HelmetHero โปรเจคส์ดีดีที่ต้องบอกต่อ…

หลายคนคงรู้กันเนอะว่าบ้านเอมี่ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะหลักในการรับส่งลูกๆไปโรงเรียน
ก็แหม โรงเรียนใกล้บ้านซะขนาดนั้น จะใช้รถยนต์ไปเพิ่มมลพิษในซอยเล็กๆก็ใช่ที่
แต่บางทีที่พี่น้องไม่ว่างไปรับส่วนใหญ่เอมี่จะเดินไปรับเอมิแทน ส่วนปันปันก็ให้อาเจ็กช่วยรับมาส่งที่บ้าน
เรียกว่าใช้รถยนต์ค่อนข้างน้อยทีเดียว

ในช่วงแรกที่ปันปันไปโรงเรียนคนเดียว บอกตรงๆเลยว่าเราไม่ได้ใช้หมวกกันน๊อค
เนื่องจากโรงเรียนอยู่ในซอยบ้านระยะประมาณ 200 ม.การจราจรในซองค่อยข้างโล่งมาก
แต่พอปันปันโตขึ้นต้องย้ายไปฝั่งประถม ซึ่งอยู่ซอยตรงข้ามกับซอยบ้าน
และเอมิก็เริ่มเข้าโรงเรียนเราเลยต้องมีหมวกกันน๊อคให้เด็กๆ กันหน่อย

จะว่าไปนะ หมวกกันน๊อคเด็กก็ไม่ได้หาง่ายนะ แบบที่ไม่หนักหัว ใส่แล้วคอไม่หดเนี่ย!!
เราหามานาน ถ้าของเด็กเล็กก็ดูบอบบางเสียเหลือเกิน และบางรุ่นไม่มีมาตรฐานด้วย
แต่สุดท้ายเราก็หาได้ในแบบที่ถูกใจทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
ตั้งแต่นั้นมาหมวกกันน๊อกก็เป็นอุปกรณ์ติดตัวของเด็กๆมาตลอด

้helmet hero

วันก่อนได้มีโอกาสดู viral ของโครงการ HelmetHero บน BTS ดูแล้วสะกิดใจน่าดู
คือแบบชอบอ้ะ…ดูแล้วอมยิ้มนะใครดูแล้วมั่งอ้ะ ที่มีพระมาพรมน้ำมนต์กลางสี่แยก
แล้วให้พรประหนึ่งว่า โชคดีนะโยม เดินทางปลอดภัยด้วยน้ำมนต์หลวงตา
คนขี่มอเตอร์ไซค์ที่รอไฟแดงก็ งง แต่ทุกคนก็ใส่หมวกกันน๊อคนะ แต่มีภาพที่ตัดไปแวบนึง
มีเด็กสองคนไม่ได้ใส่หมวกอ้ะ จะว่าไปถ้าไม่มีลูก เราคงดูผ่านๆ ไป ไม่ได้รู้สึกอะไร
และคงดูโฆษณาผ่านๆ ไปแบบขำๆ แต่พอมีเด็กเข้ามาเกี่ยวเนี่ย
ดูแล้วเหมือนเราเอาชีวิตลูกไปฝากไว้กับโชคชะตาไงไม่รู้ คือบางทีเราอาจขับขี่ปลอดภัย
แต่คนรอบตัวเรานี่ เราก็ไม่รู้เนอะ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ถ้าสามารถผ่อนให้หนักเป็นเบาได้ ทำไมเราจะไม่ทำ
……..

แหม๊….แล้วในชีวิตจริง พระท่านก็ไม่ได้แวะมาพรมน้ำมนต์กลางสี่แยกทุกวันซะด้วยสิ….
แล้วจะหวังให้อะไรมากันน๊อคหละ
เรียกว่า You on Your own ของแท้!!

