เอมิ ปัน ชวนเที่ยว The Animal Cafe

ไม่ได้มาเม้ามอยกันน๊าน นาน…วันเกิดพี่ปันรอบนี้ พี่ปัน กับเอมิรีเควสให้ไปทานอาหารเย็นกันที่ The Animal Cafe คาเฟ่์ที่รวมสัตว์น่ารักๆ ที่หายากไว้ให้เด็กๆ และผู้ใหญ่หัวใจรักสัตว์ไปร่วมเล่น และ ทักทายกันค่ะ

The Animal Cafe อยู่กลางซอยนราธิวาส 24 หรือ สาธุประดิษฐ์ 19 (เข้าได้สองทางกันไปเลย) ร้านอยู่ในซอยติดถนเลยค่ะ หาไม่ยาก มาจากทางนราธิวาสจะอยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้าจอดที่ Raffle Place ได้เลย ส่วนถ้ามาทางสาธุก็จะอยู่ทางซ้ายมือขับผ่านร้านก่อนแล้วค่อยไปจอดค่ะ จุดสังเกตที่เห็นชัดๆ คือ Max Value ค่ะ แถวนั้นเป็นย่านที่มีร้านอาหารอร่อยๆอยู่หลายร้านค่ะ ค่อยๆแวะชิมทีะร้าน วนไปค่ะ

วันนี้เราเดินจากคอนโดมา แป๊บเดียวก็ถึงหน้าร้านดูเล็กๆนะคะ แต่ป้ายใหญ่ชัดเจน ยังไงก็หาเจอค่ะ พอไปถึงทางพนักงานจะมาแจ้งค่าเข้าให้ก่อน โดยค่าเข้าผู้ใหญ่ 200 บาทต่อคน และ เด็กเล็ก 100 บาทค่ะ บ้านเราพี่ปันเพิ่ง 9 ขวบในวันที่ไปเค้านับเป็นผู้ใหญ่ค่ะ ส่วนเอมิคิดราคาเด็กเล็ก สนนราคาค่าเข้าของบ้านเรา 700 บาทค่ะ ซึ่งตัวค่าเข้านี้เปรียบเสมือนคูปองอาหารค่ะ เข้าไปสั่งอาหาร ขนม เครื่องดื่มได้เลย ไม่ต้องห่วงนะคะยังไงก็ใช้หมด บ้านเราใช้ไม่พออีกต่างหาก

wp-1472542822825.jpg

เราเดินเข้าไปชั้นหนึ่งจะเป็นโซนที่มีนกฮูกอยู่ 2 ตัวค่ะ เราเดินเลยไปก่อน กะว่าขากลับค่อยแวะทักทาย เพราะตอนนี้ใจเด็กนี่ลอยไปหาแมวคาราเคาร์ แมวยอดฮิตที่เป็นตัวเอกของที่นี่ กับ เฟนเนกซ์ฟอกซ์ที่อยู่ด้านบนกันแล้ว เราเดินขึ้นไปถึงด้านบน แอร์กำลังเย็นสบายค่ะ แต่ที่นั่งที่เราได้ติดกระจก น้องพนักงานเลยเร่งแอร์ให้ แต่สุดท้ายเราก็ย้ายมานั่งหน้าแอร์ซะเลย อากาศด้านบนสะอาดสบาย ไม่มีกลิ่นรบกวนอะไร ไปถึงปุ๊บเด็กๆก็แยกย้ายเข้าฐานสัตว์
เอ่อมมมม ประหนึ่งมาทัศนศึกษา ส่วนแม่กับป๊าก็จัดการสั่งอาหารค่ะ ราคาก็กลางๆนะคะ พาสต้าอยู่ที่ 200 ปลายๆ ส่วนเสต๊กก็ 300 กว่าๆ เราสั่งพาสต้า กับ เสต๊กมาอย่างละที่ และก็น้ำดื่มก่อนในช่วงแรก

