เตรียมเที่ยว ต้องเตรียมทริป New Zealand Demo

NZ travel mapเตรียมเที่ยว ต้องเตรียมทริป New Zealand Demo

ก่อนจะไปถึงนิวซีแลนด์ เอมี่เตรียมทริปให้เด็กๆที่บ้านได้เปิดจินตนาการไปพร้อมกันก่อนค่ะ จะได้เตรียมใจ เตรียมตัว ว่าทริปที่เราจะไปในครั้งนี้ ไม่ใช่ทริปธรรมดาเหมือนทุกทริปที่เราเคยไป เพราะทริปนี้เราจะแบกบ้านขึ้นรถไปด้วย หรือ เรียกแบบง่ายๆ ว่ารถบ้าน และแน่นอนคือยังไม่มีใครในบ้านเคยไปมาก่อน เราก็ต้องเริ่มให้การศึกษา เอ๊ยยยย เริ่มให้ข้อมูลในการเที่ยวแบบคร่าวๆ กันก่อนเนอะ ว่าแล้วมานั่งดูแผนการเดินทางที่เตรียมไว้ ก่อนจะเดินทางจริงวันที่ 5 เมษากันก่อนเลยค่ะ

5 เมษา
1200           ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เตรียมตัวเช็คอิน
1515-1825 เดินทางถึงสนามบินกัวลาลัมเปอร์ แวะพักทานอาหารเย็น และเดินเล่นเย็นๆ ใจ
2355-1615 เดินทางออกจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์ ก่อนไปแวะเติมน้ำมันที่ Goldcoast สักชั่วโมงนึง
อ้ะอ้ะ ไม่ต้องลงจากเครื่องจ้ะ หาไรกินบนเครื่องไปก่อน

6 เมษา
1615             ถึงสนามบินออคแลนด์ แวะเอากระเป๋า และ ซื้อซิมพรีเพดที่ Spark ก่อนเดินลั้นลา 900 ม.ไปพัก Ibis Airport hotel
1730             เข้าที่พักเรียบร้อย ออกมาหาอาหารเย็น และ เตรียมตุนเสบียง
แจ้ง reception ให้รบกวนติดต่อ Shutter bus ของ Britz มารับพรุ่งนี้เช้า
2000            นอนพักตามอัธยาศัย

7 เมษา
0730             ตื่นเช้า สดชื่น ทานอาหารเช้าในห้องพักให้เรียบร้อย
0830             เตรียมพร้อมรอรถมารับที่ล๊อบบี้
0900-1030 รับรถ ตรวจสอบรถ และตุนเสบียงกลางวันเตรียมทำอาหารเย็น
1030-1330   มุ่งหน้าไป Waitomo cave
1400-1600  แวะชมหนอนเรืองแสง เดินชมสถานที่
1600-1630   เข้าที่พัก Waitomo Top 10
1630-1730   เตรียมอาหารเย็น เดินเล่น อาบน้ำ พักผ่อน

8 เมษา
0730-0830 ทานอาหารเช้า ตรวจสอบรถ เติมน้ำดี เทน้ำทิ้ง(ถ้ามี)
0900-1130 เดินทางสู่เมืองน้ำพุร้อน Rotorua
1130-1500   เพลิดเพลินกันสัตว์นานาชนิด และ รับประทานอาหารกลางวันที่ Rainbow Spring
1530-1700   ไป Treewalk กันท่ามกลางต้นไม้สูงๆ สวยๆ ที่ Redwoods
1730              เตรียมอาหารเย็น เดินเล่น พักผ่อน แช่น้ำแร่ที่ Waikite Valley Thermal Pools

9 เมษา
0900-1230 แวะชมความงดงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นบ่อโคลนเดือด น้ำพุร้อน ธารน้ำร้อนสีสันสวยงามที่เกิดจากธรรมชาติที่ Wai-O-Tapu Thermal Wonderland ; One of the 20 Most SURREAL Places in the World
1015             Lady Knox Geyser
1300-1600 แวะตกกุ้ง ชมบ่อกุ้ง และ ทานกุ้งกันที่ Huka prawn park ค่ะ ให้เด็กได้เรียนรู้การทำฟาร์มกหุ้ง ให้อาหารกุ้งอนุบาล ไปจนถึงกุ้งประถม มัธยม ก่อนสอนตกกุ้งค่ะ
1600-1730 แวะชมธรรมชาติที่ Tongariro National Park ก่อนเข้าพักที่ Discovery Lodge Tongariro
1800            ทำอาหารเย็น และ เตรียมทำความสะอาดรถ ถ่ายของเสีย เทน้ำทิ้ง เติมน้ำดี ก่อนพักผ่อนอาบน้ำตามสบาย

3

10 เมษา
0830            ตื่นเช้า เตรียมอาหาร วันนี้จะต้องเดินทางยาวไปที่ท่าเรือเพื่อเตรียมตัวย้ายเกาะในวันพรุ่งนี้
1330-1730  ถึง Wellington แวะ Tepapa Museum พิพิธภัณฑ์ของนิวซีแลนด์อีกที่ที่รวบรวมเรื่องราวของเกาะนิวซีแลนด์ และมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้เด็กๆ ได้ดูอีกเพียบ และช่วงบ่ายนี้จนถึงเย็น เราจะเดินเที่ยวในเมือง Wellington และทานข้าวเย็นกัน
1730-1800 เข้าพักที่ CAPITAL GATEWAY MOTOR INN เตรียมทำความสะอาดรถ ถ่ายของเสีย เทน้ำทิ้งเติมน้ำดี ก่อนพักผ่อน อาบน้ำตามสบาย ก่อนเตรียมตัวขึ้นเฟอร์รี่ไปตะลุยเกาะใต้กันต่อในวันพรุ่งนี้

4

เข้าสู่เกาะใต้กันแล้ว หลังจากที่จองเรือกันแล้ว ตามที่เรากะเวลาไว้ เราจะไปขึ้นเรือรอบเช้าตรู่ค่ะ

