Medicine bag for outbound travel

เตรียมยา…พาลูกเที่ยว
ใกล้ไปเที่ยวยาวๆ ต้องเตรียมกระเป๋ายากันหน่อยค่ะ หาหมอต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ นอกจากจะทำประกันสุขภาพแล้ว การเตรียมการล่วงหน้าก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรลืม เมื่อต้องเดินทางจริงมั้ยคะ

image

รอบก่อนนู้นที่เอมี่ไปโอกินาวา เกิดป่วยกันขึ้นมาค่ะ ทั้งแม่และลูก เอมี่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่เกาะ โรงพยาบาลหยุดเสา อาทิตย์ และวันศุกร์ปิดครึ่งวัน ไปมาสองโรงพยาบาลไม่ได้เจอหมอเลย กว่าจะเจอก็เที่ยวไม่สนุกแล้ว สุดท้ายต้องมารักษาตัวต่อที่นี่ อุ่ยยย ว่าจะเล่าเรื่องกระเป๋ายา ไหงลากมาบ่นเรื่องอาการป่วยนอกประเทศได้หละเนี่ยยยย…

เอาเป็นว่ารอบนี้จัดกระเป๋ายาตามอาการที่มักเป็น และก็มีเผื่อไปนิดหน่อยตามนี้ค่ะ

หมวดแรก ยาแก้ปวดค่ะ
เนื่องจากเด็กๆทานยาเม็ดได้แล้ว ยาที่ใช้เลยเหมือนผู้ใหญ่ แต่ต้องคำนวณโดสกันตามน้ำหนักค่ะ
พาราเซตามอล ยาแก้ปวด ลดไข้ทั่วไป เราทานสองเม็ด เด็กๆนี่ครึ่งเม็ดพอค่ะ

Alka-Seltzer อันนี้เหมือนยารวมมิตรสำหรับผู้ใหญ่ค่ะ ถ้ามีอาการเริ่มจะหวัด เอมี่และแฟนจะใส่เม็ดฟู่ลงในน้ำแล้วดื่ม ส่วนใหญ่หายภายในสองซอง อันนี้แล้วแต่บุคคลนะคะ

image

หมวดยาดูแลระบบทางเดินหายใจ
เอมี่เน้นล้างจมูก สำหรับอาการฟืดฟาด หายใจไม่คล่องก่อน แล้วค่อยทาน zrytec ควบคู่ไป อาจมีทาวิคส์ก่อนนอน และพ่น nasonex ด้วย แต่ใช้น้อยมากค่ะ

image

หมวดยาแก้แพ้ทางผิวหนัง
เราไม่มีทางรู้เลย ว่าจะมีอาการแพ้อาหาร แพ้พืช หรือแพ้จนมีผื่นขึ้นหรือไม่ นอกจากยารักษา เอมี่เตรียมทั้งยาทากันแมลง ทั้งสำหรับกลางวันและกลางคืน ส่วนของกลางวันเลือกที่มีกันแดดด้วยจะได้ทีเดียวอยู่ และในกรณีที่เป็นผื่นขึ้นแล้ว เอมี่พก aristocot ไปเผื่อทาบางๆแก้คันด้วยค่ะ ในส่วนแมลง ถ้ามีหลุดรอดมากัด afterbite ทาช่วยได้นะคะ

image

ต่อมาที่หมวดเมารถ เมาเรือ
ปกติไม่เคยเตรียมหมวดนี้ แต่เห็นว่าการเดินทางรอบนี้เป็นรถบ้าน แถมยังมีเรือเฟอรี่ และเรือดูวาฬอีก เลยเผื่อไว้หน่อยค่ะ เด็กทานครึ่งเม็ดค่า

image

หมวดดูแลบาดแผล และอาการฟกช้ำ
รอบนี้เรามี trekking ลุยป่าฝ่าเขา เข้าถ้ำกันเยอะมาก เลยต้องเผื่อไว้ทั้งพลาสเตอร์ และยาทาพลาสเตอร์ที่กันน้ำได้ เรียกว่าสั่งมาเผื่องานนี้ค่ะ ส่วนอาการฟกช้ำ เอมี่ใช้ arnicare gel ตัวนี้เหมาะกับเด็กด้วย เพราะเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ เด็กใช้สบายค่า ทาแล้วเย็นๆ

image

หมวดท้องอืด จุก เสียด
ปกติที่บ้านไม่มีใครมีปัญหานี้เช่นกัน แต่กันไว้ก่อนดีกว่า เด๋วไม่สนุก

image

หมวดสุดท้าย ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ปกติไม่พกแต่รอบนี้ต้องพกเผื่อ เพราะพึ่งซื้อมา เอ๊ยยย ไม่ใช่ เพราะช่วงอากาศเปลี่ยนทีไร เคืองตาจากภูมิแพ้บ่อยมาก และอากาศหนาวๆแบบนี้ พกไว้กันตาแห้งดีเลยค่ะ

image

เอาหละ ครบทุกหมวดในกระเป๋ายาสำหรับพาลูกเที่ยวแล้วค่ะ จริงๆประกันสุขภาพก็มี แต่เอาที่เราดูแลกันเองได้ก่อนย่อมดีกว่าเนอะ เตรียมยาจริงๆไม่ยากนะคะ ยาประจำบ้านมีทุกบ้านอยู่แล้วเนอะ สบ๊ายยย…

เตรียมไปเที่ยวหละน๊า!!

Medicine bag for outbound travel

เตรียมยา…พาลูกเที่ยว
ใกล้ไปเที่ยวยาวๆ ต้องเตรียมกระเป๋ายากันหน่อยค่ะ หาหมอต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ นอกจากจะทำประกันสุขภาพแล้ว การเตรียมการล่วงหน้าก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรลืม เมื่อต้องเดินทาง

image

รอบก่อนนู้นที่เอมี่ไปโอกินาวา เกิดป่วยกันขึ้นมาค่ะ ทั้งแม่และลูก เอมี่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่เกาะ โรงพยาบาลหยุดเสา อาทิตย์ และวันศุกร์ปิดครึ่งวัน ไปมาสองโรงพยาบาลไม่ได้เจอหมอเลย กว่าจะเจอก็เที่ยวไม่สนุกแล้ว สุดท้ายต้องมารักษาตัวต่อที่นี่ อุ่ยยย ว่าจะเล่าเรื่องกระเป๋ายา ไหงลากมาบ่นเรื่องอาการป่วยนอกประเทศได้หละเนี่ยยยย…

เอาเป็นว่ารอบนี้จัดกระเป๋ายาตามอาการที่มักเป็น และก็มีเผื่อไปนิดหน่อยตามนี้ค่ะ

หมวดแรก ยาแก้ปวดค่ะ
เนื่องจากเด็กๆทานยาเม็ดได้แล้ว ยาที่ใช้เลยเหมือนผู้ใหญ่ แต่ต้องคำนวณโดสกันตามน้ำหนักค่ะ
พาราเซตามอล ยาแก้ปวด ลดไข้ทั่วไป เราทานสองเม็ด เด็กๆนี่ครึ่งเม็ดพอค่ะ