wp-1472543061070.jpg

ตามคาดค่ะ อาหารมา ลูกไม่มา ยังคงกอดจูบลูบคลำสัตว์น้อยทั้งหลายด้วยความสุข แม่กับป๊าต้องเรียกให้มาทานให้เรียบร้อยก่อน และกว่าจะมาต้องร่ำลาแต่ละตัวให้ครบก่อน อ้ะนะ เค้ารักของเค้า ยิ่งพึ่งทำความรู้จักกันด้วย ต้องเต็มที่หน่อย ทานอาหารกันแค่พออิ่ม ทานไปก็บอกว่าอร่อยๆ แต่ก็รีบเหลือเกินรีบไปเล่นต่อ ดีนะที่เรากั๊กขนมไว้ก๊อกสอง พอเล่นจนหิวใหม่ก็มาสั่งต่ออิกรอบ แต่รอบนี้ลืมถ่ายรูปอ้ะ สั่ง Waffle ice cream มาค่ะ ก็จ่ายเพิ่มไปอิก 200 ต้นๆ นะ ถ้าจำไม่ผิด

วันที่เราไปมีคนทยอยมาเรื่อยๆ ค่ะ แล้วก็ทยอยกลับเรื่อยๆ โดยที่เราก็ยังอยู่ พนักงานก็ใจดีค่ะ ดูแลและให้ข้อมูลดีมากๆ ปันปันนี่เหมือนไปเทรนเป็นพนักงานฝึกหัดเลยทีเดียว ถาม-ตอบกับพี่เค้ากันแฮปปี้ คาดว่าปกติคนอื่นคงแค่มาดู ถ่ายรูปแล้วกลับไป แต่ปันกะมินี่ถามซะอยั่งกับจะมาสมัครงานเตรียมสัมภาษณ์

wp-1472543249699.jpg

ตัวนี้เลยสุดที่รักของพี่ปัน ขออยู่แต่ในห้องนี้ มีความสุขกับแมวมาก แหย่ไป เล่นไป แมวเลียหน้าปันก็ยังเฉยๆเลย คือแม่แอบกลัวนะ เห็นตัวใหญ่เท้ายังกะเสือตัวเล็กๆอ้ะ ตัวที่ปันอุ้มถ้าจำไม่ผิดชื่อเบค่อนนะคะ ปันชอบมากๆ ส่วนเอมิจะอยู่กับเมาคลีที่เป็น Fennex fox และก็เล่นกัน นิชคุณที่เป้นแรคคูณมากกว่า ส่วนแม่กะป๊า สังเกตุการณ์อยู่รอบๆ ค่ะ ไม่อยากเข้าไปวุ่นมาก ที่ไม่ใหญ่มากแต่เค้าดูแลดีนะ สะอาดทีเดียว

wp-1472542911594.jpg

นอกจาก Fennex fox และ Curacao cat แล้วก็ยังมี Chinchilla ด้วย เค้าว่ากันว่าเป้นสัตว์ที่ขนนิ่มมาก ไปลูบๆ คลำๆมาแล้วก็นุ่มละเอียดจริงๆค่ะ แต่ตัวนี่ไม่ออกมาเล่นนะคะอยู่ในกรง ต้องให้พนักงานเปิดให้ค่ะ นอกนั้นก็จะเป้นแมวน่ารักๆ มีทั้งแมวขาสั้น เค้าเรียกอะไรนะ ลืมไปแระ กับ อเมริกันช๊อตแฮร่น่ารักๆ อิก 2-3 ตัว กอดได้ ลูบได้ค่ะ

ส่วนตัวที่เอมี่ทนไม่ไหว ต้องขอลองบ้างก็นิชคุณนี่หละ เพาะมันดูกวนมากๆอ้ะ ทำท่าจะกัดมั่ง ไม่กัดมั่ง แต่จริงๆ คือง่วง พอได้นอนสักพักก็อารมณ์ดี ใครมีหนมเป็นได้เจอ เกาะไหล่กินแบบไม่สน คือถ้ายืนบนหัวได้คงทำแระอ้ะ และพอเอาขนมต่อไปที่อื่น ก็เดินไปจากเราได้แบบไม่แคร์ เรื่องนี้คือ อาหารล้วนๆ ไม่มีอาลัยอาวรณ์แต่อย่างได้ ชอบๆ จริงใจดี พอเอมิจะมาลองมั่ง ไม่ไหวอ้ะหนักเกิน เอมิทรุดเลย แม่เลยมีรูปสวยๆคนเดียว ก่อนนิชคุณจะจากไปเพราะขนมหมด 5555