11 เมษา
0700-1100 ขับรถขึ้นเฟอรี่ ทานอาหารเช้าแล้วก็ไปดูวิวบนเรือกันเลยจ้า รวมรอขึ้น และรอลงก็น่าจะสามชั่วโมงเบาๆเริ่มหิวกันแล้วสินะ
1130-1300    ขับรถไปทานอาหารกลางวันที่เลื่องชื่อกันเรื่องหอยที่ Mussel Pot กัน ในแผนที่เตรียมไว้ เราจะสั่ง หอยย่าง และ หอยนึ่งกัน
1430-1600  หลังจากทานหอยกันแล้ว เราก็มาเอนจอยกับการจ้องลูกแมวน้ำเล่นน้ำตกกันที่
Ohau Stream Walkway and Waterfall ดูให้เต็มที่ พร้อมทั้งเดินเล่นไปตามทางที่ธรรมชาติสร้างสรร ก่อนไปหาอาหารเย็นกันต่อ
1600-1700 แวะซื้อ Clayfish กันที่รถขายกุ้งข้างทางที่ฮิตติดลมของที่นี่ Nins Bin แล้วก็ไปเข้าที่พักกันเลย
1700             คืนนี้นอนที่ Keikoura Top10 แวะเล่น แวะเที่ยวกันตามชอบ

12 เมษา
0900            ตื่นมาทานข้าวเช้า และเตรียมตัวไปดู Sperm Whale กับ Whale watch กันเลยจ้า
1030-1330 Whale watch
1600-1700 พาเด็กเดินสำรวจถ้ำกันหน่อย Cave Stream Scenic Reserve cave walk ใช้เวลาเดินไปกลับสักชั่วโมง พอได้เหงื่อ ก่อนขับรถผ่าน เส้นทาง Arthur’s Pass ที่เชื่อมระหว่างฝั่งตะวันตกและตะวันออก คืนนี้เราจะนอนแบบ Freedom campsite คืนแรก ไม่มีไฟให้ชาร์ต
1700-1800 Avalanche Creek Shelter Campsite หรือ Lake Pearson

7

13 เมษา
0900-1000 เดินเล่นรอบที่พักตามสบาย เด๋วเราจะไปเดินเมือง Hokitika กันต่อ
1100-1330   ทานข้าวกลางวัน และ ชมเมือง Hokitika
1400-1500  เข้าที่พักที่ Rainforest Holiday park ก่อนออกมาเดินชมธารน้ำแข็ง Franz Josef Glacier และ เดินเล่น Franz Josef Glacier Village

9

14 เมษา
0900-1000 เช้านี้มีนัดกับ Lake Matheson ทะเลสาบกระจกที่มีคนถ่ายรูปไปทำโปสการ์ดมากที่สุดในโลกอีกที่
1100-1230   แวะซื้อปลา Whitebait กันที่ Curly Tree Whitebait Company และแวะทานอาหารกลางวันกันซะเลย
1300-1400  แวะชมความงดงามของ Blue pool และ Mt. Aspiring สักครู่ก่อนเดินทางไป Puzzle world ที่ เมือง Wanaka
1500-1700   Puzzle World
1700-1800   เข้าพักที่ Wanaka Top10 เคลียร์รถ ชาร์ตไฟ ให้เรียบร้อย พรุ่งนี้นอนอุทยานจ้ะ

8

15 เมษา
0900-1100 เช้านี้เราจะไปทานปลาแซลมอล พร้อมทั้งซื้อกลับมาเป้นเสบียงก่อนไปนั่งชม Lake tekapo
1200-1500  แวะพักทานอาหารเที่ยงกันที่ Church of the Good Shepherd ก่อนเดิน Trekking รอบๆLake tekapo
1500-1700  ออกเดินทางต่อไป MT. Cook แวะพักที่ White horse hill วันนี้นอนอุทยาน ไม่มี powersite รีบอาบน้ำ รีบนอนนะจ้ะ วันนี้ไม่ต้อง Dump

16 เมษา
0900-1100 เดินเล่น พักผ่อนที่ MT.cook ก่อนทานอาหารและออกเดินทางไปเมืองผลไม้กันค่ะ
1200-1330  แวะทานอาหาร ซื้อผลไม้ตุนที่ Jones Family Fruit Stall แวะชิมไอติมอร่อยๆกันหน่อย ก่อนออกเดินทางไปขุดทองที่ Arrow Town
1300-1500 แวะกินขนม เดินชมเมือง Arrow Town สักพัก ่
1630            เข้าพักผ่อน ทำความสะอาดรถ เติมน้ำดี เทน้ำทิ้งกันที่ Kingston Holiday Park

17 เมษา
0900-1200 วันนี้มีนัดกับ Milford Sound ออกเดินทางแต่เช้าไปขึ้นเรือ พร้อมทานอาหารกลางวันบนเรือ
1345-1525    ล่องเรือชม Milford Sound และแวะ Underwater discovery เอาให้อิ่มกันไปเลย สำหรับเด็กๆที่ชอบดูปลาอย่างปันกะเอมิ
1700              เข้าพักที่ Cascade Creek Campsite เป็นอีกอุทยานที่เป็น Non powersite นอนท่ามกลางธรรมชาติกันให้เต็มที่

RJ_Vol9_61 U_Rotator

18 เมษา
0900-1200 วันนี้พักสบายๆ เดินเที่ยวชม แถวที่พักไม่ต้องรีบไปไหน
1300              เข้าเมือง Te Anua และพักที่ Te Anau Lakeview Kiwi Holiday Park พรุ่งนี้เราจะเข้าควีนส์ทาวน์กัน ขับรถสบายๆค่ะ ตรวจเช็ครถให้เรียบร้อย พรุ่งนี้คืนรถ และนอนโรงแรมที่ควีนส์ทาวน์

 

19 เมษา
0830-1130   ขับรถเข้าควีนส์ทาวน์ แวะเล่น Luge ที่ skyline กันให้เต็มอิ่ม ก่อนมา Drop กระเป๋าที่ Absoloot Value Accommodation
1530              คืนรถบ้าน และเย็นนี้เราจะออกมาเดินเล่นชมเมืองกันก่อนกลับพรุ่งนี้

calgary_luge_intro

20 เมษา
0900-1100 เดินเล่น แวะดูโน่นนี่ตามใจในตัวเมือง
1230              Check out และเดินทางไปสนามบินควีนส์ทาวน์
1525              ขึ้นเครื่องบินกลับไป Auckland
1710              ถึง Auckland int’l เตรียมต่อเครื่องกลับ
1930-0440 Auckland – Kuala

