมีลูกมันจบลงตั้งแต่แม่มีเอมิแล้ว ปันปันกะเอมิเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับแม่แล้วนะ…แม่คิดว่า บ้านเราสมบูรณ์สุดๆ แระหละ

แฮปปี้เบิร์ดเดย์เอมินะคะ 5 ขวบแล้ว แม่ขอให้เอมิ “พบแต่ความดี ปราศจากความทุกข์” เหมือนพรที่เราขอหลังสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืนนะคะ

img1415019931537

รักเอมิที่สุดจ้าาา

บันทึกของเอมิ…แฮปปี้ 4 years girl

วันนี้เป็นวันเกิดครบ 4 ขวบของเอมิ

1380603_10151959319623586_991000017_n

ปกติเวลาเอมิเกิดไม่รู้เป้นอะไรบ้านเราไม่ตื่นเต้นเท่าปันปันเกิด ไม่รู้ทำไม น่าจะเป็นเพราะเอมิไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าปัน ไม่ค่อยเรื่องเยอะเรื่องของขวัญวันเกิด ไม่ค่อยจุกจิกแบบพี่ชายจอมซ่า แต่ถ้าย้อนไปจนถึงวันแรกที่รู้ว่าท้อง เอมี่ยังจำความสมบุกสมบันของเอมิตั้งแต่อยู่ในท้องได้เป็นอย่างดี ว่าแร้วคงต้องเก็บเรื่องราวของเอมิไว้ให้เค้าอ่านตอนโตซะหน่อยดีกว่า…

เอมี่กะพี่น้องตัดสินใจมีลูกอีกครั้ง เพราะคิดว่าอยากให้ปันปันมีเพื่อน และคิดว่า เด็กควงมีพี่น้องไว้คอยคุยกัน ปรึกษา และ ดูแลกัน ในวันที่เราไม่อยู่กะเค้า จะว่าไปในตอนนั้นอยากมีลูก เพราะชอบเด็กมากอ้ะ รู้สึกน่ารัก ได้กอดได้หอม แล้วต้องคอยแย่งเอาปันไปกอดไปหอม เลยคิดว่าอีกคนละกันจะได้แบ่งกัน ฮ่าฮ่า…

ครั้งแรกที่รู้ว่าท้องอีกครั้งดีใจมากๆ แต่แล้วก็เหมือนตอนปันปัน คือมีการแท้งก่อน เนื่องจากตัวอ่อนไม่สมบูรณ์ จิตตกไปพักใหญ่ พี่น้องบอกว่าไม่เป็นไร ปันก็โตแล้ว เราพาปันไปญี่ปุ่นกันดีกว่า ว่าแล้วเอมี่ก็จัดทริป จองตั๋วไปญี่ปุ่นเรียบร้อย เพราะคิดว่ายังไงคงไม่ท้องอีกง่ายๆ…

ถึงเวลาจะบินแระ เตรียมตัวกันสนุกสนาน ปันปัน 1.7 เดือน แฮปปี้กะการขึ้นเครื่องมาก ปันปันยังทานนมแม่อยู่ตามปกติ และไม่กินขวด และ กล่องเอาซะเลยในตอนนั้น เอมี่รู้สึกแปลกๆ เลยตรวจผลตั้งครรภ์ สรุปว่า….ท้อง

เย้ยยยย…อยากไปเที่ยวด้วยหรอเอมิ แฮร่…

ด้วยความที่ตอนท้องปันปันไม่มีอาการแพ้ท้องใดๆ เราก็เลยพาเอมิที่มีอายุ 1 อาทิตย์ไปเที่ยวด้วยซะเรย แต่บอกตรงๆ ว่าเอมี่ก็ทำใจไปประมาณนึง ว่าอาจจะมีปัญหาอีก เลยทำประกันไว้เรียบร้อย กะว่ามีอะไรก็หาหมอที่ญี่ปุ่นแล้วกัน…แต่เอมิ(ไม่ได้พิมพ์ผิดนะคะ เอมิจิงๆ)อึดมาก ทั้งยกรถเข็น ยกกระเป๋า อุ้มพี่ปันปัน ที่สำคัญยังให้นมปันปันอยู่เลยด้วย

จนสักวันที่ 4 -5 ที่ญี่ปุ่น เอมี่ก็เกิดอาการแพ้ท้อง เวียนหัว ต้องอมลูกท้อ กะ บ๊วยแทนข้าวสลับไปมา ทำให้รู้สึกลึกๆ ว่าท้องนี้ไม่เบา มาแรงแซงโค้งเรยทีเดียว จนถึงวันที่ใกล้จะกลับ เราไปไหว้ศาลเจ้าเมจิ เค้ามีให้เขียนคำขอพร…..เอมี่เขียนไปว่า ขอให้ได้ลูกสาว แข็งแรง จิตใจดี ประมาณนี้ แล้วก็มาเล่าให้พี่น้องฟัง พี่น้องบอกว่า ใครเค้าขอตอนที่ท้องแล้ว เด๋วเกิดในท้องเป็นผู้ชายอยู่ทำไงหละเนี่ยยยยย…เออจริง แปร่ววว