ในฐานะที่เอมี่ก็เป็นอีกครอบครัวนึงที่ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นอีกพาหนะในการรับ-ส่งเด็กๆ
เลยอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมรณรงค์ แคมเปญ Helmet Hero
ที่ต่อยอดมาจากแคมเปญ The 7% Project ตั้งแต่ปี 2557 อีกครอบครัวหนึ่ง
ถึงแม้ที่ผ่านมาในช่วงแรก เราเองไม่ได้ให้ความสำคัญกับหมวกกันน๊อคเด็ก
แต่พอได้รับข้อมูลว่ามีเด็กในวัยเรียน ทุกๆวันราว 1.3 ล้านคนที่เดินทางโดยการซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์
แต่กลับมีเพียง 7% เท่านั้นที่สวมหมวกนิรภัย
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก
โดยในแต่ละปี มีเด็กกว่า 2,600 คนเสียชีวิต หรือมากกว่า 7 คนต่อวัน
และอีกเกือบ 200 คนต่อวันได้รับบาดเจ็บหรือพิการ หรือกว่า 72,000 คนต่อปี
จำนวนความสูญเสียมันเยอะมาก คงไม่มีใครอยากให้มีเด็กคนไหนได้รับอุบัติเหตุ
และ เสียชีวิตเพียงเพราะเราละเลยการใช้หมวกนิรภัยเนอะ
ความสูญเสียเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการให้เด็กๆสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ต้องเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์

ด้วยเหตุนี้เครือข่ายองค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านคุ้มครองเด็กและป้องกันอุบัติภัยบนท้องถนน
นำโดย มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation) และ องค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children)
จึงได้ร่วมมือกันริเริ่มโครงการ The 7% Project – เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก
โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและพิการทางสมองในเด็ก
ด้วยการเพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยของเด็กจาก 7% ให้เป็น 60% ทั่วประเทศภายในปี 2560
ซึ่งเอมี่เชื่อเหลือเกินว่าทำได้ไม่ยาก ถ้าเราๆผู้ปกครองร่วมมือกันจริงจังที่จะกระจายข่าวสาร
และ ส่งเสริม กระตุ้นให้ทุกคนหันมาเห็นความจำเป็นในการใช้หมวกนิรภัยในเด็ก

แอบบอกนิดค่ะ ที่เว็บ www.helmethero.org  เค้ามีแคมเปญรวมตัวเหล่าผู้กล้า เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา “Everyday Heroes ใครๆก็กันน็อค” ด้วยหละ แต่ละคนมาจากหลายๆวงการ และหลายสาขาอาชีพ แต่ทุกคนต่างเห็นความสำคัญของหมวกนิรภัยเหมือนกันเลยมารวมตัวกัน สนใจลองแวะเข้าไปดูนะคะ น่าสนใจเลยหละ

“เพราะชีวิตไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เราถึงต้องจริงจังที่สุดกับความปลอดภัยของคนที่เรารักและตัวเราเองนะคะ”

ในวันที่ต้องการหาแนวร่วม “รวมพลคนจะผอม” จึงเกิดขึ้น

เอมี่เชื่อว่าหลายคนยังคงโตตามวัย ถึงแม้ว่าเราควรจะอยู่ในวัยหยุดโต…
การรับประทานอาหารตามใจปาก ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกแล้ว เรียกว่าวัยยิ่งเยอะ ยิ่งควรทานน้อย และเน้นสุขภาพสักหน่อย
เอมี่เป็นอีกคนที่สมัยก่อน(อร้ายยย พิมพ์อะไรลงไปอ้ะ) ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แต่ๆๆๆอย่าพูดถึงตอนนี้ แค่หายใจเข้าก็น้ำหนักขึ้นแล้วอ้ะ…
ทีนี้จะทำยังไงให้คุมตัวเองได้ หลายคนมีวิธีแตกต่างกันไป เรามาดูวิธีกันเล่นๆ

1. ประกาศทางสื่อ social ทุกแขนง มี ig มี line มี FB จัดไปให้หมด ชั้นจะผอม จะลด จะอดอาหาร ตั้งเป้าห้าโล สิบโล เพื่อเป็นการประกาศจุดยืนให้โลก(รอบตัว)รู้กันไปเลยว่าเอาจริงนะจ้ะ