21 เมษา
0820-0930 Kuala – BKK

จบทริปล้างปอด สูดโอโซนที่นิวซีแลนด์ เดี๋ยวลองดูกันนะคะ ว่าจะได้ตามแผนมั้ย และจะมีอะไรที่น่าสนุก และน่าตื่นเต้นมั้ย…เอาหละ เตรียมนับถอยหลังไปเที่ยวแล้วค่า

เครดิตรูปประกอบการมโนก่อนไป
www.rankers.co.nz
http://www.waitomocaves.com
www.roughguides.com
www.everythingnewzealand.com
www.realjourneys.co.nz
http://www.skyline.co.nz/queenstown/luge/

บล๊อกต่อไปค่อยมาดูของจริงที่ได้เจอกันนะคะ

 

 

 

 

 

จัดเสื้อผ้า หากระเป๋า ทริปยาวๆจัดยังไงดี

เอาหละค่ะ จัดทริปเสร็จแล้วเนอะ ทีนี้ก็จะชวนมาจัดกระเป๋ากันค่ะ ออกตัวก่อนว่าปกติเวลาไปเที่ยวพร๊อพส่วนตัวไม่เยอะค่ะ เน้นซักผ้าเป็นช่วงๆเท่าที่จัดเวลาไว้ เพราะฉะนั้นการเดินทางแบบมีเด็กไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้ากระเป๋ามีน้อย เราก็มีมือว่างๆจูงลูกเที่ยวได้สบายค่ะ แต่ถ้าใครต้องเปลี่ยนชุดทุกวัน และไม่ซัก อันนี้แนะนำว่าเชิญงอกกระเป๋าได้เรยจ้ะ

รอบนี้เอมี่เตรียมจัดกระเป๋าไปนิวซีแลนด์ 17 วัน อากาศค่อนข้างเย็นเพราะเป็นช่วงปลาย summer และเข้าสู่ฤดูหนาวของที่นั่น เสื้อหนาวที่เราจะเตรียมไปเลยเผื่อหนาวมากไว้ก่อน อะไรจะดีเท่าร่างกายอบอุ่นเป็นไม่มี แต่เพื่อประหยัดที่ เราจัดเสื้อหนาวหนาแค่คนละตัว และมีเสวตเตอร์เผื่อไว้คนละ1-2ตัว ตามด้วยเสื้อ heattech คนละ3ตัวค่ะ และเสื้อแขนยาวทั่วไปคนละ 4ตัว ส่วนชุดนอนเอมี่จัดไปคนละห้าชุดสำหรับเด็กๆ ส่วนผู้ใหญ่คนละสามชุดค่ะ เสื้อผ้าและกางเกงของผู้ใหญ่ เราจัดไว้ 5 ชุด สำหรับการซักสองครั้งตาม campsite ที่จองไว้ค่ะ

image

การจัดกระเป๋า
กระเป๋าที่เอมี่ใช้ จะเป็นไซส์ใหญ่สุดที่สายการบินอนุญาติให่โหลดนะคะ โดยจะมีสายรัดกระเป๋ากันของกระจายทุกใบ และรอบนี้จากเดิมที่เคยพับผ้าแบนๆ ตอนนี้เอมี่จัดม้วนตามหมวด เช่น ชุดนอน เสื้อ กางเกง แยกตามคนใช้งานเพื่อสะดวกในการหยิบใช้แต่ละวัน เราไม่สามารถ unpack ในรถบ้านได้สะดวกนัก เพราะพื้นที่จำกัดพอสมควร เด๋วค่อยเล่าตอนเห็นสถานที่ในรถจริงๆอีกทีนะคะ แต่ ณ ตอนนี้ขอมโนว่าลำบากไว้ก่อน ไปถึงจะได้สบายค่ะ หลังจากที่เราม้วนชุดนอน เสื้อผ้า เรียบร้อย เอมี่แยกอุปกรณ์ที่ใช้แยกพิเศษออกเป็นซองๆ ซึ่งซองซิปล๊อกพวกนี้ เอมี่เอามาจากซองใส่เสื้อผ้าที่แถมๆมาค่ะ

image

ของที่แยกใส่ซอง
1. ชุดว่ายน้ำ เพราะทริปนี้เรามีไปแช่น้ำแร่ที่โรโตรัวด้วยค่ะ
2. ถุงเท้าเด็ก และ ผู้ใหญ่ คนละ 5 คู่
3. ถุงมือ หมวก ผ้าพันคอ คนละ 1-2 ชุด
4. เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน แยกเด็ก ผู้ใหญ่ คนละ 5 ชุด
5. รองเท้าแตะสำหรับเดินในแคมป์ไซต์ คนละ 1 คู่

image

ต่อมาก็จะเป็นสิ่งของจำเป็นจะแยกใส่กระเป๋าเล็กๆ ตามประโยชน์ใช้สอย

กระเป๋าที่ใช้ในห้องน้ำ
แชมพู สบู่ ยาสีฟัน โลชั่น ครีมกันแดด เครื่องประทินโฉมต่างๆ พวกนี้จะจัดใส่กระเป๋าเล็กๆต่างหาก เพื่อง่ายต่อการหยิบไปใช้ในที่ต่างๆ และสำหรับทริปนี่เราแยกแปรงสีฟันออกมาคนละชุดในเป้ค่ะ

กระเป๋าใส่ยาทั่วไป
ยาที่เอมี่พกไป มียาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้เมารถ เมาเรือ ยาแก้แพ้ วิคส์ โดยที่ยาทุกอันมีฉลากเป็นภาษาอังกฤษชัดเจน และง่ายในการตรวจสอบ

image

กระเป๋าใส่อุปกรณ์อิเลคโทรนิค
เอมี่เตรียมไฟฉาย,universal plug และสายต่อเผื่อไปสองชุด นอกนั้นจะเป็นอุปกรณ์ชาร์ตโทรศัพท์ และไอแพดค่ะ