 

wp-1472544095059.jpg

หลังจากที่เราอยู่ที่ร้านไปร่วมๆสามชั่วโมง คนส่วนใหญ่ที่มาพร้อมกับเราเค้าทยอยกลับกันหมด เราเลยกลับบ้างแต่ติดฝนพอดี๊ เราเลยอยู่เล่นกับนกฮูกด้านล่างอีกพักใหญ่จนฝนซา ที่นี่มี Prop Harry potter ให้ใส่ถ่ายรูปด้วยอ้ะ แล้วพี่ปันจะรออะไร ใส่สิค่ะ มีแว่น มีไม้ มีชุดจัดไป ส่วนเอมิโอนี่ไม่มีชุดค่ะ นางก็เนียนๆ เอาแว่นกลมมาใส่ น่ารักเชียว ตรงโซนนี้ไม่ใหญ่นะคะ เป้นห้องที่เข้าไปได้สัก 4 คนก็เต็มแล้ว เราเข้าได้แป๊บนึกก็แบ่งให้คนถัดไปได้เข้าบ้าง จริงๆ แล้วมีนกฮูกสีขาวตัวตัวอิกตัว รู้สึกจะชื่อ เฮ็ดวิก แต่ไม่มีรูปอ้ะ มัวแต่วุ่นวายกันเป็นแฮรี่กันอยู่

อ้อ นกฮูกตัวนี้ก็ชื่อแฮรี่ด้วยนะwp-1472544388626.jpg

จบกิจกรรมวันเกิดของพี่ปันไปด้วยความสุขค่ะ พี่ปันถึงกับพูดว่ามันสนุกจัง มีความสุขจังเลย ขอบคุณมากๆนะครับแม่กับป๊า แหม๊…ความสุขของลูก ก็เหมือนความสุขของป๊ากับแม่นะคับ สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งครับปันปัน

 

 

NZ trip ; North island explorer

“แม่ แม่ เช้าแล้วค่า”
เสียงแจ๋วๆ ปลุกแต่เช้า ว่าแต่เมื่อคืนเอมิไปนอนข้างบนกับพี่ปันนี่นา ทำไมตื่นเข้ามา ถึงมาอยู่บนแขนแม่หละเนี่ย…
ว่าแต่ต้องรีบโทรไปที่ Onroad assistant แต่เช้าเพื่อนัดแนะกันเรื่องเช็ครถนี่นาว่าทำไมไฟไม่เข้า สมองฝั่งภาษาอังกฤษยังไม่ค่อยทำงานเท่าไหร่เลย เคาะสมองเท่าอายุ(ลูก) แล้วก็รีบโทรไปนัดช่าง เห็นว่าจะขับรถมาหาเราหนิ หลังจากคุยกัน เราก็บอกว่าเรามีแพลนวันนี้จะไปแถว Rotorua และเข้าพักที่ Waikite Valley ทางศูนย์เลยให้เบอร์ช่างไว้แล้ว พอเราถึงให้โทรหาช่างอีกครั้ง เราเลยขับยาวเข้าที่พักเลย เพราะกะว่าเดี๋ยวค่อยออกมาเที่ยวต่ออีกที วันนี้คือทำใจแล้วว่าคงเก็บไม่หมด

nz

แผนการเที่ยววันนี้ของเรา ที่ตั้งใจไว้

ว่าแล้วเราก็เลยเก็บของ เก็บรถแล้วขับไปที่ Waikite valley เลยเพราะกะว่าจะได้ให้เค้าเช็คกับที่ที่มี Powersite ไปเลยว่าไฟเข้าไม่เข้า เราขับรถไปถึงที่ Campsite ประมาณเกือบเที่ยง เอมี่ก็โทรหาช่าง แต่ดั้นปรากฏว่า ตรงที่พักไม่มีสัญญาณ Spark เอมี่เลยเดินไปขอที่พักโทรศัพท์ พอหลังจากโทรคุยเสร็จสรุปว่าเราต้องขับไปที่อู่เข้าที่อยู่ในเมือง เพราะที่พักเราห่างจากที่อู่ประมาณ 1 ชั่วโมง เอากับเค้าสิ…ว่าแล้วเราก็ขับออกมาซ่อมจากที่อยู่ที่เค้าให้มา เรียกว่า พิมพ์ที่อยู่ไปใน GPS หลังจากนั้นเราก็ไปปรากฎตัวหน้าอู่ได้แบบง่ายได้ค่ะ ไม่มีหลง หรือต้องแวะถามเลย พอไปถึงที่อู่ ลุงเจ้าของก็เช็คสาย เช็คขั้ว และเช็คประตูข้างที่อยู่ดีดีก็เปิดไม่ได้ให้