2. เริ่มถ่ายรูปเมนูสุขภาพ คลีนสุดติ่ง ใครทานไม่ได้ ชั้นทานได้ ชั้นเริ่ด แต่มื้อกรุบกริบถ่ายมั้ยยยยย….ไม่บอก

image

3. เริ่มช๊อปชุดออกกำลังกาย เป็นสาวสปอร์ตตี้ เก๋แกร่ง เพิ่มพลังในการออกกำลัง รองเท้ามีสีครบทุกสี สปอร์ตบรามีทุกรุ่น กางเกงอย่าให้พูด ลายพรึบพรับ นัยว่าพรางตาชะงัดนัก อ้อ ต้องมีนาฬิกาวัดแคลลอนี่นิดส์นุง ออกไปเท่าไหร่ โลกจะต้องได้รู้ (คุ้นๆว่าอันนี้เอมี่เอง ฮาาาา)

image

4. เริ่มแอบวัดสัดส่วนทิ้งไว้ กะว่าทำ before & after คือสำเร็จวันไหนไม่รู้ แต่เตรียมไว้ ยังไงชาตินี้ต้องได้ใช้
(อันนี้ถ่ายไว้เป็นชาติจริงๆอ้ะ ป่านนี้ยังเท่าเดิมเรย)

5. หาคลิปออกกำลัง หรือ แสวงหา fitness เกร๋ๆ มุมสวยๆ แสงดีดี เทรนเนอร์หล่อล่ำ เพื่อดึงพลังใจนิดนุง

image

ทำครบห้าข้อแล้วก็เริ่มได้…ผ่านไปสามวันห้าวัน หยุดพัก คือบับว่าร่างร้าว ใจสั่น อาหารไม่ถึง ร่างกายขาดสาร กินหนักกว่าเดิม อ๊ากซ์…ที่คลีนมา หายหมด

อ้ะเริ่มใหม่ วนลูปเดิมเริ่มข้อ 1-5 มันใช่มั้ยยยย…ฮาาาา

เอมี่เป็นแบบนี้เรยอ้ะ พองๆแฟบๆ แต่ช่วงแฟบนี่แทบไม่มีเหอะ

แล้วจากที่เราแชร์โน่นนี่กันที่หน้า wall เลยกลายมาเป็นเพจ รวมพลคนจะผอม เพจแห่งความมุ่งมั่นในการดูแลรูปร่างด้วยวิธีธรรมชาติ เน้นการออกกำลังกาย และการดูแลอาหาร เพจนี้เอมี่อัพเดทรายวัน มีทั้งคลิปออกกำลัง รีวิวสั้นๆ เมนูอาหารคลีนๆที่เชื่อเหอะว่ากินได้ และทำง่ายมั่ก เพราะปกติฝีมือมีจำกัด ไม่ดิ้นรนทำอะไรที่ลำบากมาก และก็เป็นคนที่ไม่กินอะไรที่ไม่อร่อยอ้ะ เพราะฉะนั้นน่าจะพอตามกันได้ อย่างน้อยก็ไม่ถึงกะเททิ้ง ว่างั้น….

ว่าแล้วเลยมาแนะนำอีกทางเลือกเพื่อไปรวมตัวกันปฏิวัติระบบร่างกายกันค่า ใครจะแอบอ่าน(เพราะชั้นไม่อ้วน) หรือใครจะไปหาแนวร่วม และช่วยแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน เอมี่ก็สุดแสนจะยินดีนะคะ

แล้วเจอกันค่า www.facebook.com/fit4slim

image

มารีวิวคลิปออกกำลังกายแบบฟรีๆ ที่ออกที่บ้านได้กันซะหน่อย…ตอนที่ 1

วันนี้มาเม้าท์เรื่องการออกกำลังกายกันหน่อยดีกว่า จริงๆ แล้วเอมี่ออกกำลังกายมานานมากกกกก เรียกว่า ครั้งแรกที่เริ่มออกกำลังกายนี่เริ่มที่การออกกำลังกายที่ fitness ชื่อดังชื่อนึง จะว่าไปตั้งแต่ก่อนมีลูก เรียกว่ายังทำงานอยู่ก็อาศัยเวลาหลังเลือกงานไปออกกำลังกาย และ รอสามีมารับกลับบ้าน จำได้ว่าตอนนั้นฟิตมากอ้ะ ออกทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เรียกว่าสมัครกันรายปีไปเลย แต่เล่นไม่ถึงนะ เพราะท้องซะก่อน ต้องไปทำสัญญาขอเลื่อนกันไป สาเหตุที่เล่นในตอนนั้น เพราะว่ารู้สึกตัวเองไม่แข็งแรง อยากมีลูก เลยกะว่าออกกำลังกายไปซักปี ที่ไหนได้ ออกได้ 3 เดือนท้อง อิอิ