ถุงพลาสติกแยกสิ่งของที่เตรียมไปใช้ในรถบ้าน (เฉพาะทริปนี้ค่ะ)
ของที่ตั้งใจจะเตรียมไปแยกเป็นสองหมวดค่ะ
หมวดปรุงอาหาร จะมีซอสปรุงรส น้ำมัน น้ำปลา โชยุ วาซาบิ น้ำตาล กาแฟ ชุดเล็กๆค่ะ ส่วนมาม่านี่ยังทำใจอยู่เลย ไหนๆก็จะไปเที่ยวเนอะ ไม่อยากกินมาม่าเลย 555 หลายคนแนะนำให้เตรียมข้าวสารไปด้วย แต่เท่าที่ไปเที่ยวมาจะกี่อาทิตย์ก็ไม่เคยโหยหาข้าวสักเท่าไหร่อ้ะ เลยไม่เห็นความจำเป็นเท่าไหร่ค่ะ เรียกว่า กินตามสถานที่ ไม่ได้จำเป็นต้องมีอาหารไทยในทริปขนาดนั้น

image

หมวดซักล้าง ทำความสะอาด จะมีถุงดำ ฟองน้ำ น้ำยาล้างจานขวดเล็ก ผงซักฟองแบบซอง เรียกว่าเตรียมไปก่อน ขาดเหลือค่อยว่ากัน

สำหรับกระเป๋าสี่รายการนี้ เอมี่จัดใส่กระเป๋าใบใหญ่เข้าโหลดทั้งหมด แต่จะแยกแปรงสีฟัน ยาสีฟันออกมา ในกรณีที่มีต่อเครื่องข้ามวันค่ะ สำหรับทริปต่างประเทศแนะนำให้เตรียมถุงผ้าไปเผื่อนะคะ หลายซุเปอร์มาร์เกตไม่มีถุงให้ใช้แบบบ้านเรา เค้าใช้ถุงผ้าในการขนของกัน ไม่งั้นต้องซื้อค่ะ

สำหรับทริปนี้ ทุกคนจะมีเป้คนละใบ โดยในเป้จะมีชุดนอน และเสื้อผ้าวันรุ่งขึ้นอิกหนึ่งชุดเตรียมไว้ เพราะในคืนแรกที่ไปถึงเราต้องไปนอนที่โรงแรมหนึ่งคืน ก่อนรับรถเช้าวันรุ่งขึ้น เราก็จะไม่ต้องเปิดกระเป๋าใหญ่เพื่อรื้อของ แต่แค่เปิดหยิบเสื้อหนาวในกรณีที่ต้องใช้เท่านั้น

ในส่วนกระเป๋าลาก เราเตรียมกระเป๋าใบใหญ่ไว้สองใบ โดยซื้อน้ำหนักรวมไว้ที่ 55 kg และแต่ละคนพกเป้ขนาดไม่เกิน 7 kg ทุกคนแล้ว carry on ขึ้นเครื่องค่ะ

เตรียมกระเป๋าไม่ยากนะคะ แค่จัดทริปให้มีช่วงว่างเคลียร์ผ้าให้ตรงกับที่จัดเตรียมไว้ สำหรับเอมี่เท่าที่จัดมา ผิดแผนน้อยมาก ปกติทำได้ตามนั้นค่ะ เที่ยวกันง่ายๆไร้กังวล ที่สำคัญจะมีที่เหลือๆไว้ช๊อปสบายๆนะคะ ยังไม่เคยมีเคสกระเป๋างอกแต่อย่างใดค่ะ

ชวนจัดกระเป๋ากันก่อนเนอะ เด๋วรอบหน้าจะเล่าถึงการเตรียมตัว เตรียมตั๋ว เตรียมใจไปนิวซีแลนด์ต่อนะคะ

กว่าจะได้ทริปไปเที่ยวสักทริป…

ขึ้นหัวข้อมาแบบนี้…อ่านแล้วเห็นถึงความยากลำบากในการจัดทริปเลยเนอะ จริงๆปกติที่บ้านจะจัดทริปใหญ่ๆกันปีละครั้ง ทริปที่แบบไปประเทศที่ไม่ใช้ภาษาไทย ทริปที่ต้องนั่งเฝ้าตั๋ว นั่งหาข้อมูล นั่งดูแรงบันดาลใจในการน่าไปเที่ยว ไม่ว่าจะจากลูก จากแม่ หรือกระทั่งจากพ่อ เอมี่เริ่มจากการจัดความสำคัญในการทำทริปตามนี้ค่ะ

  1. เวลา ช่วงเวลาที่ทุกคนสะดวก เพราะส่วนใหญ่ทริปนอกประเทศจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่ไปได้จะมีแค่ช่วงปิดเทอม ไม่ว่าจะเมษา หรือ ตุลา ซึ่งในแต่ละครั้งเราจะเตรียมตัวล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี หรือตั้งแต่มีโปรตั๋วเครื่องบิน
  2. ราคาตั๋วเครื่องบิน จะว่าไปราคาตั๋วนี่เป็นตัวดึงดูดแรกในการจัดทริปในแต่ละครั้งค่ะ เพราะเด็กๆเริ่มโตแล้ว สามารถไปทริปที่ตั๋ว Low cost ได้สบาย ถ้าเวลา หรือ การต่อไฟล์ไม่ได้ลำบาก หรือดึกดื่นเกินไปนัก บ้านเราสามารถค่ะ ปกติโปรดีดีที่เราดูจะเด้งมาจาก Ar-pae ค่ะ
  3. สถานที่ที่มีตั๋วโปร ฮ่าฮ่า เข้าใจถูกแล้วค่ะ ถึงตั๋วจะถูกแสนถูก แต่ถ้าเป็นที่ที่เคยไปมาแล้ว หรือไม่อยู่ในลิสต์ที่คิดไว้ เราก็ผ่านค่ะ จะไม่ยอมเสียเวลาและเงินไปกับทริปซ้ำเด็ดขาด
  4. ราคาวีซ่าในการเข้าแต่ละประเทศ อันนี้เอาไว้ทำงบค่ะ หลายประเทศไม่ต้องทำวีซ่า แต่ส่วนใหญ่ที่เราชอบนี่ต้องขอวีซ่าทั้งนั้นเลย
  5. ราคาค่าครองชีพในแต่ละวันคร่าวๆ ส่วนใหญ่ข้อมูลพวกนี้หาไม่ยากค่ะ ถ้ามีราคาตั๋วและสถานที่เที่ยวในใจแล้ว ราคาที่พัก ราคาค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน วิธีการท่องเที่ยวในแต่ละประเทศจะไหลมาประหนึ่งเปิดสายดับเพลิงคือ แรง เร็ว และ ไว สามารถสรุปงบได้ภายใน 1-2 วัน ซึ่งสาเหตุที่ต้องรีบสรุปเพราะตั๋วโปรนี่มาไวไปไวค่ะ เช็คห้องพักคร่าวๆ ปกติดูที่ booking.com ค่ะ แล้วค่อยมานั่งทำละเอียดอีกทีตอนจองทริปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีเวบเยอะมากให้เลือกราคาอ้ะ
  6. หลังจากสรุปได้คร่าวๆ เริ่มกำหนดช่วงแล้วดูราคาตั๋วค่ะ จัดไว้สัก 1-3 ช่วงเวลาที่สะดวก เพื่อเปรียบเทียบราคาที่ดีที่สุดค่ะ หลังจากนั้นก็จองเลย