“ไฟเข้ามั้ย ดูที่ไมโครเวฟ มีไฟขึ้นรึยัง” เสียงช่างตะโกนขึ้นมา และแล้วเราก็เห็นว่ามีนาฬิกาที่ไมโครเวฟขึ้นเรียบร้อย และประตูข้างก็เปิดไปแบบง่ายดายประหนึ่งต้องมนต์ เราขอบคุณช่างกันใหญ่ ช่างบอก ไม่ได้ทำอะไรเลย รถไม่ได้เป็นอะไร ที่ไฟไม่เข้า เพราะเราดันขั้วไปไม่สุด เพราะเค้าพึ่งเปลี่ยนขั้วที่ติดรถใหม่ มันเลยแน่นดันไม่เข้า!! อิอิ มาเที่ยวนี่เนอะ ต้องมีประสบการณ์กลับไปบ้างสิ ว่าแล้วเราก็เลยไปเที่ยวที่ Rainbow Spring กันต่อ โชคดีที่ไม่ไกลกันเท่าไหร่กับที่เราไปเช็ครถ

20160408_143023.jpg

ที่นี่เป็นสวนสัตว์ขนาดเล็ก เพราะจะว่าไปที่นิวซีแลนด์ก็ไม่ได้มีสัตวืใหญ่ หรือสัตว์ผู้ล่า ที่นี่จะมีนก และ สตัว์เลื้อยคลานซะส่วนใหญ่ ถ้าเด็กๆ ไม่ได้สนใจนก หรือ สัตว์เลื้อยคลานเป้นพิเศษนี่อนุญาตให้ข้ามไปได้นะคะ ค่าเข้าที่นี่ครอบครัวละ 99 NZ ประมาณ 2500 บาท สำหรับปันปันกับเอมินี่ชอบสวนสัตว์เป้นพิเศษ ปกติทุกทริปที่ไปต่างปะรเทศจะต้องแวะทุกครั้งเท่าที่เป้นไปได้ วันนี้เด็กๆ อยากมาดูนกกีวีตัวเป็นๆ กัน เราก็จัดให้ค่ะ

สวนสัตว์ที่นี่ไม่ใหญ่มากค่ะ เดินแป๊บเดียวก็วนรอบแล้ว นอกจากนกกีวีแล้ว ที่นี่ยังมี Gray parrot นกแก้วที่ขึ้นชื่อว่าฉลาดที่สุดในโลกด้วยนะคะ เราไปคุยกับเค้ากันหลายรอบ พอเราเดินออกจากกรงเค้าก็จะเลียนเสียงเรา พอเราไปคุย เค้าก็เงียบฟัง น่ารักดีอ้ะ ส่วนน้ำที่เห็นเอมิอ้าปากดื่มนั่นเป็นน้ำแร่ค่ะ ใส สะอาดบริสุทธิ ดื่ม เติมกันได้ตามสบ๊ายยย เด็กชอบสิ ได้เล่นแบบนี้ เปียกกันไปทั้งหน้าเลย

page1

นอกจากสวนสัตว์แล้วเค้าจะมีเครื่องเล่น ฺBig Splash ไว้ให้เล่นฟรี กี่รอบก็ได้ คล้ายๆ ล่องแก่งบ้านเราค่ะ วันที่เราไปค่อนข้างเย็นแล้วไม่ค่อยมีเด็กเล่นเท่าไหร่ ก็เลยเล่นวนตามใจไม่ต้องออกจากตัวเครื่องเลย

page

พอเล่นเสร็จก็มาที่สนามเด็กเล่นค่ะ ที่นั่นสนามกว้าง มีของให้เด็กๆ เล่นกันเพลินเลย เราอยู่สักพักก็นึกขึ้นมาได้ว่า ที่พักที่เราจองไว้ มีที่ให้แช่ hot pool นี่นา รีบเลยค่ะ รีบกลับไปแช่ อากาศตอนนั้นหนาวประมาณ 15-17 องศาค่ะ กลางคืนก็จะเลขตัวเดียว เลยคิดว่าไปแช่น้ำพุร้อนก่อนนอนกันท่าจะดี ซาวน์เสียงเรียบร้อยก็ออกเดินทางกันเลย เบาๆ ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงที่พักแล้ว