26059_1406053316201_5531601_n

กลับมาถึงไทย เราก็ไปฝากท้อง คุณหมอก็บอกว่า คุณแม่ไม่รู้หรอคับว่า เค้าไม่ให้ขึ้นเครื่อง มันอันตรายมากนะ แถมมีประวัติด้วยยย…ว่าแร้วหมอก็ซาวน์ และก็เห็นตัวเล็กๆ หัวใจตุบๆๆๆ เย๊….มีความสุขจัง ต่อไปก็รอคลอดเรย ไม่ลุ้นเพศกันหละ เพราะอยากมีลูกเฉยๆ ไม่ระบุเพศแระ แต่ได้ผู้หญิงก็ดีนะ คริคริ

ระหว่างเส้นทางการท้อง 4 เดือนแรก จำได้แม่นมากว่า แพ้ท้องตลอด อาเจียนทุกทีที่ว่าง และ หลังอาหาร กอดชักโครกทุกวัน ร้องไห้ทรมาน และบอกตัวเองว่า ถ้าท้องที่แล้วเป็นแบบนี้เราคงไม่ท้องอีก…แหม๊ มาปิดเบรคได้สะจายจิงๆ เจ้าตัวเล็ก…

ได้เวลาอัลตร้าซาวน์อีกครั้ง รอบนี้จะรู้เพศแระ ลูกจะหลบ จะอายมั้ยน๊า จะเห็นชัดมั้ยนะ ปันปันก็ลุ้น ป๊าก็ลุ้น ปันปันไปกะเอมี่ทุกครั้ง และเป็นคนป้อนวิตามินให้น้อง(ผ่านแม่)ทุกวัน และกำลังติดหนังสือเจ้าตัวเล็ก การ์ตูนเกียวกันการมีน้องอยู่ด้วย…แต่น แตน แต๊นนนนนน คุณหมอบอกว่า คุณแม่เตรียมซื้อเสื้อผ้าใหม่หมดได้เลย ได้ลูกสาวนะคับบบบบ กรี๊ดดดดดดดดดดด

ถึงเวลาเตรียมชื่อให้ “เจ้าตัวเล็ก” ตอนปันปันพี่น้องคิด ตอนนี้หละ ระดมสมองกันอีกครั้ง หลายคนใช้ชื่อคล้องกัน แต่เราไม่ปิ๊งเท่าไหร่ เอมี่ไปเปิดหาชื่อเล่น หาไปหามา ไปสะดุดกะชื่อ “เอมิ AMI” ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “สวย” เอานะ สวยไม่สวย เราก็อวยกันเองไว้ก่อนแล้วกัน

^^ ส่วนชื่อจริง ตอนปันปัน เอมี่กะพี่น้องช่วยกันหาชื่อที่คล้ายๆ เอมี่ คือ อาทิตยา ปันปันก็เลยได้ชื่อ อาทิชา ที่แปลว่าผู้เริ่มต้น ที่นี้เอมิจะ อา….อะไรดีหนอ

หาไปหามา ดูเดช ศรี กาลกิณี กันเอง โดยแม่หมอเอมี่เรียบร้อย ก็ได้ชื่อที่ ความหมายเดียวกะแม่ และ คล้ายแม่ และ พี่มากๆ “อาคิรา” แปลว่า “พระอาทิตย์” เกิดมาส่องสว่าง ที่สำคัญ กลมป๊อกซะขนาดน้านนนน….

ถึงกำหนดผ่า เช่นเคยเราฤกษ์สะดวก ผ่าก่อนหมอไปฮ่องกง แบบลืมนึกว่า ผ่าแล้วใครจะดูแลต่อหละเนี่ย ฮ่าฮ่า…ผ่าเรียบร้อย เข้าห้องไปคนเดียวแบบแมนๆ เพราะพี่น้องกะพี่ปันปันรออยู่ข้างนอก รอบนี้ไม่สลบ ได้เห็นเอมิตัวเป็นๆก่อนทุกคน ว่าแล้วก็นอนต่อหละ ทำหน้าที่เสร็จแระ…

39536_1696230930460_3896549_n

ตื่นมาปันปัน กะ ป๊า เล่าใหญ่เลยว่าเห้นน้อง น้องเป้นยังไงบ้าง บลา บลา บลา…ปันปันดุแฮปปี้มีความสุข ที่ได้ของเล่นใหม่ ถามว่า ตอนกลับบ้านจะเอาน้องกลับด้วยได้มั้ย..อ้าว พึ่งมาคลอดจะให้ทิ้งไว้ รพ ซะงั้น ก๊ากก!! ช่วงนี้ป๊ากะปันนอนเฝ้าจนถึงวันกลับบ้าน ปันอยู่ทุกช่วงเวลา ไม่มีปัญหาที่แม่อยุ่กะน้อง เพราะปันครอบครองป๊าไปเต็มๆ