ได้ทริปคร่าวๆ เรียบร้อย สำหรับตั๋ว low cost นี่อาจจะตื่นเต้นหน่อยสำหรับประเทศที่ต้องใช่วีซ่า เพราะจะจองลอยๆ แบบจองผ่านเอเย่นต์เพื่อเอาไปยื่นวีซ่าก่อนไม่ได้ เรียกว่างานนี้ต้องมีลุ้นค่ะ แต่จะว่าไปคนที่เที่ยวปกติอยู่แล้ว วีซ่าไม่น่ามีปัญหาค่ะ และการที่เราจองตั๋วแล้ว จ่ายเงินแล้ว สถานฑูตต้องเห็นใจเราสิน่า…

page jp

จะว่าไปก็ไม่ยากเท่าไหร่นะคะ จะไปเที่ยวแบบประหยัดทั้งที หลายคนจัดไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มยังไง เอมี่ว่าเสตปนี้น่าจะง่ายสุด และประหยัดทั้งเวลา และ เงินในการเที่ยว

เพราะถ้าเราจองตั๋วไปแล้ว เรื่องหลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะเราจะเริ่มแตกตารางเที่ยว หาที่เที่ยวที่พักทีละวัน ถ้าใครเป็นนักชิมจะลงละเอียดไปถึงร้านอาหารในแต่ละเมืองที่ไปก็น่าสนุกนะคะ ข้อมูลทุกวันนี้หาง่ายค่ะ แค่พิมพ์สถานทีลงไป เด๋วก็มีรายละเอียดออกมาเพียบค่ะ

แต่สำหรับคนที่เงินเหลือเฟือ ข้ามโพสต์นี้ไปเลยค่ะ เพราะซื้อตั๋วเมื่อไหร่ก็สบ๊ายยยย ^^

ในวันที่ลูกเริ่มมีความลับ…

จะว่าไปคงไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก สำหรับการที่เด็กสักคนจะมีความลับ แต่จะว่าไปเราไม่มีทางรู้เลยว่าความลับของลูกจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ถูกมั้ยคะ เพราะถ้าเรารู้มันคงไม่ใช่ความลับ…

เมื่อลูก ริอ่าน มีความลับ…พอเขียนแบบนี้ขึ้นมา รู้สึกมันช่างเป็นเรื่องใหญ่เสียเหลือเกินในมุมมองของคนเป็นแม่ ทั้งสับสน ทั้งงุนงง และรู้สึกเหมือนถูกหักหลังเล็กๆ เด็กตัวน้อยที่เราเห็นมาตั้งแต่ตัวแดงๆ วันนี้หัดมีความลับอ่ะ เฮ้อออ เขียนๆอยู่นี่ก็ยังสับสนนะ เพราะตอนแรกที่รู้นี่แอบใจสั่น แต่พอถอยตัวเองออกมาเป็นคนปกติที่ไม่ใช่แม่ กลับรู้สึกต่างออกไป และพอเริ่มถอยตัวลงไปสมัยอายุน้อยสุดเท่าที่จำความได้…กลับพบว่าจริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่นิ ถ้าความลับที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และเป็นความลับที่เราต้องการเก็บไว้แค่พอเป็นส่วนตัว คงเหมือนกับการเขียนสมุดบันทึกและไม่อยากให้ใครอ่านแค่นั้น

1456216811423

ความลับของปันปันกะเอมิ
เป็นเรื่องขนม เรื่องอาหาร ที่เราเฝ้าบอกว่า ไม่ควรกิน ไม่มีประโยชน์ เรียกว่าทุกครั้งที่ขอซื้อก็มักได้รับการปฏิเสธจากพ่อและแม่เสมอ ย้อนกลับมาถามตัวเองค่ะ ว่าเรามีวันไหนที่อยากจะกินมาม่าต้มทั้งๆที่อิ่ม ทั้งๆที่แค่ได้กลิ่นจากบ้านข้างๆมั่งมั้ย ก็มีนะ และเราก็ทำเลยด้วยทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ ผมร่วง ผงชูรสเยอะ บลาบลาบลา… หมากฝรั่ง ตอนเด็กๆก็โดนพ่อกับแม่ห้ามเหมือนกัน แต่ก็อยากชิม และก็เตือนตัวเองเสมอว่าอย่ากลืน แบบเดียวกับที่ทุกวันนี้เฝ้าห้ามลูกซื้อ…ซึ่งลูกไม่เคยได้ชิมซักกะที เยลลี่ ขนมขบเคี้ยวก็เช่นกัน ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไม่ให้ลูกกิน แต่นั่นก็แค่ในสายตาเราค่ะ ที่เค้าเชื่อ และ ยอมทำตาม แต่เมื่อไหร่ที่เราเผลอ…เมื่อไหร่ที่เค้ามีอิสระ เค้าจะไม่พลาด