Alka-Seltzer อันนี้เหมือนยารวมมิตรสำหรับผู้ใหญ่ค่ะ ถ้ามีอาการเริ่มจะหวัด เอมี่และแฟนจะใส่เม็ดฟู่ลงในน้ำแล้วดื่ม ส่วนใหญ่หายภายในสองซอง อันนี้แล้วแต่บุคคลนะคะ

image

หมวดยาดูแลระบบทางเดินหายใจ
เอมี่เน้นล้างจมูก สำหรับอาการฟืดฟาด หายใจไม่คล่องก่อน แล้วค่อยทาน zrytec ควบคู่ไป อาจมีทาวิคส์ก่อนนอน และพ่น nasonex ด้วย แต่ใช้น้อยมากค่ะ

image

หมวดยาแก้แพ้ทางผิวหนัง
เราไม่มีทางรู้เลย ว่าจะมีอาการแพ้อาหาร แพ้พืช หรือแพ้จนมีผื่นขึ้นหรือไม่ นอกจากยารักษา เอมี่เตรียมทั้งยาทากันแมลง ทั้งสำหรับกลางวันและกลางคืน ส่วนของกลางวันเลือกที่มีกันแดดด้วยจะได้ทีเดียวอยู่ และในกรณีที่เป็นผื่นขึ้นแล้ว เอมี่พก aristocot ไปเผื่อทาบางๆแก้คันด้วยค่ะ ในส่วนแมลง ถ้ามีหลุดรอดมากัด afterbite ทาช่วยได้นะคะ

image

ต่อมาที่หมวดเมารถ เมาเรือ
ปกติไม่เคยเตรียมหมวดนี้ แต่เห็นว่าการเดินทางรอบนี้เป็นรถบ้าน แถมยังมีเรือเฟอรี่ และเรือดูวาฬอีก เลยเผื่อไว้หน่อยค่ะ เด็กทานครึ่งเม็ดค่า

image

หมวดดูแลบาดแผล และอาการฟกช้ำ
รอบนี้เรามี trekking ลุยป่าฝ่าเขา เข้าถ้ำกันเยอะมาก เลยต้องเผื่อไว้ทั้งพลาสเตอร์ และยาทาพลาสเตอร์ที่กันน้ำได้ เรียกว่าสั่งมาเผื่องานนี้ค่ะ ส่วนอาการฟกช้ำ เอมี่ใช้ arnicare gel ตัวนี้เหมาะกับเด็กด้วย เพราะเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ เด็กใช้สบายค่า ทาแล้วเย็นๆ

image

หมวดท้องอืด จุก เสียด
ปกติที่บ้านไม่มีใครมีปัญหานี้เช่นกัน แต่กันไว้ก่อนดีกว่า เด๋วไม่สนุก

image

หมวดสุดท้าย ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ปกติไม่พกแต่รอบนี้ต้องพกเผื่อ เพราะพึ่งซื้อมา เอ๊ยยย ไม่ใช่ เพราะช่วงอากาศเปลี่ยนทีไร เคืองตาจากภูมิแพ้บ่อยมาก และอากาศหนาวๆแบบนี้ พกไว้กันตาแห้งดีเลยค่ะ

image

เอาหละ ครบทุกหมวดในกระเป๋ายาสำหรับพาลูกเที่ยวแล้วค่ะ จริงๆประกันสุขภาพก็มี แต่เอาที่เราดูแลกันเองได้ก่อนย่อมดีกว่าเนอะ เตรียมยาจริงๆไม่ยากนะคะ ยาประจำบ้านมีทุกบ้านอยู่แล้วเนอะ สบ๊ายยย…

เตรียมไปเที่ยวหละน๊า!!

เตรียมเที่ยว ต้องเตรียมทริป New Zealand Demo

NZ travel mapเตรียมเที่ยว ต้องเตรียมทริป New Zealand Demo

ก่อนจะไปถึงนิวซีแลนด์ เอมี่เตรียมทริปให้เด็กๆที่บ้านได้เปิดจินตนาการไปพร้อมกันก่อนค่ะ จะได้เตรียมใจ เตรียมตัว ว่าทริปที่เราจะไปในครั้งนี้ ไม่ใช่ทริปธรรมดาเหมือนทุกทริปที่เราเคยไป เพราะทริปนี้เราจะแบกบ้านขึ้นรถไปด้วย หรือ เรียกแบบง่ายๆ ว่ารถบ้าน และแน่นอนคือยังไม่มีใครในบ้านเคยไปมาก่อน เราก็ต้องเริ่มให้การศึกษา เอ๊ยยยย เริ่มให้ข้อมูลในการเที่ยวแบบคร่าวๆ กันก่อนเนอะ ว่าแล้วมานั่งดูแผนการเดินทางที่เตรียมไว้ ก่อนจะเดินทางจริงวันที่ 5 เมษากันก่อนเลยค่ะ

5 เมษา
1200           ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เตรียมตัวเช็คอิน
1515-1825 เดินทางถึงสนามบินกัวลาลัมเปอร์ แวะพักทานอาหารเย็น และเดินเล่นเย็นๆ ใจ
2355-1615 เดินทางออกจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์ ก่อนไปแวะเติมน้ำมันที่ Goldcoast สักชั่วโมงนึง
อ้ะอ้ะ ไม่ต้องลงจากเครื่องจ้ะ หาไรกินบนเครื่องไปก่อน

6 เมษา
1615             ถึงสนามบินออคแลนด์ แวะเอากระเป๋า และ ซื้อซิมพรีเพดที่ Spark ก่อนเดินลั้นลา 900 ม.ไปพัก Ibis Airport hotel
1730             เข้าที่พักเรียบร้อย ออกมาหาอาหารเย็น และ เตรียมตุนเสบียง
แจ้ง reception ให้รบกวนติดต่อ Shutter bus ของ Britz มารับพรุ่งนี้เช้า
2000            นอนพักตามอัธยาศัย

7 เมษา
0730             ตื่นเช้า สดชื่น ทานอาหารเช้าในห้องพักให้เรียบร้อย
0830             เตรียมพร้อมรอรถมารับที่ล๊อบบี้
0900-1030 รับรถ ตรวจสอบรถ และตุนเสบียงกลางวันเตรียมทำอาหารเย็น
1030-1330   มุ่งหน้าไป Waitomo cave
1400-1600  แวะชมหนอนเรืองแสง เดินชมสถานที่
1600-1630   เข้าที่พัก Waitomo Top 10
1630-1730   เตรียมอาหารเย็น เดินเล่น อาบน้ำ พักผ่อน

8 เมษา
0730-0830 ทานอาหารเช้า ตรวจสอบรถ เติมน้ำดี เทน้ำทิ้ง(ถ้ามี)
0900-1130 เดินทางสู่เมืองน้ำพุร้อน Rotorua
1130-1500   เพลิดเพลินกันสัตว์นานาชนิด และ รับประทานอาหารกลางวันที่ Rainbow Spring
1530-1700   ไป Treewalk กันท่ามกลางต้นไม้สูงๆ สวยๆ ที่ Redwoods
1730              เตรียมอาหารเย็น เดินเล่น พักผ่อน แช่น้ำแร่ที่ Waikite Valley Thermal Pools

9 เมษา
0900-1230 แวะชมความงดงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นบ่อโคลนเดือด น้ำพุร้อน ธารน้ำร้อนสีสันสวยงามที่เกิดจากธรรมชาติที่ Wai-O-Tapu Thermal Wonderland ; One of the 20 Most SURREAL Places in the World
1015             Lady Knox Geyser
1300-1600 แวะตกกุ้ง ชมบ่อกุ้ง และ ทานกุ้งกันที่ Huka prawn park ค่ะ ให้เด็กได้เรียนรู้การทำฟาร์มกหุ้ง ให้อาหารกุ้งอนุบาล ไปจนถึงกุ้งประถม มัธยม ก่อนสอนตกกุ้งค่ะ
1600-1730 แวะชมธรรมชาติที่ Tongariro National Park ก่อนเข้าพักที่ Discovery Lodge Tongariro
1800            ทำอาหารเย็น และ เตรียมทำความสะอาดรถ ถ่ายของเสีย เทน้ำทิ้ง เติมน้ำดี ก่อนพักผ่อนอาบน้ำตามสบาย

3

10 เมษา
0830            ตื่นเช้า เตรียมอาหาร วันนี้จะต้องเดินทางยาวไปที่ท่าเรือเพื่อเตรียมตัวย้ายเกาะในวันพรุ่งนี้
1330-1730  ถึง Wellington แวะ Tepapa Museum พิพิธภัณฑ์ของนิวซีแลนด์อีกที่ที่รวบรวมเรื่องราวของเกาะนิวซีแลนด์ และมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้เด็กๆ ได้ดูอีกเพียบ และช่วงบ่ายนี้จนถึงเย็น เราจะเดินเที่ยวในเมือง Wellington และทานข้าวเย็นกัน
1730-1800 เข้าพักที่ CAPITAL GATEWAY MOTOR INN เตรียมทำความสะอาดรถ ถ่ายของเสีย เทน้ำทิ้งเติมน้ำดี ก่อนพักผ่อน อาบน้ำตามสบาย ก่อนเตรียมตัวขึ้นเฟอร์รี่ไปตะลุยเกาะใต้กันต่อในวันพรุ่งนี้