หลังจากท้อง จนมีลูก จนลูกโต นับนิ้วแล้วได้ประมาณ 6 ปี น้ำหนักที่เคยมีก่อนท้อง 53 กิโล ก็ขึ้นพีคสุดไปที่ 75 กิโลวันก่อนคลอด แล้วก็ลงมาประมาณ 55 โล ซึ่งจริงๆ แล้วเอมี่รับได้นะ นน. ขึ้นมา 3 โลเอง แต่ๆๆๆๆๆ ตอนนี้อ่ะสิ จะ 60 กิโลแระ เลยคิดว่าควรจะให้มันลงไปสัก 5 โลดีกว่ามั้ย

ช่วง 2 ปีก่อนที่ออก T25 อ้ะ ทั้ง Alpha และ Beta ช่วงนั้นรู้สึกร่างฟิต สตาร์ตติดง่าย…หา ไม่นะ ไม่ใช่มอไซค์ 555 รู้สึกฟิตและเฟิร์ม แต่พอได้หยุดปิดเทอมกับลูก เอวคอดๆก็เลยเอาคืนพี่ Shaun T ไปเรียบร้อย และพอมาออกอีกที รู้สึกปวดเข่าน่าดู เพราะ Gamma ค่อนข้างหนักอ้ะนะ คนที่ทำได้นี่ยอมใจเลยอ้ะ

เอมี่เลยเริ่มควานหาคลิปใน Youtube มาทำการออกกำลังกายให้สมวัย(อร๊ายยยยย แมวพิมพ์) จากที่บ้าน จะได้ไม่ต้องออกจากบ้านไปไหน ว่าแล้วเราก็มาเริ่มที่ Guru 6 packs อย่างเจ๊จิลเลียนก่อนเลย คลิปของ Jillian Michael นี่มีเยอะพอสมควรเลยนะคะ แต่ที่โด่งดังมากๆ มียอดวิวเกือบ 30 ล้านวิว นี่ต้องอันนี้เลย

Jillian Michaels: 6 Week Six-Pack Abs Workout- Level 1

39 min Burn 275 cal

527_562_425

คลิปนี้เน้น Abs ล้วนๆอ้ะ วันแรกๆ ที่เอมี่ทำ นี่ร้าวพุงมากอ้ะ เรียกว่าตั้งแต่ใต้ลิ้นปี่ลงมานี่ 6แพคแทบจะถือกำเนิดตั้งแต่วันแรกเลยทีเดียว บางท่าก็ไม่ต้องคิดจะทำเลย เพราะในวันแรกๆ นี่ทำไม่ได้อ่ะ นี่ขนาดผ่านมือพี่ Shaun T มาพักใหญ่ๆ แล้วนะ ยังไม่รอดเหอะ ถามว่าเหนื่อยมั้ย บอกเรยว่าไม่เหนื่อยนะ แต่ร่างร้าวราน และ ล้ามาก เข้าใจเลยว่าถ้าได้ 6แพคมาเนี่ย ต้องหวงแหนเอาไว้ขนาดไหน

อ้ะ พวกเราสู้…แต่คลิปนี่เค้าการันตีเลยนะ ถ้าทำได้ 6 วีค นี่ 6 แพค มาแน่ เอมี่ทำไป 3 วีค แต่วีคละ 2 วันเองนะ คาดว่าคงกลางปีหน้าได้จะได้ 6 แพค ฮาาาาา (อยากรู้อ้ะ 6 วีค 6 แพค เนี่ย เค้าให้เราหยุดเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์มั้ยอ้ะ)

1

2

อีกคลิปของเจ๊จิลเลียนที่เอมี่ลองแล้ว ใช้ดี ชอบมาก ก็คือรายการนี้เลย เวลาสัก 60 นาทีถ้าพอมีก็จัดไปนะ

Jillian Michaels: Banish Fat Boost Metabolism Complete Workout

55 min Burn 437 cal5132_331_77

คลิปนี้หนักกว่าเดิมนิด เหวี่ยงแขนเหวี่ยงขาพันกันนัวเนีย ทำคลิปนี้โปรดระวัง จะค่อดเมื่อยไหล่อ่ะ ช่วงเแรกมีแตะสลับให้เราตายใจว่า โอ๊ยยย ชิวชิว แต่พอสักพัก ลายออก เอ๊ยยย ก็จะออกหนักขึ้น คลิปนี้ดีตรงที่จะได้ออกทั้งตัว และ เมื่อยกันไปเลยทั้งตัว ไม่ใช่แค่ช่วงพุงนะจ้ะ