เอาหละค่ะเข้าเรื่องกันดีกว่า เมื่อความลับไม่เป็นความลับอีกต่อไป สำหรับเหตุการณ์ที่เอมี่เจอ เรียกว่าเจอกันต่อหน้าและปันปันก็ไม่ได้มีอาการปากซีดตัวสั่นที่เจอแม่ แต่กลับแสดงความภูมิใจที่ได้ทำให้แม่เห็นมากกว่า

เหตุการณ์ที่ 1 ที่เอมี่เจอ แต่เป็นครั้งที่ 3 ที่ปันทำ ปันลงไปเรียนเทควันโด พร้อมแอบพกเงินไป 10 บาท เพื่อข้ามถนนไปซื้อมาม่าต้มยำกุ้งถ้วยเล็กที่เซเว่น ซึ่งการไปซื้อ ต้องเดินข้ามถนนเล็กๆ ที่มีรถวิ่งเข้าคอนโดไม่บ่อย และเป็นวันเวย์ เอมี่ลงไปเจอเพราะต้องไปส่งของที่หน้าตึก ตรงแถวโรงเรียนเทควันโด และหาปันไม่เจอครูเลยบอกว่าเค้าขอไปซื้ออาหารที่เซเว่น (ตอนครูบอกก็เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กวัยนี้ แต่แปลกที่เราดันรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดา) แล้วเราก็เห้นปันปันเดินยิ้มออกมาพร้อมมาม่าควันฉุย และเดินมานั่งทานที่ม้าหินหน้าคอนโด หลังจากที่เห็นปันนั่งทานมาม่า และ ข้ามถนนไปซื้อเอง แวบแรกเอมี่ก็บอกไปว่าทำไมทานมาม่า ไม่มีประโยชน์เลย แวบที่สองเอมี่บอกว่าข้ามถนนไปเองได้ยังไงไม่ปลอดภัย แต่สุดท้ายที่เอมี่ทำก็คือ ทานให้อิ่มแล้วไปเรียนให้เรียบร้อย เด๋วเราค่อยคุยกันนะลูก ก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปที่ห้อง และแยกกับปัน

ในคืนนั้นก่อนนอน เรานั่งคุยกันถึงเรื่องที่แอบซื้อมาม่า แอบข้ามถนน และแอบเอาเงินลงไปซื้อถึงแม้จะเป็นเงินเก็บของตัวเองก็ตาม เราแยกคุยกันทีละเรื่อง ก็ได้เรื่องมาว่า อยากจะกินมาม่าบ้าง เพราะขอแม่ก็ไม่ได้กินอยู่ดี เลยคิดว่าซื้อกินเองดีกว่า ว่าแล้วก็จัดเวลาเรียน และเวลากินให้พอดีกัน (ซึ้งทำได้ดีนะ ถ้าไม่คิดว่าแอบทำ เพราะมีเวลาทานและพักก่อนเรียน 30 นาที และสามารถสื่อสาร ให้พี่ที่เซเว่นช่วยจัดการใส่น้ำร้อน และ เดินถือข้ามถนนกลับมานั่งทานได้อย่างปลอดภัย) สุดท้ายเราปิดบทสนทนากันด้วย ความเป็นห่วงของแม่ อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งที่เค้าทำ และบอกเด็กว่า วันหลังจะไปให้บอกด้วย จะได้ฝากซื้อของ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตำหนิเค้ารุนแรงในสิ่งที่เค้าได้ทำไปแล้ว และสิ่งที่จะล้วงความลับได้ง่ายที่สุด คือสร้างความไว้ใจให้เค้ามากที่สุด และทำสำคัญเราต้องเป็นพวกเดียวกัน เพื่อที่จะได้มองโลกในมุมเดียวกัน

เหตุการณ์ที่สอง เกิดหลังบทสนทนาเกี่ยวกับเหตุการณ์แรกไม่นาน เด็กๆก็บอกว่าเคยไปมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกไปซื้อซับเวย์ตามที่แม่บอก แล้วก็พากันข้ามถนนไปซื้อหมากฝรั่ง และ เยลลี่ โดยระหว่างทางที่วิ่งไป เอมิเผลอทำเงินทอนหล่นท่อไปสองบาท ตอนซื้อของที่เซเว่น เอมิเลยขอแลกเงินตัวเอง เพื่อเอามาทอนแม่แทนเงินที่หล่นท่อไป ส่วนพี่ปันหลังจากได้หมากฝรั่งแล้ว ก็รีบเคี้ยวจนหมดก่อนขึ้นมาที่ห้อง (แสดงให้เห็นถึงความเก็บกด555)

เหตุการณ์ที่สาม แต่เป็นเหตุการณ์แรกของเด็กๆ ปันกับเอมิลงไปเรียนเทควันโด แต่ก่อนเข้าเรียน ปันกะเอมิชวนกันไปซื้อมาม่าหมูสับมาแบ่งกันกิน ปันเอาเงินลงไป 15 บาท ซื้อมาม่าเสร็จ เอมิทานได้คำเดียวก็เผ็ดมาก อยากดื่มน้ำ ทั้งสองคนเลยข้ามไปซื้อน้ำด้วยเงินที่เหลือ 5 บาท พอซื้อได้เรียบร้อยก็กลับมานั่งกินกันต่อ เอมิบอกว่า แม่รู้มั้ยเราต้องประหยัดกันมากเลย เพราะมันเผ็ด ต้องแบ่งกันกินน้ำ…ฟังแล้วก็แอบชื่นใจเนอะหลบๆซ่อนๆยังรักกัน 555