4

เข้าสู่เกาะใต้กันแล้ว หลังจากที่จองเรือกันแล้ว ตามที่เรากะเวลาไว้ เราจะไปขึ้นเรือรอบเช้าตรู่ค่ะ

11 เมษา
0700-1100 ขับรถขึ้นเฟอรี่ ทานอาหารเช้าแล้วก็ไปดูวิวบนเรือกันเลยจ้า รวมรอขึ้น และรอลงก็น่าจะสามชั่วโมงเบาๆเริ่มหิวกันแล้วสินะ
1130-1300    ขับรถไปทานอาหารกลางวันที่เลื่องชื่อกันเรื่องหอยที่ Mussel Pot กัน ในแผนที่เตรียมไว้ เราจะสั่ง หอยย่าง และ หอยนึ่งกัน
1430-1600  หลังจากทานหอยกันแล้ว เราก็มาเอนจอยกับการจ้องลูกแมวน้ำเล่นน้ำตกกันที่
Ohau Stream Walkway and Waterfall ดูให้เต็มที่ พร้อมทั้งเดินเล่นไปตามทางที่ธรรมชาติสร้างสรร ก่อนไปหาอาหารเย็นกันต่อ
1600-1700 แวะซื้อ Clayfish กันที่รถขายกุ้งข้างทางที่ฮิตติดลมของที่นี่ Nins Bin แล้วก็ไปเข้าที่พักกันเลย
1700             คืนนี้นอนที่ Keikoura Top10 แวะเล่น แวะเที่ยวกันตามชอบ

12 เมษา
0900            ตื่นมาทานข้าวเช้า และเตรียมตัวไปดู Sperm Whale กับ Whale watch กันเลยจ้า
1030-1330 Whale watch
1600-1700 พาเด็กเดินสำรวจถ้ำกันหน่อย Cave Stream Scenic Reserve cave walk ใช้เวลาเดินไปกลับสักชั่วโมง พอได้เหงื่อ ก่อนขับรถผ่าน เส้นทาง Arthur’s Pass ที่เชื่อมระหว่างฝั่งตะวันตกและตะวันออก คืนนี้เราจะนอนแบบ Freedom campsite คืนแรก ไม่มีไฟให้ชาร์ต
1700-1800 Avalanche Creek Shelter Campsite หรือ Lake Pearson

7

13 เมษา
0900-1000 เดินเล่นรอบที่พักตามสบาย เด๋วเราจะไปเดินเมือง Hokitika กันต่อ
1100-1330   ทานข้าวกลางวัน และ ชมเมือง Hokitika
1400-1500  เข้าที่พักที่ Rainforest Holiday park ก่อนออกมาเดินชมธารน้ำแข็ง Franz Josef Glacier และ เดินเล่น Franz Josef Glacier Village

9

14 เมษา
0900-1000 เช้านี้มีนัดกับ Lake Matheson ทะเลสาบกระจกที่มีคนถ่ายรูปไปทำโปสการ์ดมากที่สุดในโลกอีกที่
1100-1230   แวะซื้อปลา Whitebait กันที่ Curly Tree Whitebait Company และแวะทานอาหารกลางวันกันซะเลย
1300-1400  แวะชมความงดงามของ Blue pool และ Mt. Aspiring สักครู่ก่อนเดินทางไป Puzzle world ที่ เมือง Wanaka
1500-1700   Puzzle World
1700-1800   เข้าพักที่ Wanaka Top10 เคลียร์รถ ชาร์ตไฟ ให้เรียบร้อย พรุ่งนี้นอนอุทยานจ้ะ

8

15 เมษา
0900-1100 เช้านี้เราจะไปทานปลาแซลมอล พร้อมทั้งซื้อกลับมาเป้นเสบียงก่อนไปนั่งชม Lake tekapo
1200-1500  แวะพักทานอาหารเที่ยงกันที่ Church of the Good Shepherd ก่อนเดิน Trekking รอบๆLake tekapo
1500-1700  ออกเดินทางต่อไป MT. Cook แวะพักที่ White horse hill วันนี้นอนอุทยาน ไม่มี powersite รีบอาบน้ำ รีบนอนนะจ้ะ วันนี้ไม่ต้อง Dump

16 เมษา
0900-1100 เดินเล่น พักผ่อนที่ MT.cook ก่อนทานอาหารและออกเดินทางไปเมืองผลไม้กันค่ะ
1200-1330  แวะทานอาหาร ซื้อผลไม้ตุนที่ Jones Family Fruit Stall แวะชิมไอติมอร่อยๆกันหน่อย ก่อนออกเดินทางไปขุดทองที่ Arrow Town
1300-1500 แวะกินขนม เดินชมเมือง Arrow Town สักพัก ่
1630            เข้าพักผ่อน ทำความสะอาดรถ เติมน้ำดี เทน้ำทิ้งกันที่ Kingston Holiday Park

17 เมษา
0900-1200 วันนี้มีนัดกับ Milford Sound ออกเดินทางแต่เช้าไปขึ้นเรือ พร้อมทานอาหารกลางวันบนเรือ
1345-1525    ล่องเรือชม Milford Sound และแวะ Underwater discovery เอาให้อิ่มกันไปเลย สำหรับเด็กๆที่ชอบดูปลาอย่างปันกะเอมิ
1700              เข้าพักที่ Cascade Creek Campsite เป็นอีกอุทยานที่เป็น Non powersite นอนท่ามกลางธรรมชาติกันให้เต็มที่

RJ_Vol9_61 U_Rotator

18 เมษา
0900-1200 วันนี้พักสบายๆ เดินเที่ยวชม แถวที่พักไม่ต้องรีบไปไหน
1300              เข้าเมือง Te Anua และพักที่ Te Anau Lakeview Kiwi Holiday Park พรุ่งนี้เราจะเข้าควีนส์ทาวน์กัน ขับรถสบายๆค่ะ ตรวจเช็ครถให้เรียบร้อย พรุ่งนี้คืนรถ และนอนโรงแรมที่ควีนส์ทาวน์

 

19 เมษา
0830-1130   ขับรถเข้าควีนส์ทาวน์ แวะเล่น Luge ที่ skyline กันให้เต็มอิ่ม ก่อนมา Drop กระเป๋าที่ Absoloot Value Accommodation
1530              คืนรถบ้าน และเย็นนี้เราจะออกมาเดินเล่นชมเมืองกันก่อนกลับพรุ่งนี้

calgary_luge_intro

20 เมษา
0900-1100 เดินเล่น แวะดูโน่นนี่ตามใจในตัวเมือง
1230              Check out และเดินทางไปสนามบินควีนส์ทาวน์
1525              ขึ้นเครื่องบินกลับไป Auckland
1710              ถึง Auckland int’l เตรียมต่อเครื่องกลับ
1930-0440 Auckland – Kuala

21 เมษา
0820-0930 Kuala – BKK

จบทริปล้างปอด สูดโอโซนที่นิวซีแลนด์ เดี๋ยวลองดูกันนะคะ ว่าจะได้ตามแผนมั้ย และจะมีอะไรที่น่าสนุก และน่าตื่นเต้นมั้ย…เอาหละ เตรียมนับถอยหลังไปเที่ยวแล้วค่า

เครดิตรูปประกอบการมโนก่อนไป
www.rankers.co.nz
http://www.waitomocaves.com
www.roughguides.com
www.everythingnewzealand.com
www.realjourneys.co.nz
http://www.skyline.co.nz/queenstown/luge/

บล๊อกต่อไปค่อยมาดูของจริงที่ได้เจอกันนะคะ

 

 

 

 

 

จัดเสื้อผ้า หากระเป๋า ทริปยาวๆจัดยังไงดี

เอาหละค่ะ จัดทริปเสร็จแล้วเนอะ ทีนี้ก็จะชวนมาจัดกระเป๋ากันค่ะ ออกตัวก่อนว่าปกติเวลาไปเที่ยวพร๊อพส่วนตัวไม่เยอะค่ะ เน้นซักผ้าเป็นช่วงๆเท่าที่จัดเวลาไว้ เพราะฉะนั้นการเดินทางแบบมีเด็กไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้ากระเป๋ามีน้อย เราก็มีมือว่างๆจูงลูกเที่ยวได้สบายค่ะ แต่ถ้าใครต้องเปลี่ยนชุดทุกวัน และไม่ซัก อันนี้แนะนำว่าเชิญงอกกระเป๋าได้เรยจ้ะ