จะว่าไปคลิปนี้เอามาทำสลับๆ วันกับวันที่ทำคลิปสั้นๆ จะดีมากนะคะ เพราะเวลาที่นานขึ้นจะทำให้หัวใจเราได้ออกกำลังมากขึ้น และหัวใจควรออกกำลังในโซน aerobic สัก 30 นาทีต่อเนื่อง คลิปนี้ได้ไปเต็มๆเลยอ้ะ

คลิปนี้เจ๊จัดให้ทั้งกายและใจ เอาให้เพรียวกันไปเลยเหอะ

3

เน้นแขนเฟิร์ม

4

ต้นขาฟิตๆ จะไปไหนเสีย

5

ท่านี้ต้องมา…ได้ทั้งหน้าท้อง และ เอวด้านข้าง

คลิปของ Jillian จะว่าไปมีเยอะอยู่นะคะ ไม่ว่าจะเป็น Jillian Michaels 30 Day Shred: Level 1 , Jillian Michaels: No More Trouble Zones- Complete Workout หรือ Jillian Michaels: Yoga Meltdown Level 1 ส่วนตัวเอมี่ยังไม่เคยลองนะคะ ค่อยๆ ทยอยลองออกของหลายๆ เทรนเนอร์ไป จะได้เจอที่ตัวเองทำไหว พอเบื่อคลิปนั้น ก็มาหาคลิปเก่า สลับไปมา เพราะเป้าหมายจริงๆ ในการออกกำลังกายคือ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และ รูปร่างที่คงที่ ไม่ได้หวังจาก 6 แพคอะไรกะใครเค้า เพราะต่อให้ทำได้จริงๆ ก็คงอวดได้แค่คนที่บ้านอ้ะ 5555 เพราะฉะนั้นจะกี่แพคก็คงไม่เป็นไรมั้งเนอะ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งดีนะคะ ยิ่งได้ควบคู่กับการทานอาหารดีดี ที่เหมาะสม และ ครบถ้วนสารอาหารด้วยเนี่ย
ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพไปอีกเยอะเลย ลองเริ่มๆ กันดูนะคะ แล้วว่างๆ เอมี่จะมาแชร์เมนูคลีนให้นะคะ จะได้ฟิตแอนด์เฟิร์มกันเต็มๆ

ตอนนี้เอมี่มีเพจแชร์ข้อมูลการออกกำลังกาย และ อาหารสุขภาพ ถ้าใครสนใจลองไปกด like ดูนะคะ จะได้อัพเดทข้อมูลกันทุกวัน วันต่อวันเลยค่ะ เพจนี้เรยค่า รวมพลคนจะผอม เพราะคุณผอมได้โดยไม่ต้องใช้ยานะจ้ะ

6

วันนี้รีวิวของ Jillian คนเดียวก่อนนะคะ เด๋วรอบหน้ามาเพิ่มของ Fitnessblender ให้นะจ้ะ 1000 แคลเลยนะ…จะบอกให้

ได้เวลา…ฟิตแอนด์เฟิร์มอย่างจริงจังกันซะที

ฮาโหล มาสวัสดีปีใหม่กันก็ซะปลายเดือนมกราแล้ว ยังแฮปปี้นิวเยียร์กันอยู่มั้ยคะ

ปีที่แล้วมีหลายสิ่งอย่างเกิดขึ้นมากมายกับเอมี่ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าโรงพยาบาล หรือ ผลตรวจสุขภาพซึ่งถึงแม้ผลจะออกมาผิด แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าทำไมเราถึงไม่มั่นใจในตัวเองว่าเราดูแลสุขภาพดีมากพอ…ดีพอจนเราจะมั่นใจว่าผลที่ตรวจมาในวันนั้นผิดแน่นอน ทั้งๆที่เราดูแลอาหาร และ ออกกำลังกายมาตลอด เรายังสามารถหวั่นไหวไปกับผลที่ออกมาผิดๆในตอนแรกได้อีกเนอะ…