เอมี่นั่งฟังไปแบบคิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าเด็กๆที่บ้าน ป3 กับ อ3 จะมีความสัมพันธ์ที่ล้ำลึก และ ซับซ้อนกันขนาดนี้ เราคิดว่าตลอดว่าเราเลี้ยงใกล้ชิด และเราก็เตรียมช่องว่างให้เด็กๆ ได้มีอิสระในการคิด ในการทำสิ่งต่างๆ มากพอสมควร แต่ในวันที่เราได้รู้ ได้เห็นว่าเค้าใช้ช่องว่าง และ ความไว้ใจของเราได้เต็มศักยภาพ และ เติมเต็มความต้องการได้เต็มที่ เราก็ต้องกลับมามองตัวเองใหม่ ว่าอะไรที่มันตึงไป มันคงต้องหย่อนลงมั้ย…เริ่มสต๊อกมาม่า หมากฝรั่ง และ ขนมต้องห้ามไว้บ้างแล้ว ซื้อใจกันหน่อย

จริงๆ หลังจากที่เรานั่งคุยเรื่องความลับกัน เราก็เริ่มแลกเปลี่ยนอะไรกันเยอะขึ้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในปัจจุบัน นั่งอธิบายว่าโลกปัจจุบันนี้ไม่ได้สวยหรู คนใจดี และ คนใจร้ายมีเท่าๆกัน เรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนะกับลูก ที่เราคิดเสมอว่าเค้ายังเด็ก ยังไม่ทันรู้และเข้าใจ แต่ถึงเวลานี้รู้เลยค่ะ ว่าเค้าโตกว่าที่เราคิดมากค่ะ ลูกไปไว เราก็ต้องตามไปให้ทันค่ะ

ตอนนี้เอมี่ก็หวังว่าที่เราคุยกันเปิดใจให้กัน คงทำให้ช่วงว่างที่จะใส่ความลับเล็กๆ ของเด็กลดน้อยลง และเชื่อใจ และไว้ใจแม่มากขึ้น จริงๆ แล้วที่เค้าทำไปเพราะเราห้าม ไม่อยากให้เราดุ และ อยากให้เราเข้าใจ

แค่เข้าใจเท่านั้นค่ะ มาม่า หมากฝรั่ง ลูกอม เยลลี่ ถ้ามันไม่ได้หนักหนาก็จัดไปค่ะ…(ไหงจบงี้หละเนี่ย)
ยังมีอะไรอิกเยอะที่ลูกยังต้องลอง เอาเป็นว่าให้เค้ารู้ประโยชน์ และ โทษ และไว้ใจให้เค้าตัดสินใจชีวิตเค้าเอง เอมี่เชื่อว่า ความรักที่เรามีให้ ย่อมเป็นเกราะป้องกันเค้าได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งค่ะ

1445159842192

 

 

ทีเด็ดเคล็ดลับ ทอดไก่ ทอดปลาอย่างไรให้ไม่ติดกะทะ

สวัสดีค่า เจอกันอีกครั้งเมื่อมีประเด็นนะคะ วันนี้พึ่งทำไก่ทอดให้เด็กๆ ทานค่ะ หลายคนอยากรู้เคล็ดลับ ว่าทำอย่างไรไก่ถึงจะกรอบ เอมี่เลยคิดว่าน่าจะรวมปัญหาในการทอดปลาเข้ามาด้วยเลย หลายคนที่ทำอาหารเก่งๆ นี่ข้ามไปเลยนะคะ เพราะโพสต์นี้คงบอกเคล็ดลับที่รู้แล้วกันแน่ๆ แต่คุณแม่(ครัว) มือใหม่ๆ ที่ยังไม่ทราบ เอมี่ไปหารวมๆ มาจากที่เพื่อนๆ พี่ๆ เค้าทำกันมา และประสบการณ์ของตัวเองที่ลองผิดลองถูกมาสักพัก มาแชร์ข้อมูลกันค่ะ

เริ่มต้นกันที่ไก่ทอดเลยค่ะ แต่ก่อนก็ทอดไก่ทีไรไม่กรอบ ทอดไก่ที่ไรติดกะทะเหมือนกัน แถมบางทีข้างในยังมีเลือดไก่แดงๆ ทั้งๆที่เนื้อไก่สุกเรียบร้อยแล้วอีกต่างหาก หลังจากไปทานไก่ทอดที่ร้านอาหาร “ครัวคุณกร” ของพี่ชายมา ก็เลยแอบกระซิบทางเคล็ดลับที่ทอดไก่แล้วอร๊อย อร่อยมา หลังจากนั้นค่ะทอดไก่กันประจำ เรียกว่าเป็นเมนูโปรดของปันปันกับเอมิอีกเมนูเลยค่ะ

เคล็ดลับง่ายๆนะคะ ต้มไก่ก่อนทอดค่ะ เพื่อให้ข้างในสุกก่อน แล้วเอาไปหมักกะผงปรุงรสรอจนเย็น เอาเข้าตู้เย็นก็ได้นะคะ แล้วก็เอามาชุบแป้งทอดเลย เอมี่ชุบแห้งเลยนะคะ ไม่ได้ผสมน้ำ ไม่งั้นมันจะเป็นแป้งกรอบๆ แทนที่จะเป็นไก่กรอบๆแทนค่ะ

ส่วนการทอดปลา หลายคนทาเกลือที่ปลา แต่ที่เอมี่ลองแล้วเวิร์คคือ ล้างปลาก่อน ผึ้งให้แห้ง หรือเอาทิชชูซับจนแห้ง แล้วเอาแป้งโกกิค่ะ ทาบางๆให้ทั่วปลา อารมณ์ประแป้งบางๆ แล้วนำลงไปทอดที่กะทะที่ตั้งน้ำมันร้อนๆค่ะ ไฟไม่ต้องแรงมากนะคะ เด๋วหนังปลาจะไหม้ ทอดแล้วทิ้งไว้สักพัก ดูที่ขอบๆค่ะ ถ้าเหลืองๆแล้วค่อยพลิก ไม่ต้องพลิกบ่อยนะคะ เด๋วหนังจะติด ปลาจะเละอิก สูตรทาแป้ง(โกกิ หรือแป้งมัน)ก่อนทอดเนี่ย ส่วนตัวแล้วโอมากอ้ะ เพราะเคยลองเกลือแล้ว บางครั้งยังติดอยู่ค่ะ สูตรที่ทอดปลาทั้งตัวนี้ต้องน้ำมันเยอะนะคะ แต่ถ้าใครใช้นาบแซลมอน หรือ แถ้มปลาบุรีนี่ ใช้นาบกะทะเอา น้ำมันมะกอกน้อยๆได้อยู่ค่ะ แต่ต้องทาเกลือบนตัวปลานิดนะคะ จะได้ไม่ติด สูตรปลาบุรีย่างเกลือนี่เอาปลาแช่น้ำเกลือกันเลย ถ้ายังไงลองตามอ่านสูตรในบล๊อกได้ค่ะ