รอบนี้เอมี่เตรียมจัดกระเป๋าไปนิวซีแลนด์ 17 วัน อากาศค่อนข้างเย็นเพราะเป็นช่วงปลาย summer และเข้าสู่ฤดูหนาวของที่นั่น เสื้อหนาวที่เราจะเตรียมไปเลยเผื่อหนาวมากไว้ก่อน อะไรจะดีเท่าร่างกายอบอุ่นเป็นไม่มี แต่เพื่อประหยัดที่ เราจัดเสื้อหนาวหนาแค่คนละตัว และมีเสวตเตอร์เผื่อไว้คนละ1-2ตัว ตามด้วยเสื้อ heattech คนละ3ตัวค่ะ และเสื้อแขนยาวทั่วไปคนละ 4ตัว ส่วนชุดนอนเอมี่จัดไปคนละห้าชุดสำหรับเด็กๆ ส่วนผู้ใหญ่คนละสามชุดค่ะ เสื้อผ้าและกางเกงของผู้ใหญ่ เราจัดไว้ 5 ชุด สำหรับการซักสองครั้งตาม campsite ที่จองไว้ค่ะ

image

การจัดกระเป๋า
กระเป๋าที่เอมี่ใช้ จะเป็นไซส์ใหญ่สุดที่สายการบินอนุญาติให่โหลดนะคะ โดยจะมีสายรัดกระเป๋ากันของกระจายทุกใบ และรอบนี้จากเดิมที่เคยพับผ้าแบนๆ ตอนนี้เอมี่จัดม้วนตามหมวด เช่น ชุดนอน เสื้อ กางเกง แยกตามคนใช้งานเพื่อสะดวกในการหยิบใช้แต่ละวัน เราไม่สามารถ unpack ในรถบ้านได้สะดวกนัก เพราะพื้นที่จำกัดพอสมควร เด๋วค่อยเล่าตอนเห็นสถานที่ในรถจริงๆอีกทีนะคะ แต่ ณ ตอนนี้ขอมโนว่าลำบากไว้ก่อน ไปถึงจะได้สบายค่ะ หลังจากที่เราม้วนชุดนอน เสื้อผ้า เรียบร้อย เอมี่แยกอุปกรณ์ที่ใช้แยกพิเศษออกเป็นซองๆ ซึ่งซองซิปล๊อกพวกนี้ เอมี่เอามาจากซองใส่เสื้อผ้าที่แถมๆมาค่ะ

image

ของที่แยกใส่ซอง
1. ชุดว่ายน้ำ เพราะทริปนี้เรามีไปแช่น้ำแร่ที่โรโตรัวด้วยค่ะ
2. ถุงเท้าเด็ก และ ผู้ใหญ่ คนละ 5 คู่
3. ถุงมือ หมวก ผ้าพันคอ คนละ 1-2 ชุด
4. เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน แยกเด็ก ผู้ใหญ่ คนละ 5 ชุด
5. รองเท้าแตะสำหรับเดินในแคมป์ไซต์ คนละ 1 คู่

image

ต่อมาก็จะเป็นสิ่งของจำเป็นจะแยกใส่กระเป๋าเล็กๆ ตามประโยชน์ใช้สอย

กระเป๋าที่ใช้ในห้องน้ำ
แชมพู สบู่ ยาสีฟัน โลชั่น ครีมกันแดด เครื่องประทินโฉมต่างๆ พวกนี้จะจัดใส่กระเป๋าเล็กๆต่างหาก เพื่อง่ายต่อการหยิบไปใช้ในที่ต่างๆ และสำหรับทริปนี่เราแยกแปรงสีฟันออกมาคนละชุดในเป้ค่ะ

กระเป๋าใส่ยาทั่วไป
ยาที่เอมี่พกไป มียาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้เมารถ เมาเรือ ยาแก้แพ้ วิคส์ โดยที่ยาทุกอันมีฉลากเป็นภาษาอังกฤษชัดเจน และง่ายในการตรวจสอบ

image

กระเป๋าใส่อุปกรณ์อิเลคโทรนิค
เอมี่เตรียมไฟฉาย,universal plug และสายต่อเผื่อไปสองชุด นอกนั้นจะเป็นอุปกรณ์ชาร์ตโทรศัพท์ และไอแพดค่ะ

ถุงพลาสติกแยกสิ่งของที่เตรียมไปใช้ในรถบ้าน (เฉพาะทริปนี้ค่ะ)
ของที่ตั้งใจจะเตรียมไปแยกเป็นสองหมวดค่ะ
หมวดปรุงอาหาร จะมีซอสปรุงรส น้ำมัน น้ำปลา โชยุ วาซาบิ น้ำตาล กาแฟ ชุดเล็กๆค่ะ ส่วนมาม่านี่ยังทำใจอยู่เลย ไหนๆก็จะไปเที่ยวเนอะ ไม่อยากกินมาม่าเลย 555 หลายคนแนะนำให้เตรียมข้าวสารไปด้วย แต่เท่าที่ไปเที่ยวมาจะกี่อาทิตย์ก็ไม่เคยโหยหาข้าวสักเท่าไหร่อ้ะ เลยไม่เห็นความจำเป็นเท่าไหร่ค่ะ เรียกว่า กินตามสถานที่ ไม่ได้จำเป็นต้องมีอาหารไทยในทริปขนาดนั้น

image

หมวดซักล้าง ทำความสะอาด จะมีถุงดำ ฟองน้ำ น้ำยาล้างจานขวดเล็ก ผงซักฟองแบบซอง เรียกว่าเตรียมไปก่อน ขาดเหลือค่อยว่ากัน

สำหรับกระเป๋าสี่รายการนี้ เอมี่จัดใส่กระเป๋าใบใหญ่เข้าโหลดทั้งหมด แต่จะแยกแปรงสีฟัน ยาสีฟันออกมา ในกรณีที่มีต่อเครื่องข้ามวันค่ะ สำหรับทริปต่างประเทศแนะนำให้เตรียมถุงผ้าไปเผื่อนะคะ หลายซุเปอร์มาร์เกตไม่มีถุงให้ใช้แบบบ้านเรา เค้าใช้ถุงผ้าในการขนของกัน ไม่งั้นต้องซื้อค่ะ

สำหรับทริปนี้ ทุกคนจะมีเป้คนละใบ โดยในเป้จะมีชุดนอน และเสื้อผ้าวันรุ่งขึ้นอิกหนึ่งชุดเตรียมไว้ เพราะในคืนแรกที่ไปถึงเราต้องไปนอนที่โรงแรมหนึ่งคืน ก่อนรับรถเช้าวันรุ่งขึ้น เราก็จะไม่ต้องเปิดกระเป๋าใหญ่เพื่อรื้อของ แต่แค่เปิดหยิบเสื้อหนาวในกรณีที่ต้องใช้เท่านั้น

ในส่วนกระเป๋าลาก เราเตรียมกระเป๋าใบใหญ่ไว้สองใบ โดยซื้อน้ำหนักรวมไว้ที่ 55 kg และแต่ละคนพกเป้ขนาดไม่เกิน 7 kg ทุกคนแล้ว carry on ขึ้นเครื่องค่ะ

เตรียมกระเป๋าไม่ยากนะคะ แค่จัดทริปให้มีช่วงว่างเคลียร์ผ้าให้ตรงกับที่จัดเตรียมไว้ สำหรับเอมี่เท่าที่จัดมา ผิดแผนน้อยมาก ปกติทำได้ตามนั้นค่ะ เที่ยวกันง่ายๆไร้กังวล ที่สำคัญจะมีที่เหลือๆไว้ช๊อปสบายๆนะคะ ยังไม่เคยมีเคสกระเป๋างอกแต่อย่างใดค่ะ

ชวนจัดกระเป๋ากันก่อนเนอะ เด๋วรอบหน้าจะเล่าถึงการเตรียมตัว เตรียมตั๋ว เตรียมใจไปนิวซีแลนด์ต่อนะคะ