page2

แผนวันนี้เราเลยต้องยกเลิก Treewalk ไปเพราะเวลาไม่พอ เสียดายอยู่นะคะ เพราะจะได้พาเด็กๆ ไปดูต้นไม้ใหญ่ เดินไปบนสะพานเชือกด้วย แต่ดูจากแผนเราที่ขับรถไปมาวันนี้ ก็คิดว่าเก็บแรงไว้พรุ่งนี้ดีกว่า

page2.jpg

ที่พักที่เราพักค่ะ มีบ่อให้แช่เยอะมาก น้ำอุ่นประมาณ 35-40 องศา ในรูปนี่เอมี่ถ่ายตอนเช้าแล้ว มีทางเดินไปดู Te Mararoa Spring ด้วย

หลังจากแช่น้ำกันให้สบายตัว เราก็มาทานอาหารเย็นกัน วันนี้เชฟป่ะป๊าจัดมาม่าต้มยำกุ้งให้เด็กๆทานกันเลย จะได้อบอุ่นร่างกายกันก่อนนอน เรียกว่าอยู่ง่ายกินง่ายมากๆทริปนี้ ปรุงเองทานเองกันในรถนี่หละค่ะ แล้ววันนี้เราก็มีผลไม้มาแจมด้วย ซึ่งก็คือองุ่นเขียวไร้เมล็ด กับ ฟิโจว่า ซึ่งอยากบอกว่า มันดีงามมาก ใครไปอย่าลืมซื้อนะ อร่อยอ้ะ เหมือนฝรั่งผสมสัปปะรถ เด็กๆ ชอบมาก ตัดทานแบบกีวีได้เลยเลิศเลอค่ะ

ต่อกันเลย วันที่สี่ในเกาะเหนือ วันนี้ในแผนเราคือไป Wai-O-Tapu สถานที่ที่ถูกจัดเป็น “One of the 20 Most SURREAL Places in the World” ที่นี่เราจะไปดูน้ำพุร้อน ภูเขาไฟเก่า รวมไปถึงถ้ำที่มีแก๊สซัลเฟอร์พุ่งออกมาเป็นช่วงๆ เรียกว่า ธรรมชาติที่นี่น่าอัศจรรย์จริงๆ ต่อด้วยไปตกกุ้งที่ Huka Prawn Park ตามด้วยดูน้ำตกซู่ซ่าที่ Huka Falls แล้วไปนอนที่อุทยานทองการิโร เรียกว่าวันนี้ ขับกันที่ 160 โลเบาๆ

nz1

ตอนแรกที่มาเมืองนี้ Rotorua คิดว่าเด็กๆ คงต้องเหม็นกลิ่นซัลเฟอร์แน่ๆ ที่ไหนได้ เดินกันอึด และอดทนมากๆ โดยเฉพาะที่ Wai O Tapu เรียกว่า เรื่องเที่ยวดูธรรมชาติประหลาดๆ นี่ขอให้บอก เราให้เวลาที่นี่ตั้งแต่เช้าเลยค่ะ และเอมี่ก็ปล่อยไก่ตัวโตมากๆ อีกเช่นเคย วันนี้แผนเราคือจะไปดู  Lady Knox Geyser ตอน 10.15 น. เราไปถึง Wai-o-Tapu ตั้งแต่ 0945 น. กะว่าสบาย เดินยังไงก็ทัน ตอนซื้อตั๋วก็ไม่ฟังพนักงานที่บอกว่า ถ้าออกไป ให้มาปั๊มแขนตรงนี้ แล้วค่อยกลับมาดูต่อนะ ก็ยังคิดว่า จะออกไปไหนหละ ก็กะจะมาอยู่ที่นี่นี่หละทั้งวัน….