แต่ก็อย่างว่า เราก็ต้องเชื่อผลที่โรงพยาบาลที่เห็นก่อนอยู่ดี จำได้ว่าตอนนี้จิตตกมาก..เรียกว่า ร้องไห้อยู่ข้างในเลย ตอนที่เห็นผลในวันนั้น แต่เนื่องจากไม่ได้ไปคนเดียว เลยไม่สามารถปล่อยอารมณ์ได้เต็มที่ พอถึงบ้านเท่านั้น แทบจะล้มทั้งยืนเลยทีเดียว ใคร งง งง ว่าเรื่องอะไร ตามไปที่นี่ค่า

เอาเป็นว่า ผลที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป เอมี่จะไม่พูดถึงผลที่เกิดผิดพลาดขึ้นมาแล้วนะคะ แต่วันนี้อยากมาพิมพ์เรื่องการออกกำลังกายกันมากกว่าจะว่าไปสองปีที่ผ่านมา เอมี่ก็เริ่มได้หันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น หลังจากที่อยู่ดีดี ก็มีอาการไมเกรนเกิดขึ้น จากเดิมที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าอาการที่ปวดหัวแล้วไม่หายซักที เค้าเรียกกันว่า “ไมเกรน” จนต้องไปนอนแอทมิทที่โรงพยาบาล รวมไปถึงทำ MRI ที่สมอง เพราะไม่เคยเป็นอาการแบบนี้มาก่อน

ถึงแม้ว่าผล MRI สมองออกมาปกติก็ตาม แต่อาการไมเกรนยังคงมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะช่วงที่ใกล้มีประจำเดือน ซึ่งเอมี่บอกได้เลยนะ ตอนเด็กๆ ไม่เคยมีอาการนี้ พอเข้าเลขสามตอนปลาย ไหงถึงออกอาการหละเนี่ย เรียกว่า ปวดหัวเมื่อไหร่ ต้องรีบหายาไมเกรนก่อนเลย จำได้ว่า ถึงขนาดต้องสั่งขวดยาไมเกรนมาไว้ที่บ้านหลายยี่ห้อ ทั้งนำเข้า และ ในประเทศ เพราะเวลามีอาการทีหละก็…ทรมาน

หลังจากมีความสุขกับการกินยา รักษาที่ปลายเหตุไปสักพัก เริ่มรู้สึกว่า เรากินยามากไปมั้ยเนี่ย เลยเริ่มหาข้อมูลว่า ทำยังไงถึงจะหายไมเกรน เลยไปหาข้อมูลเรื่อยเปื่อย จนไปเจอบล๊อกคุณหนิง ศรัยฉัตร ที่เขียนไว้ว่าพอได้ออกกำลังกายแล้ว อาการไมเกรนที่เป็นก็หายไป เอมี่ก็เลยตามลอกวิธีคุณหนิงตั้งแต่นั้นมา

แต่บอกเลยว่า…ถึงจะเคยเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลสมัยเรียน แต่ตั้งแต่แต่งงาน มีลูกมานี่ ไม่มีการออกกำลังกายเลยแต่อย่างใด เพราะรู้สึกว่าเลี้ยงลูกก็เหนื่อยจะแย่แล้ว จะหาเรื่องให้ตัวเองไปเพื่ออะไร เราเชื่อว่าหลายคนคิดเหมือนกันนะ…ขี้เกียจร้อน ขี้เกียจเหงื่อออก ไม่ชอบเหนื่อย นอนดูทีวี กินขนมไปวันๆดีกว่า สบายกว่ากันเยอะ และ อีกอย่างไม่เคยมีใครมาขอร้อง หรือ บังคับให้ต้องออกกำลังด้วย…แล้วจะทำไปทำไมหละ

และแล้วเอมี่ก็เอาชนะความขี้เกียจลงไปได้…เอมี่สั่ง T25 มาลองดู เพราะเห็นว่า ก็แค่ 25 นาทีคงไม่เหนื่อยเท่าไหร่หร๊อก…ยังสาวอยู่เรยนิ