กว่าจะได้ทริปไปเที่ยวสักทริป…

ขึ้นหัวข้อมาแบบนี้…อ่านแล้วเห็นถึงความยากลำบากในการจัดทริปเลยเนอะ จริงๆปกติที่บ้านจะจัดทริปใหญ่ๆกันปีละครั้ง ทริปที่แบบไปประเทศที่ไม่ใช้ภาษาไทย ทริปที่ต้องนั่งเฝ้าตั๋ว นั่งหาข้อมูล นั่งดูแรงบันดาลใจในการน่าไปเที่ยว ไม่ว่าจะจากลูก จากแม่ หรือกระทั่งจากพ่อ เอมี่เริ่มจากการจัดความสำคัญในการทำทริปตามนี้ค่ะ

  1. เวลา ช่วงเวลาที่ทุกคนสะดวก เพราะส่วนใหญ่ทริปนอกประเทศจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่ไปได้จะมีแค่ช่วงปิดเทอม ไม่ว่าจะเมษา หรือ ตุลา ซึ่งในแต่ละครั้งเราจะเตรียมตัวล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี หรือตั้งแต่มีโปรตั๋วเครื่องบิน
  2. ราคาตั๋วเครื่องบิน จะว่าไปราคาตั๋วนี่เป็นตัวดึงดูดแรกในการจัดทริปในแต่ละครั้งค่ะ เพราะเด็กๆเริ่มโตแล้ว สามารถไปทริปที่ตั๋ว Low cost ได้สบาย ถ้าเวลา หรือ การต่อไฟล์ไม่ได้ลำบาก หรือดึกดื่นเกินไปนัก บ้านเราสามารถค่ะ ปกติโปรดีดีที่เราดูจะเด้งมาจาก Ar-pae ค่ะ
  3. สถานที่ที่มีตั๋วโปร ฮ่าฮ่า เข้าใจถูกแล้วค่ะ ถึงตั๋วจะถูกแสนถูก แต่ถ้าเป็นที่ที่เคยไปมาแล้ว หรือไม่อยู่ในลิสต์ที่คิดไว้ เราก็ผ่านค่ะ จะไม่ยอมเสียเวลาและเงินไปกับทริปซ้ำเด็ดขาด
  4. ราคาวีซ่าในการเข้าแต่ละประเทศ อันนี้เอาไว้ทำงบค่ะ หลายประเทศไม่ต้องทำวีซ่า แต่ส่วนใหญ่ที่เราชอบนี่ต้องขอวีซ่าทั้งนั้นเลย
  5. ราคาค่าครองชีพในแต่ละวันคร่าวๆ ส่วนใหญ่ข้อมูลพวกนี้หาไม่ยากค่ะ ถ้ามีราคาตั๋วและสถานที่เที่ยวในใจแล้ว ราคาที่พัก ราคาค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน วิธีการท่องเที่ยวในแต่ละประเทศจะไหลมาประหนึ่งเปิดสายดับเพลิงคือ แรง เร็ว และ ไว สามารถสรุปงบได้ภายใน 1-2 วัน ซึ่งสาเหตุที่ต้องรีบสรุปเพราะตั๋วโปรนี่มาไวไปไวค่ะ เช็คห้องพักคร่าวๆ ปกติดูที่ booking.com ค่ะ แล้วค่อยมานั่งทำละเอียดอีกทีตอนจองทริปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีเวบเยอะมากให้เลือกราคาอ้ะ
  6. หลังจากสรุปได้คร่าวๆ เริ่มกำหนดช่วงแล้วดูราคาตั๋วค่ะ จัดไว้สัก 1-3 ช่วงเวลาที่สะดวก เพื่อเปรียบเทียบราคาที่ดีที่สุดค่ะ หลังจากนั้นก็จองเลย

ได้ทริปคร่าวๆ เรียบร้อย สำหรับตั๋ว low cost นี่อาจจะตื่นเต้นหน่อยสำหรับประเทศที่ต้องใช่วีซ่า เพราะจะจองลอยๆ แบบจองผ่านเอเย่นต์เพื่อเอาไปยื่นวีซ่าก่อนไม่ได้ เรียกว่างานนี้ต้องมีลุ้นค่ะ แต่จะว่าไปคนที่เที่ยวปกติอยู่แล้ว วีซ่าไม่น่ามีปัญหาค่ะ และการที่เราจองตั๋วแล้ว จ่ายเงินแล้ว สถานฑูตต้องเห็นใจเราสิน่า…

page jp

จะว่าไปก็ไม่ยากเท่าไหร่นะคะ จะไปเที่ยวแบบประหยัดทั้งที หลายคนจัดไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มยังไง เอมี่ว่าเสตปนี้น่าจะง่ายสุด และประหยัดทั้งเวลา และ เงินในการเที่ยว

เพราะถ้าเราจองตั๋วไปแล้ว เรื่องหลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะเราจะเริ่มแตกตารางเที่ยว หาที่เที่ยวที่พักทีละวัน ถ้าใครเป็นนักชิมจะลงละเอียดไปถึงร้านอาหารในแต่ละเมืองที่ไปก็น่าสนุกนะคะ ข้อมูลทุกวันนี้หาง่ายค่ะ แค่พิมพ์สถานทีลงไป เด๋วก็มีรายละเอียดออกมาเพียบค่ะ

แต่สำหรับคนที่เงินเหลือเฟือ ข้ามโพสต์นี้ไปเลยค่ะ เพราะซื้อตั๋วเมื่อไหร่ก็สบ๊ายยยย ^^

เตรียมตัวไปญี่ปุ่นกันจ้า รอบนี้ 14 วัน ซัปโปโร ฮาโกะดาเตะ โอตารุ โตเกียว โอไดบะ

สัญญากับตัวเองไว้ว่า ไปเที่ยวแต่ละที ก็จะกลับมาจดๆไว้ อีกหน่อยเผื่่อปันกะมิจะอ่าน จะได้จำได้ว่า เคยเกิดอะไรขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็พลาดไปหลายทริป ไม่ว่าจะเป็นคราวก่อนที่ไปซานโตรินี กะ มิโคนอส ก็จบแค่นั้น ยังไม่ได้เขียนตอนที่ไปกรีซ และ อิตาลีต่ออีก จะมาไล่ตอนนี้ก็…….ลืมหมดแระ

ทริปหลังจากนั้นไปฮ่องกง ไปตั้ง 7 วัน ว่าจะเขียนก็ยังไม่มีโอกาสได้เขียนอีกเช่นกัน แหะ แหะ ธุระเยอะตลอด รอบนี้จะไม่พลาดแระ เผื่อใครอยากไปเที่ยวจะได้ตามๆ กันไปนะจ้ะ…

เอมี่กะปันปัน และ พี่น้องเคยไปญี่ปุ่นมาแล้วเมื่อตอนที่พึ่งท้องเอมิได้ 2 อาทิตย์ ครั้งที่แล้วเราไป โอซาก้า เกียวโต นารา และโตเกียวประมาณ 14 วันเหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นปันปันอายุประมาณ 1.8 ปี ยังดูแลง่าย ง่วงก็นอน หิวก็กิน แถมมีคนเดียว สบ๊าย สบาย… แต่รอบนี้เรามีเจ้าหนูเอมิไปด้วย ซึ่งเพิ่มดีกรีความซน ซ่า มากๆ หิวก็ไม่กิน ง่วงก็ไม่นอน ให้เดินก็ไม่เดิน เรียกว่า..เป็นภาระโดยสมบูรณ์ ฮ่าฮ่า ล้อเล่นนะ ยังไงไม่มีเอมิแม่ก็ไม่มาหรอก คิดตึ๋ง…

เอมี่เริ่มจองตั๋วตั้วแต่ มิถุนา เรียกว่าเตรียมตัวกันลืมเลย จะถึงเวลาไปค่อยมาหาเมล์พิมพ์ตั๋ว รอบนี้เราไปกับการบินไทยค่ะ ค่าตั๋ว 4 คน ประมาณ 86,000 บาท ส่วนที่พัก เอมี่รีบจองให้จบตั้งแต่ต้น กรกฎา เพราะว่าเด๋วจะยุ่ง แล้วลืมจองอีก เรียกว่า เห่ออยู่รีบทำให้เสร็จ เอมี่จองกะ booking.com นะคะ ขี้เกียจเทียบราคาหลายเวบ เด๋ว งง..ส่วนแผนเที่ยวนี่พึ่งมาทำก่อนไปจริงๆ 1 เดือน เพราะเด๋วไม่สด…ว่าไปนั่น ^^