nz2

เราเดินชมธรรมชาติกันอย่างมีความสุขอ้ะ เดินไปเพลินๆ อ้าว ใกล้เวลาดู Lady Knox Geyser แต่ไม่เป็นไรคงไม่ไกลมากเนอะ ถ่ายรูปกันก่อนลูก ยิ้มมมมม เดินตามแผนที่ไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่เอะใจนะ ว่าทำไมไม่มีคำว่า Lagy Knox ในแผนที่หละเนี่ย ก็ยังเดินหาคำว่า Geyser เดินเก็บจนครบทุก Geyse ก็ยังไม่เจอ

nz3

nz4

ระหว่างที่เดินวนหา Lady Knox Geyser อยู่นั้น เราก็ งง ว่าทำไมทุกคนวนไปออกทางออกกันน๊อ ยังไปสงสัยเค้าอีกนะว่าคงรีบมารีบกลับ พอเดินวนหาสักพัก เอ…แปลกๆนะ เปิด Google map หาซะเลย ว่า Lady Knox Geyser นี่มันอยู่ตรงไหนกันแน่…

“เอ๊าาาาาา….พวกเรา Lady Knox Geyser ต้องขับรถไป วิ่งงงงงงง”
สิ้นเสียงประกาศใสๆจากแม่ ทั้งลูกและพ่อหันมามองหน้า แล้ว….ส่ายหัว เอาอีกแร้ววว แม่ตรู แต่ก็วิ่งนะ วิ่งปรู้ดเลย ป๊าน้องนี่ขับรถอย่างไว ไปถึงนี่ที่จอดรถแน่นแล้วอ่ะ แต่ป๊าก็สามารถพารถเมล์ เอ๊ย รถบ้านเข้าจอด แล้วก็รีบวิ่งกันต่อ (ช่วงนี้ไม่มีเวลาหันมาบ่นแม่กันแล้วเพราะเหนื่อยมาก 555 )

ไปถึงคนนั่งรอเพียบ แต่เค้ายังไม่เริ่ม โชคดีนะเนี่ย ถ้ารู้เร็ว มาเร็วนี่ต้องรอนานเหอะ…แม่นี่เยี่ยมจริงๆ ว่าแล้วทั้งปัน และป๊า และมิก็ไปนั่งกันข้างหน้า ปล่อยแม่นั่งหอบอยู่ด้านหลังเพียงลำพังท่ามกลางประชาชนนานาชาติ…

และแล้วก็ถึงการโชว์ เค้าแสดงให้เห้นว่าด้านใต้พื้นที่เหมือนจอมปลวกตรงนี้ยังมีพลังงานอยู่นะ พอเค้าใส่สารกระตุ้นเข้าไปมันจะทำปฏิกิริยาให้พุ่งเหมือนน้ำพุร้อน ให้เห้นว่าใต้พื้นโลกยังไม่ได้นิ่งสนิท ว่าแล้วสักพักน้ำก็พุ่งขึ้นมาสูงหลายเมตรเลย พร้อมมีฟองด้วยอ่ะ คนแถวหน้านี่ก็โดนละอองกันไปเต็มๆ ส่วนคนนั่งหลังอย่างเรา รอดสิค่ะ อิอิ

nz5

จบจากดู Lady Knox Geyser เราก็กลับไปเดินที่ Wai-O-Tapu ต่อค่ะ ยังมีอีกหลายด่านมากๆในวันนี้ที่ต้องเดินดู เด็กๆ ก็อึดก็ทนสุดๆ อยากบอกว่าที่นี่แนะนำเลยค่ะ เดินเที่ยวได้เพลิน และเด็กๆ ได้รู้เรื่องของธรณีวิทยาเพิ่มมาเยอะเลย รับรองว่าจำได้แต่ว่าซัลเฟอร์จะมีสีเหลือง 55555

เด๋วตอนหน้าเอมี่จะมาต่อ ทริปตกกุ้งที่ Huka prawn park กับ Huka falls ซึ่งจะเป็นช่วงบ่ายของวันนี้นะคะ วันนี้ขอตัวไปทำรูปต่อก่อน รูปเยอะมาก ดูแล้วอยากจะแวบร่างกลับไปนิวซีแลนด์เลยจริงๆค่ะ

 

Day2 NZ trip – Campervan begins

และแล้วก็ถึงวันที่เรารอคอยกัน…วันนี้เราจะรับรถกันแล้ว ตามที่เราจองไว้กับ Detournz เอเย่นต์ที่นี่ เค้าส่งลิ้งค์มาให้เรากรอกเอกสารก่อนไปรับล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนไป เพื่อลดเวลาในการรับรถ วันนี้เราเช็คเอ้าท์จาก Ibis กันแต่เช้า เพราะจะมี Shutter service ของ Britz มารับที่โรงแรมไปที่รับรถทุกๆ 30 นาที เด็กๆพร้อมมาก ผู้ใหญ่ยิ่งกว่าพร้อมค่ะ เพราะนี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของครอบครัว และ ของทุกคนในการรับรถบ้าน