รูปรวมปลาทอด และ ไก่ทอด  ที่ประสบความสำเร็จจากเคล็ดลับข้างต้นค่ะ ออกตัวก่อนนะคะว่าไม่ใช่แม่ครัวมือฉมัง เป็นแค่แม่บ้านที่พยายามหาเมนูอาหารให้เด็กๆทานกันง่ายๆ แบบที่ไม่ต้องออกนอกบ้าน เมนูส่วนใหญ่เป็นต้ม ผัด แกง ทอด ที่สุดจะง่ายและไม่หวือหวาค่ะ ถ้าอย่างไรลองนำเคล็ดลับที่เอมี่ลองผิด ลองถูกมาหลายๆทีไปลองทำดูนะคะ หวังว่าจะสนุก และ สำเร็จ เช่นกันนะคะ

ชวนคุณแม่ล้างจมูกลูกรัก ด้วยน้ำเกลือ Klean&Kare

เริ่มเข้าหน้าหนาว อากาศเริ่มเปลี่ยนไปมาเดี๋ยวก็ร้อน เดี๋ยวก็หนาว และบางทีก็แอบมีฝนตกให้น่าตื่นเต้นได้อีกนะคะช่วงนี้เป็นช่วงที่แม่ๆ หลายคนค่อนข้างเป็นห่วงลูกมากกว่าปกติ เอมี่ก็เช่นกัน แถมช่วงนี้วันหยุดก็เยอะ แถมจะมีหยุดยาวด้วย จะให้ลูกอยู่บ้านเฉยๆก็คงไม่เข้าที หลายคนมีแผนเตรียมไว้แล้ว ว่าหยุดยาวแบบนี้จะไปไหน แต่ก่อนจะเตรียมแผนเที่ยว เรามาเตรียมตัวเด็กๆ ให้แข็งแรง ปราศจากเชื้อโรคกันก่อนดีกว่าเนอะ

วันนี้เอมี่มาแนะนำวิธีการล้างจมูกค่ะ หลายคนอาจไม่รู้จักว่าล้างจมูกทำไม หรือล้างไปเพื่ออะไร คลิปเอมี่มีคำตอบค่ะ

Klean and kare ค่ะ เป็นน้ำเกลือทำความสะอาด ที่ปราศจากเชื้อ ไม่ระคายเคือง เพราะผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงทำให้มั่นใจได้เลยว่า น้ำเกลือที่นำมาล้างจมูก สะอาด และ  ปลอดภัยสำหรับการล้างโพรงจมูก  ซึ้งนอกจากการล้างจมูกแล้วน้ำเกลือยังใช้ในการล้างแผล  การล้างคอนแทคเลนส์ก่อนใส่เข้าดวงตา และเช็ดทำความสะอาดบนผิวหน้าได้อีกด้วยค่ะ

ลองดูนะคะ ล้างจมูกไม่ยากเลยค่ะ เด็กๆก็ทำได้ ผู้ใหญ่ก็เช่นกันค่ะ เอมี่ขอให้หน้าหนาวนี้เต็มไปด้วยสุขภาพดีดี หายในโล่งๆ พร้อมสำหรับแผนการเที่ยวรับวันหยุดยาวๆที่จะมาถึงนะคะ

French toast with banana cream cheese roll

วันนี้ทำอาหารเช้าให้เด็กๆทานกันค่ะ เด็กที่บ้านบอกไม่อยากทานข้าว เลยจัดเมนูขนมปังให้ซะเลย เหลือบตาดูวัตถุดิบที่บ้าน เจอกล้วยหอม ขนมปัง และก็ครีมชีส เลยลองเอามารวมร่างกันดู สูตรต้นฉบับเค้าจะใช้สตอเบอรี่ ราสเบอรี่อ้ะนะ แต่เช้านี้มีกล้วย จัดกล้วยไปเร้ยยย…

วัตถุดิบ
ขนมปังโฮลวีท 8 แผ่น
ไข่ 2 ฟอง
นมจืด 3 ช้อนโต๊ะ
ครีมชีส เอมี่ใช้ light cream cheese ของฟิลาเดลเฟีย เพราะไขมันต่ำ และดีต่อสุขภาพ
เนยจืด
กล้วยหอม 2 ลูก
น้ำตาลทรายครึ่งถ้วย
Ground cinnamon 1 ช้อนชา

image

วิธีทำ
1. เอาแผ่นแป้งมารีดให้แบน ใครตะตัดขอบก็ตามสบาย แต่เอมี่ไม่ตัดขอบค่ะ
2. เอาครีมชีสมาทาให้ทั่วทั้งแผ่น
3. เอากล้วย หรือผลไม้ที่เตรียมไว้มาใส่ เราหั่นกล้วยเป็นเส้นๆสามเส้นยาว จะได้ม้วนง่ายๆ
4. ผสมไข่กะนมให้เข้ากันทิ้งไว้
5. เอาน้ำตาลทรายกะซินนามอนผสมกันไว้ที่จานที่จะใช้คลุก
6. ใส่เนยในกะทะเตรียมทอด
7. เอาขนมปังที่ม้วนไว้ชุบไข่ที่เตรียมไว้ให้ชุ่มๆ แล้วเอาลงทอดได้เลยจ้า พลิกไปมาพอเหลืองๆ
8. เอามาคลุกน้ำตาลผสมซินนามอนที่เตรียมไว้ได้เรยยยย

image

เสร็จแล้ว เมนูนี้มีทั้งแป้ง ไข่ ผลไม้ น้ำตาล ทานกะนมอุ่นๆ หรือกาแฟร้อนๆ สักแก้วนี่เด็ดมากกกก….