มาดูโรงแรมที่เอมี่เลือกพักกันดีกว่า เนื่องจากทั้งบ้านที่ไป ผู้ใหญ่ 2 คน เด็ก 2 คน (6 ขวบ กะ เกือบ 4 ขวบ) เราเลยต้องหาโรงแรมที่เค้าไม่คิดเงินเด็ก และ มีขนาดที่นอนที่กว้างพอให้เรานอนกันสบายๆ รอบนี้เราไปกันหลายเมืองนะคะ เอมี่เรียงตามลำดับการพักให้ตามนี้เลยแล้วกัน จะได้เข้าใจง่ายๆ

1. ซัปโปโร เอมี่นอนที่ Toyoko Inn Hokkaido Sapporo-eki Kita-guchi ที่นี่ใกล้สถานีซัปโปโรพอสมควรนะคะ เดินทะลุๆห้างไปได้เลย เรียกว่าประมาณ 2-5 นาทีก็ถึง โรงแรมนี้มีอาหารเช้าให้ทานฟรีนะ เรียกว่า อิ่ม อร่อย ยามเช้า และมีชุดนอนให้ด้วย หยิบเอาที่ล๊อบบี้ได้เลย รวมไปถึง wifi เร็วปรู้ดปร้าด แต่ข้อเสียนะ โรงแรมนี้เช็คอิน 4 โมงเย็น ไฟล์ทเช้าๆ อย่างเอมี่นี่รอเงกเลยอ้ะ จริงๆแล้ว ถ้าในวันแรกฝนไม่ตก เราคงได้ไปเดินเล่นกันแระ ราคาที่พัก 3 คืน  22940 เยน

2. ฮาโกะดาเตะ Toyoko Inn Hokkaido Hakodate Ekimae Asaichi เรายังใช้บริการเครือนี้อยู่ เพราะเตียงทวินกว้าง นอนกันได้สบาย แถมมีอาหารเช้า ที่พิเศษกว่าที่อื่น ถ้าเช็คอิน อังคาร – พฤหัส มีข้าวเย็นบริการด้วยหละ แต่เอมี่ไป ศ- อาทิตย์ เลยไม่ได้ลองดูว่าเป็นยังไง โรงแรมนี้อยู่ใกล้สถานีฮาโกะดาเตะมาก เรียกว่า ไม่ถึง 5 นาที แถมยังอยู่แทบจะติดกะตลาดเช้าเลยด้วย เรียกว่าอยู่ในรูทที่เดินเที่ยวได้สบายๆ ราคาที่พัก 2 คืน 14960 เยนค่ะ

3. โตเกียว Sutton Place Hotel Ueno เราเลือกโรงแรมนี้เพราะยังไม่เคยนอนมาก่อน เพื่อนแนะนำมา โรงแรมนี้มีอาหารเช้าเช่นกัน แต่เป้นพวกหนมปัง กาแฟ ไม่ใช่แบบญี่ปุ่น เหมือน Toyoko ห้องพักไม่กว้างอ้ะ เตียงเดียวแบบควีนอีกตั้งหาก เรากะเด็กๆ ต้องนอนตามขวางเอา แต่โดยรวมก็พอไหว ส่วน wift ไม่มีนะจ้ะ เป็นสายแลนด์ ต้องมี notebook อ้ะ โชคดีที่เรามี sim ของ b-mobile เลยไม่ค่อยมีปัญหา เด๋วมาเล่าเรื่องซิมให้ฟังต่อนะ…ราคาที่พัก 3 คืนแรก 33000 เยน / 2 คืนสุดท้าย 19800 เยน

4. ฟูจิ บ้านเรานอนที่ Kawaguchiko Station Inn ตรงข้ามกับสถานีคาวากูจิโกะเลย สะดวกสุดๆ ห้องกว้าง เราเลือกแบบนอนฟูกบนเสื้อตาตามิ แต่ไม่มีห้องน้ำในตัวนะคะ ต้องเดินออกมานอกห้อง ซึ่งไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับบ้านเรา ที่โรงแรมนี้มีออนเซนให้แช่ด้านบน แยกชาย หญิง เด็กๆ เลยได้ลองกันนิดๆ หน่อยๆ เด๋วมาเล่านะจ้ะ อ้อ ที่นี่ไม่มีอาหารเช้า แต่สั่งเพิ่มได้ เอมี่สั่งแบบญี่ปุ่นไป 2 เซต ตกเซตละ 700 เยนจ้ะ ค่าที่พัก 1 คืน 11500 เยน

รอบนี้เราได้ลองรถไฟนอนของที่นี่ด้วย เรานั่งกลับจากฮาโกะดาเตะไปยังอุเอโนะ เราไปจองที่ญี่ปุ่นทันทีที่ถึง เพราะตั๋วรถนอนไม่สามารถจองจากที่นี่ได้ เรียกว่า จองห้องเผื่อไปก่อน 1 คืน พอได้ตั๋วรถไฟนอน เราก็ไปยกเลิกที่พักที่จองไว้ 1 คืน เอามาจ่ายค่ารถไฟ ค่ารถไฟตู้นอน ผู้ใหญ่ 2 คน เด็ก 2 คน ราคาประมาณ 11000 บาท — ตู้แคบนะคะ สองเตียง ไม่มีห้องน้ำ แต่ประหยัดเวลาในการเดินทางไปโตเกียวได้ดีค่ะ เพราะถ้าเราไปแบบปกติ เจอาร์พาสจะมีแต่ตั๋วกลางวัน นั่งยาวประมาณ 6 ชม. เรียกว่าเสียเวลาไปเกือบทั้งวัน แต่ก็ฟรีนะคะ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

JR pass เอมี่ซื้อแบบ 7 วัน เพราะมีข้ามเมืองด้วย และก็ใช้ในโตเกียวกะซัปโปโรอย่างละครึ่ง ตอนนั้นที่ซื้อ ผู้ใหญ่คนละ 9000 บาท เด็ก 4500 บาท ปันเสียคนเดียว เอมิฟรีจ้ะ

รอบหน้ามาเล่าที่เที่ยวนะคะ ว่าเราไปที่ไหนกันบ้าง รอบนี้เตรียมตัวไว้ก่อนเนอะ ^^

Image

เที่ยวเยาวราช สักการะวัดไตรมิตร และ kids kitchen ที่ Centra Central Station จาก KTC Real Team

สวัสดีจ้าาาาา..
เปิดเทอมกันแร้ว ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างอ้ะ เอมี่ไปเที่ยวมาเพียบ แทบจะเกือบเต็มปิดเทอมเรย แต่วันนี้จะขอเล่าทริปสั้นๆ 3 วัน 2 คืนในกรุงเทพกันก่อน เพราะพึ่งไปมาสดๆ ร้อนๆอ้ะ งงป่ะ บ้านอยู่กรุงเทพ แถวพระรามสาม ทำมั้ยยย ยังจะไปนอนที่กรุงเทพอิก ฮ่าฮ่า

เอมี่เป็นสมาชิกบัตรเครดิต KTC และเป็นสมาชิก KTC World ที่ได้เป็น 1ใน 5 ผู้โชคดีที่ได้รางวัล KTC Real Team ครั้งที่ 30 ตอน พักกิน ถิ่นบางกอก @Centra Central Station Hotel Bangkok 3 วัน 2 คืน half board พร้อมแพคเกจ Kids Kitchen เรียนทำอาหารด้วย เรียกว่าแพคเกจนี้เริ่ดมาก สำหรับบ้านเรา เอมี่ได้รับเมล์แจ้งว่าได้รางวัลตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น ดีใจสุดๆ เตรียมทริปก่อนเปิดเทอมทันที….