Focus-T25-Alpha-Phase-Calendar

วันแรกที่เต้น…ก็เป็นวันเปลี่ยนชีวิต และ ความนึกคิดที่มั่นใจในความสาว เอมี่เต้นไปได้ 12 นาทีมั้ง หัวใจจะวายอ้ะ เรียกว่า นั่งหอบจนสามีบอกว่าไม่ไหวก็พอเห๊อะ…(เด๋วจะตายซะก่อน)วันรุ่งขึ้น ร่างร้าวไปทุกส่วน แต่ด้วยความอายที่พึ่งเต้นไปวันเดียว ก็เลย(จำใจ)ออกต่อไปจนครบอาทิตย์ คงไม่ต้อง บอกเนอะ…ว่าเต้นตามเทรนเนอร์คนไหน 5555

10698646_10204905916192513_4541625209621654239_n

ผ่านไปสาม สี่อาทิตย์แรก ความเปลี่ยนแปลงเห็นชัดพอสมควร รูปร่างกระชับขึ้นนะ น้ำหนักไม่ได้ชั่ง เพราะรู้สึกไม่ได้อ้วนมากมาย เอมี่ออกจนจบ Alpha และ Beta phase เรียกว่าหยุดออกน้อยมาก พยายามทำตามตารางเป๊ะ จนมาถึงช่วงปลายปีของปีก่อน ก็หยุดปีใหม่ ยาวววววววววววว จนลูกเปิดเรียน ความขี้เกียจก็เริ่มคืบคลาน บอกตัวเองทุกวันว่า รอแผ่น Gamma มาก่อน แล้วค่อยเต้นต่อ เรียกง่ายๆ ไม่ maintain เลย ผ่านไปเกือบสามเดือน ได้แผ่น gamma มา…แต่อยากบอกว่า ไม่มีปัญญาเต้นแล้ว เหนื่อยมากกกกกก เพราะเราหยุดไปนาน จนคิดว่าถ้าจะกลับมา คงต้องไปเริ่มใหม่ ทีนี้ขี้เกียจแระนะ เลยไปโยคะแทน ชีวิตโอเค ช้าช้า เนิบๆ อาการปวดหัวไมเกรนไม่มีมาแล้วนะคะแต่ได้อาการใหม่มาแทน ทุกครั้งที่ก้มลงแตะพึ้น หรือ ไหว้พระอาทิตย์ จะหน้ามืด และ วูบ กว่าจะอยู่ตัว หรือ เรียกอีกอย่างว่า กว่าจะประมาณตนได้ ก็นานเหมือนกัน ทีนี้ก็เลยต้องกลับมาเพิ่มความดันเลือดให้ตัวเองต่อ ด้วยการออกกำลังที่หนักขึ้น จนปลายปีที่ผ่านมา พี่ชายหาจักรยาน Spinner มือสองมาให้ บอกเรยว่า ตอนแรกเฉยๆ มากๆ คิดว่ายังไงก็จะเต้นๆ โดดๆ น่าจะดีกว่าเยอะ แต่ผิดคาดนะ ตั้งแต่เอมี่ได้มา เอมี่มีโอกาสได้ออกกำลังกายบ่อยขึ้น ไม่เจ็บเข่าเหมือนเวลาโดดๆ ถึงแม้จะใช้เวลานานในการเบิร์นมากขึ้น แต่หัวใจได้เต้นต่อเนื่องเกิน 30 นาทีทุกวัน เรียกว่าเป็น Cardio ที่สมบูรณ์

10845981_10205616819484651_325796461919915602_n

เอมี่ได้มีโอกาสไปตรวจร่างกายอีกครั้งแล้วลองอ่านผลเทียบกับเมื่อสองปีที่ผ่านมา สิ่งที่ได้จากการออกกำลังกายต่อเนื่องมาตลอดคือ ความดันที่เพิ่มขึ้น จากเดิมตัวแรกได้ไม่เกิน 90/70 ก็เป็น 102/80 ชีพจรที่ปกติเต้นเร็ว 80 ก็เหลือแค่ 68 เท่านั้น

ดูแล้วเป็นนิมิตรหมายที่ดีมากๆสำหรับการดูแลสุขภาพเริ่มต้นของเอมี่ด้วยการออกกำลังกายนะคะ จากวันที่ได้ผลตรวจร่างกายผิดๆมา และวันที่ต้องเสียน้ำตา เสียใจ เมื่อรู้ว่าผลสุขภาพไม่ดี มันแย่นะ…เอมี่ถือว่า เป็นคำเตือนจากสวรรค์ ถ้ายังมีโอกาสดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี จงรีบทำซะก่อนที่ไม่มีโอกาสเสียใจ หรือ ไม่สามารถออกกำลังกายได้อีกเลย