มาถึงบ้านคืนแรก เอมิร้องกระจายยยย จนต้องเอาออกมานอนห้องรับแขกกันสองคน ปันหลับอยู่ตื่นขึ้นมาถามเลยว่า แม่จะไปไหน เอาน้องไปไหน เอากลับมา…ก่อนจะคร่อกไปใหม่
ช่วงแรกเราจูนกันอยู่สักพัก..เอมิก็เป็นเด็กติดแม่ และ นมแม่มากๆ กว่าจะเลิกนมก็เกือบสามขวบ เรียกว่า มาราธอน และเป็นเด็กที่แข็งแรงมาก ไม่แพ้อะไรเลย และ ไม่ป่วยง่ายๆ

ดอกไม้บาน 2 ดอก

62826_447113533585_2060123_n

ดูอิริยาบทต่างๆ ของเธอซะก่อน

37019_10201077868213706_2113876446_n

โตขึ้นสักพัก เราก็พาเอมิไปเกาหลี เอมิมีความสุขกับทุกที่ที่มีพี่ปัน และ พ่อแม่ ผ่านไปอีกปี เราก็พาเอมิไปกรีซ ไปเกาะซานโตรินี และ เกาะมิโคนอส ต่อด้วยอิตาลี รวมๆ แล้ว 19 วัน เห็นได้ชัดว่า เอมิมีความสุขกะการเที่ยว และ ติดเที่ยวไปเรียบร้อย ฮี่ฮี่ เรียกว่า แบกไป พกไปเที่ยวนี่ไม่มีปัญหา ไม่วุ่นวาย ไม่เรื่องมาก กินง่าย หลับง่ายได้ทุกที่ ล่าสุดเราไปญี่ปุ่นมา 14 วัน เอมิไม่มีวี่แววอยากจะกลับบ้านเลย แถมขออยู่ต่ออีก ก็บอกแร้วนะ เรื่องกิน เรื่องนอน เรื่องเที่ยวเนี่ย…ของโปรด แม่กะป๊าเลยต้องลำบากจัดทริปทั้งใน-นอกประเทศให้เอมิ กะปันปันตลอด

page

เอมิเข้าโรงเรียนเมื่อกลางปีนี้ ตอน 3 ขวบครึ่ง เรียกว่าเป็นเด็กตามเกณฑ์เด๊ะ โตกะลังดี และ รู้เรื่องเยอะแยะ ถ้าเทียบกะตอนพี่ปันเข้าโรงเรียนก่อนเกณฑ์ตอน 2 ขวบ 7 เดือน เอมิเลยไวมากสำหรับการเรียน และ การเข้าสังคม คือเธอเจ๊าะแจ๊ะมากมาย รู้จักชือเพื่อนทั้งห้อง(ไม่เท่าไหร่) ยังรู้จักชื่อพี่ น้อง ของเพื่อน และ เพื่อนห้องข้างๆ ด้วย เอ่อมมม จะเยอะไปมั้ย..

249009_10201356159490814_1531022327_n

ร่วมได้ทุกกิจกรรม อย่างมีความสุข

998446_10201805641687588_1700267373_n

ฮัลโลวีนก็จัดไป

1392475_10202434429566892_2126937687_n

เอมิซน เอมิซ่า และ มีพัฒนาการที่ต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย อารมณ์อ่อนไหว และ สติปัญญา
เอมิทำอะไรที่แม่กะป๊าคาดไม่ถึงเยอะแยะ และมีความจำดีมากๆในเรื่องที่อยากจะจำ เช่น เพลงต่างๆ
ช่วงก่อนก็ตั้งใจหัดร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ฟังจาก youtube เอง จนร้องได้จบเพลง
คือไม่เคยเจอเด็กมุ่งมั่นอยากร้องเพลงขนาดนี้อ้ะ ฮ่าฮ่า

Ami-2

ถึงวันนี้เอมิ 4 ขวบแล้ว ถึงเอมิจะซน จะซ่า จะแสบขนาดไหน
แม่รู้ว่า ป๊า และพี่ปัน รักและหลงเอมิมากขนาดไหนนะจ้ะ
แม่ขอให้เอมิเป้นเด็กดี มีความเป้นตัวของตัวเองแบบนี้
ตั้งใจหาความรู้สะสมเข้าตัวเพื่ออนาคตของมินะ
..แม่จะเป็นคนข้างๆ ของเอมิตลอดเวลานะจ้ะ..

pages

เลิฟมิ เลิฟมิ…รักมิ 18 โลก เหมือนที่มิบอกแม่ทุกคืนน๊า