Image

เราไปนอนมาวันที่ 25-27 ตคที่ผ่านมา เด็กๆแฮปปี้ที่ได้เปลี่ยนที่นอนมากเลย วันนี้เอมี่ไปเช็คอินกะเด็กทั้งสองก่อน เพราะพี่น้องไปประชุม และจะตามมาเย็นๆ เรานั่งแท๊กซี่ไปจอดหน้าโรงแรม แล้วขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 12 เพื่อเช็คอินกันค่ะ

page1

โรงแรมเตรียมห้องไว้เรียบร้อย ห้องที่เราได้เป็นห้อง superior เตียงคู่
เตียงใหญ่นอนสบายๆ ผู้ใหญ่กะเด็ก เสียอย่างเดียว ห้องไม่มีหน้าต่างอ้ะ…

Image

คืนนี้เราพาเด็กๆ ไปตะลุุยเยาวราชกัน เด็กๆ เดินบ้างอุ้มบ้าง เพราะทางเท้าที่บ้านเราอ้ะนะ ไม่เรียบเอาซะเลย แถมไม่มีไฟแดง ไฟเขียวสำหรับข้ามถนนย่อย เราเลยต้องดูแลเด็กๆ เป็นพิเศษ ปันปันถึงกับพูดขึ้นมาว่า ทำไมเดินที่นี่มันไม่เหมือนเดินที่ญี่ปุ่นเลย ที่นู่นทางเท้ากว้าง และ มีไฟจราจรตลอด เราเดินข้ามกันได้อย่างปลอดภัย เอมี่กะพี่น้องก็ได้แต่มองตากัน…ไม่อยากจะบอกว่า แม่เองก็ไม่ชอบเดินเหมือนกัน รู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้ แต่เอานะ เราเดินกันจนสุดถนน แล้วก็วกมาหาอะไรนั่งทานกัน อากาศวันนั้นร้อน และ คนเยอะมาก เรากินก๋วยจั๊บกัน เด็กๆ ทานไม่ได้ เพราะ มันร้อนและเผ็ดพริกไทยสุดๆ เด็กๆ ทานแต่หอยจ๊อปูเท่านั้น ระหว่างทางเด็กๆ ก็จิบจับเลี้ยงกันเป็นระยะๆ แหม๊!! ได้ทานจับเลี้ยงหอมๆ ที่เยาวราชต้นฉบับนี่มันหอมติดลิ้น ชุ่มคอจริงๆ

page2

เราเดินได้ไม่นานนักก็พากันกลับ เพราะนอกจากจะร้อนแล้ว เด็กๆ ก็เดินไม่ไหว เพราะคนเริ่มเยอะขึ้น เบียดกันจะตกขอบถนน เราก็เลยต้องซื้ออาหารกลับมานั่งทานต่อที่โรงแรม และก็เตรียมแผนการเที่ยวในวันพรุ่งนี้ต่อ..

                       วันนี้ลูกๆและพ่อ แม่ ก็ได้รู้แล้วว่า ถ้าจะมาเดินเยาวราช ต้องโตกว่านี้อีกเยอะหน่อย อิอิ..

ตื่นเช้าลงมาทานอาหารกัน เนื่องจากห้องไม่มีหน้าต่าง เราเลยหลับกันแบบไม่รู้เวลา รู้สึกอีกทีก็แปดโมงครึ่งแระ ดีที่ที่นี่เค้าทานข้าวเช้าได้ถึง 10 โมงครึ่ง เราเรยลงมาทานแบบไม่รีบมาก อาหารก็มีให้เลือกทั้งข้าวต้ม ข้าวผัด ข้าวสวย สลัด ขนมปัง ผลไม้เรียกว่า มาตรฐานโรงแรมของเซ็นทรัลไม่มีบกพร่องอยู่แล้ว หนังท้องตึง…เราก็ได้เวลาออกเที่ยว ว่าแต่วันนี้ไปไหนได้ไม่ไกล เพราะมีคลาสเรียนทำอาหารตอนบ่ายสามครึ่ง ต้องพาเอมิกลับมานอนกลางวันก่อน เช้านี้เราเลยจัดเบาๆ เดินไปวัดไตรมิตรกัน

ทั้งเอมี่และพี่น้องไม่มีใครเคยมาวัดไตรมิตรเลย ทราบแต่ว่ามีพระพุทธรูปทองคำ แต่พอเราเดินเข้ามาในบริเวณวัด มีทัวร์มาลงเยอะ เพราะที่ชั้น 2 ของอุโบสถมีพิพิธภัณฑ์เยาวราชอยู่ด้วย คนไทยไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูนะคะ

เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจทีเดียว ตอนเดินเข้าไปจะมีที่เสี่ยงเซียมซีดักหน้าเลย เด็กๆ เลยได้เสี่ยงเซียมซีกัน ก่อนเข้าไปดูประวัติของย่านเยาวราช ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์เค้าทำได้ดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพ หรือ โมเดลจำลอง รวมไปถึงหุ่นขี้ผึ้งที่สมจริงมากๆ เด็กๆ เพลินอยู่ในนั้นร่วมชั่วโมง เอมี่ได้มีโอกาสอธิบายประวัติของย่านนี้คร่าวๆ ให้ปันกะเอมิฟัง ถึงแม้จะทะลุหูซ้ายไปผ่านหูขวาไปบ้าง แต่เชื่อว่าน่าจะมีตกค้างอยู่ในสมองบ้างนิดนึง ^^

page3

หลังจากนั้น เราก็เดินขึ้นไปชั้นสามเผื่อไปถวายผ้าไตรพระพุทธรูปทองคำ ปันปันนั่งอ่านคำถวายผ้าไตรเองด้วยความตั้งใจ และทำบุญ ทำทานตามต้องการ การได้พาเด็กๆมาวัด นอกจากจะทำให้เราอุ่นใจ และ สบายใจที่ได้ร่วมทำบุญแล้ว เด็กๆ ก็ยังได้เห็นซึบซับวิถีชีวิตแบบชาวพุทธ และได้เห้นว่ามีคนต่างชาติจำนวนมากที่มาร่วมชื่นชมในพุทธศาสนาด้วยเช่นกัน เอมี่เชื่อว่าจากการที่เค้าได้เห็นสิ่งเหล่านี้ซ้่ำๆ บ่อยๆ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เค้าไม่ละทิ้งความเป็นไทยในส่วนนี้ และสามารถสืบต่อพุทธศาสนาไปได้อย่างสมบูรณ์

page4

ทำบุญกันเรียบร้อยก็ได้เวลากลับห้องไปพักผ่อน เอมินอนกลางวันช่วงเที่ยง ส่วนป๊ากะพี่ปันไปทานข้าวกลางวัน และ ไปหัวลำโพงกันต่อ พ่อลูกคู่นี้เค้าลุยอยู่แล้ว ส่วนเอมี่ อิอิ ก็นอนกลางวันกะเอมิตามระเบียบ…

และแล้วก็ได้เวลาเรียนทำอาหารแล้ว ที่โรงแรมมีเมนูให้เลือกทำ 6 อย่าง ให้่เราเลือกมา 3 อย่าง เอมี่เลือก ซูชิแฟนซีให้เด็กๆ เพราะตอนไปญี่ปุ่น ข้าวปั้นนี่เป้นอาหารหลักที่โปรดปรานกันมาก ตามมาด้วย พาสต้าคาโบนารา และพาสต้าซอสมะเขือเทศ ของโปรดอิกอย่างของเด็กชอบกินเส้น และสุดท้าย เจลลี่ฟรุตสลัด และก็ พานนาคอตต้า ของโปรดของเอมี่ ฮ่าฮ่า…ดีใจจังจะได้ทำเป็นแระ

1396064_10202382945639826_1780219560_n

เราลงไปเรียนก่อนเวลาเล็กน้อย โรงแรมกะลังเซตอัพสถานที่ คุณครูเอาผ้ามาโพกหัว และ ผูกคอเป็นลูกเสือ เนตรนารีกันเลย เอมิกะพี่ปันมีความสุขมากกะยูนิฟอร์มนี้

page5

เราเริ่มกันด้วยเมนูข้าวปั้นก่อน เด็กๆ ลงมือกันเอง โดยมีเชฟคอยสอนอย่างใกล้ชิด ปันปันไม่มีปัญหาเรื่องการปั้นนัก แต่เอมิยังมือเล็กๆ ก็เลยทำทั้งแบบแบบและกลม โดยมีเชฟคอยช่วย เด็กๆ ปั้นข้าว ใส่ไส้ แล้วก็เอามาคลุกกะไข่กุ้ง ก่อนที่จะตกแต่งหน้าตาด้วยสาหร่ายตามชอบ ขั้นตอนเหล่านี้เอมิกะปันปันทำกันอย่างสนุกสนาน ถึงแม้ถุงมือจะใหญ่ไป แต่ไม่เป็นปัญหา เพราะสุดท้ายก็ถอดถุงมือทั้งคู่ ฮ่าฮ่า…