ว่าแต่ตอนนี้พร้อมมาออกกำลังเป็นเพื่อนกันรึยังจ้ะ ไม่ว่าจะวิ่ง จะเต้น จะขี่จักรยาน วิธีไหนที่เข้าทาง เริ่มกันเลยนะ
เอ๊าาาา ฮึบ ฮึบ จะได้อยู่ดูแลลูกและสามีกันไปอีกนานๆ เนอะ ^^

สำหรับเอมี่ ปีนี้ขอปั่นจักรยานไป ดู Spinning training ใน Youtube ไปพลางๆก่อนแล้วกันจ้ะ

10896834_10205954923257034_6909510314272501246_n

“ในสายตาแม่ ลูกทุกคนเป็นเด็กอยู่เสมอ”

เคยแปลกใจ และแอบขัดใจ ว่าทำไมแม่ไม่เคยเห็นว่าเราโตซะทีมั้ยอ่ะ

จะทำอะไรก็คอยเป็นห่วง คอยถามทุกครั้ง

ทุกครั้งที่ประสบความสำเร็จอะไร แม่ก็ได้แค่ยิ้มบางๆ และถามว่า “เหนื่อยมั้ย”

ทุกครั้งที่ทำอะไรใหม่ๆ แม่จะคอยดูอยู่ห่างๆ และแอบช่วยลุ้นอยู่ข้างๆ ทุกที

แม่ไม่เคยห้าม แต่ ไม่เคยปล่อยให้เราห่างจนเกินไป

 

“ในสายตาแม่ ลูกทุกคนเป็นเด็กอยู่เสมอ” สโลแกนโดนๆนี้…วันก่อนเปิดดูทีวี

เห็นโฆษณาของ P&Gโอลิมปิก ก็ดูตาม ยังแอบงงทำไมนักกีฬาเป็นเด็กกันหมด

ดูจนจบถึงเข้าใจว่าทำไมเรื่องราวมันช่างกระแทกใจได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่ามีใครรู้สึกเหมือนกันบ้างมั้ย

ยิ่งตอนที่แม่ลุ้นตอนลูกกระโดดน้ำเนี่ย…เข้าใจได้เรย ว่าความรู้สึกที่แม่มี ไม่ใช่แค่ชัยชนะ มันมากกว่านั้น

 

 

 หันมามองตัวเองในวันนี้ วันที่ได้เป็นแม่ และมองดูลูกๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ยังอดคิดถึงวันที่ยังเป็นเบบี้ให้เราอุ้ม อาบน้ำ ป้อนข้าวไม่ได้เลย

ก่อนหน้านั้น ยังจูงมือปันปันเดินอยู่เลยอ่ะ ตอนนี้ปันปันจูงมือเอมี่เดินแล้วอ่ะ

(แบบชอบแอบคิดดังๆ ว่าแม่แก่แล้วเรื่อย -_-“)

ส่วนยัยเอมิ วันก่อนยังสอนให้พูด วันนี้เอมิพูดได้ทุกคำที่อยากจะพูด

รวมทั้งคำซึ้งๆที่ทำให้เราแอบคิดว่า นี่เค้าโตแล้วจริงๆหรอเนี่ย

มองหน้าเอมิ กะ ปันปันที่ไร เหมือนอยู่ในโฆษณาจริงๆ 

ดูดิ เอมี่มองหน้าปันกะเอมิทีไร เค้าก็ยังไม่โตขึ้นซะที ^^

วันนี้ถึงได้มาเข้าใจแม่ ว่าทำไมสายตาที่มองมาเรายังเป็นเด็กทุกที

 

“โชคดีจริงๆ ที่ได้มีโอกาสเป็นแม่ ในขณะที่ยังมีแม่”

โชคดีจริงๆ ที่มีโอกาสเข้าใจแม่ ในฐานะแม่

และโชคดีที่สุดที่ยังได้เป็นเด็กเล็กในสายตาแม่

 

รักแม่จัง

ปล. วันนี้เป็นวันลูก ที่คิดถึงแม่ และเข้าใจแม่จิงๆ