1395273_10202389239997181_1586752017_n

เมนูที่สอง อันนี้เด็ดมากอ้ะ ตอนแรกเอมี่คิดว่า จะให้เด็กเอาเส้นมาผัดๆ ซอส ก็ยังกังวลอยู่ว่าจะไหวมั้ยเนี่ย…ที่ไหนได้ เชฟให้นวดแป้ง นวดจนเอามารีด แล้วก็ไปนวด แล้วก็รีด จนจบขั้นตอนจากแป้งกลมๆ ออกมาเป็นเส้น ซึ่งเอมี่เองก็ไม่เคยเห็นขั้นตอนแบบละเอียดขนาดนี้ ปันกะเอมิเลยได้ความรู้จากขั้นตอนการทำเส้นสปาเกตตี้แบบละเอียดทีเดียว ส่วนเรื่องผัด เชฟอธิบายและทำให้ดู เพราะถ้าเด็กๆ ผัดหละก็คงหลบน้ำมันกันจ้าละหวั่น…

page6

มาถึงเมนูสุดท้าย อันแรกง่ายเชียวละลายเจลาตินกะผงเยลลี่ แล้วก็เอาไปแช่ก็ราดฟรุตสลัด ตามมาด้วยอันนี้หละ Panna cotta อันนี้แม่ตั้งใจฟังมากกว่าลูกอีก เพราะเป็นเมนูโปรด เรียนจบ รีบขอสูตรเชฟตามระเบียบ

page7

หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาเข้าครัวอย่างสุขสันต์ ก็ได้เวลารับผิดชอบสิ่งที่เรียนมาแร้วววว…เอ่อม เต็มโต๊ะมากๆอ้ะ จนต้องไปกระซิบเชฟ ขอเลื่อนดินเนอร์ที่จองไว้ 6 โมงเย็นเป็นสองทุ่ม เพราะเกรงว่าจะย่อยไม่ทัน ฮ่าฮ่า…อาหารพร้อม แต่เด็กพร้อมกว่า จองข้าวปั้นกันใหญ่ แล้วก็หยิบทานกันแบบไม่กลัวอิ่ม เพราะมีพาสต้าต่อ ตามด้วยขนมหวาน เรียกว่า ไม่รู้ไปหิวกันมาจากไหน ข้าวกลางวันก็ทานมาแร้วววว…เข้าใจว่า ทำเองอร่อยเองแน่ๆ ว่าแล้วเปิดเทอมจะปลุกมาทำอาหารเช้ากันเองดีกว่า..

หลังจากสำราญกะเมนูที่เด็กๆ ทำเรียบร้อย เราก็ย้ายฐานไปห้อง fitness เด็กๆไปเริงร่าออกกำลังน้อยๆ สักพักเอมี่ก็แยกตัวไปซาวน่า กะ สตีม กะว่าจะเอาส่วนเกิน(ที่เกินมากกกก)ออกไปบ้าง เด็กๆ เลยอยู่กะพี่น้องต่อ ทันใดนั้น…ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องออกกำลังกาย ก็มีพนักงานเดินมาบอกกะพี่น้องว่า เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีห้ามเข้าใช้นะคะ…แปร่วววว

หลังจากใช้ความร้อนเผาไขมันให้ออกจากร่าง(ไม่สำเร็จ) เอมี่ก็หอบร่างท้วมๆ กลับห้อง เด็กๆ กะลังดูพิงค์แพนเตอร์ที่ป๊าเอา HD มาจากบ้าน มาต่อกะทีวีที่โรงแรมอย่างเบิกบาน เรานอนพักเซ็ตตัวเงียบๆ จนเกือบหลับ…

ดูนาฬิกา อ้าวววว…ได้เวลาอาหารเย็นแร้ว แบบว่าภาระเยอะเนอะ ก๊ากกกก 😛

เมนูที่เราเลือกวันนี้เป็น Western style ทางโรงแรมจัดมาให้ 4 ที่ แบบคละกัน เรียกว่าได้กินครบทั้งเมนูเลย เด็กๆ อิ่มอร่อย ผู้ใหญ่ถึงกะ…จุก 555

993418_10202390352384990_1935912711_n

จบวันแสนสุขกะทัวร์เต็มวันโดยแม่ และ KTC แบบแฮปปี้ คืนนี้นอนหลับแบบไม่ง้อข้าวเช้าวันพรุ่งนี้เรยทีเดียว ^^

ส่วนตัวแล้วแฮปปี้กะทริปสั้นๆในกรุงเทพเหมือนกันนะเนี่ย..แบบว่าไม่เคยจะไปนอนที่อื่นในกรุงเทพ แต่พอไปที่นี่ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้พาเด็กๆ เที่ยวใกล้ๆ โรงแรม แทบเรียกว่าจำลองชีวิตที่เมืองนอกมาไว้ที่เยาวราชได้เลย ที่เที่ยวแถวนี้ไม่เบาเหมือนกัน แต่ถ้าให้เดินไปไกลๆหน่อยแบบที่เดินในเมืองนอกคงไม่ไหว เพราะอากาศบ้านเราร้อนได้ใจ ทางเท้าบ้านเราก็เดินได้ไม่ง่ายเอาซะเลย ทั้งๆที่สถานที่เที่ยวเราเนี่ย แจ่มแจ๋ว และมีประวัติศาสตร์ที่น่ารู้เยอะเลย จริงๆ แล้วเอมี่ยังอยากพาเด็กไปมิวเซียมสยาม และ ต่อด้วยวัดพระแก้วต่อ แต่คิวเต็ม และไม่อยากให้เด็กเหนื่อยเกินไปก่อนปิดเทอม ทริปวันอาทิตย์เลยกลับมาพักที่บ้าน จำศีลกันสงบๆ ก่อนเปิดเทอมในวันจันทร์

คอร์สทำอาหารที่โรงแรมนี้ เอมี่แนะนำเลยนะคะ ด้วยความที่โรงแรมไม่ใช่โรงเรียน เค้าเลยมีวัตถุดิบให้เด็กๆ ทำได้ไม่จำกัด เชฟก็สนุกกับการสอนเด็กๆมาก และเด็กๆ เองก็ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเลย ถ่ายรูปอย่างเดียว อิอิ…สนนราคาก็เบ๊า เบา 3 เมนู 550 บาท แถมได้นั่งทานต่ออีกด้วย

ว่าแล้วก็แถมโปรโมชั่นช่วงนี้ให้ซะหน่อยเผื่อใครสนใจนะคะ เฉพาะผู้ใช้บัตร KTC นะจ้ะ

Period : 1 November – 30 December 2013

Room accommodation :
ห้อง Superior at B.1,390 net/ห้อง/คืน พร้อมอาหารเช้า
ห้อง Premium at B.1,690 net/ห้อง/คืน พร้อมอาหารเช้า

Food Promotion:
Station Café Restaurant : มา 2 จ่าย 1 สำหรับบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน (ราคาปกติ 550++ (648-net))
Chyna Restaurant ส่วนลด 10% เฉพาะค่าอาหารสำหรับเมนู มื้อกลางวันและมื้อค่ำ
Chyna Restaurant ส่วนลด 20% สำหรับบุฟเฟต์ติ่มซำมื้อกลางวัน (ราคาปกติ B.590-net/ท่าน)  

Cense by Spa Cenvaree: มา 2 จ่าย 1 สำหรับ Thai or Oil Massage for 60 min.(ราคาปกติ B.990 net/ท่าน)        
ทริปนี้ร่ำลากันไปก่อน เด๋วทริปหน้าจะมาย้อน 14 วันที่ฮอกไกโด กะ โตเกียวให้ฟังนะคะ…เรื่องมันยาวววว ^^