20160407_084054.jpg

เตรียมออกเดินทางไปรับรถแล้วค่า หน้าตาสดใสทุกคน

รถมาแล้วขนกระเป๋าขึ้นบัสกันเรียบร้อย เราไปถึงเก้าโมงเกือบครึ่ง คนมารับรถยังไม่เยอะ พอแจ้งเจ้าหน้าที่ไป เค้าจะให้ Tablet มาพิมพ์ข็อมูลเพิ่ม และให้เซ็นต์ชื่อลงในนั้น ของเอมี่ที่จองไว้คือขับสองคน เค้าก็เติมชื่อคนขับเพิ่มให้ พิมพ์เอกสารเรียบร้อยก็ก๊อปปี้ให้เราชุดนึง พร้อมให้เอกสารรายละเอียดการขับรถในนิวซีแลนด์มาให้ ซึ่งมีภาษาไทยด้วยนะคะ อ่านสบ๊ายค่ะ

 

เอกสารที่ได้จากที่ Britz จะเป็นประมาณนี้ค่ะ ที่นี้สิ่งที่เราต้องจำตลอดการใช้รถคือเลขที่เอมี่วงไว้ ซึ่งก็คือเลขทะเบียนรถเรานั่นเอง ที่นั่นจะเรียกว่า Registered no. ของเอมี่คือ GBL530 ค่ะ ไปจอดแคมป์ไซต์ไหน เค้าจะถามหมด ยกเว้นจอดแบบไม่เสียตังค์นะ Freedom campsite เนี่ยไม่ถาม นอกจากนี้เวลารถมีปัญหา เวลาโทรเข้า on road assistant เค้าก็จะถามเบอร์นี้ก่อนจะถามชื่อเราซะอีกนะคะ รถที่เราจองมาคือ Britz Outbounder ถ้าใครอ่านตอนก่อนหน้า จะทราบว่า เราเสปครถไว้ที่ เกียร์ออโต้เป็นหลัก ทางเลือกเราเลยไม่มาก นอกจาก Britz รุ่นนี้แล้วก็จะเป็น Jucy ซึ่งราคาแพงกว่าตกวันละพันกว่าบาท

2016-05-11-14.07.01.jpg.jpg

มาถึงตอนชำระเงิน ค่ารถที่เราชำระล่วงหน้ามาเรียบร้อยค่า วันนี้เรามาจ่ายเพิ่มค่า Queenstown Location Fee อิก 195 NZD เพราะเรารับรถที่ Auckland คืนรถที่ Queenstown เลยมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ที่ต้องมาชำระเพิ่มที่นี่ และอีกรายการที่เราแจ้งขอชำระเพิ่มคือ Express Return Pack อิก 250 NZD ตัวแพคที่เพิ่มมานี้จะทำให้เราไม่ต้องเสียค่า Diesel charge ซึ่งปกติจะชาร์ตตามระยะทางที่วิ่ง ซึ่งสำหรับคนที่วิ่งเกิน 3000 กม ตัวนี้คุ้มค่ะ เพราะเราจะไม่ต้องเติมน้ำมันเต็มถังก่อนคืน ไม่ต้องเติมแก๊ส และไม่ต้องเท dump ก่อนคืนรถ รอบนี้เราวิ่งไป 3400 กม ค่ะ เรียกว่าตอนคืนรถนี่เอากุญแจคืนก็จบแล้ว ไม่ต้องรอเค้าตรวจอะไรเลย

ได่รับรถเรียบร้อย ก็เข้าไปสำรวจกันหน่อย เจ้าหน้าที่ลืมให้ Booster มาสองตัว ต้องเดินกลับไปเอามาอีก รอบนี้เอมี่ได้รถ พร้อม Wifi ในรถ 1GB ,Picnic chair + Table, Movable heater และที่เซอร์ไพรซ์กว่านั้นคือ รถมี Gas heater, TV, CD มาให้เพิ่ม จากเดิมใน spec ไม่มี เรียกว่าโอเคกันสเปคนะคะ แต่รถดูจากภายนอก ค่อนข้างเก่าค่ะ ไม่ใหม่กิ๊งได้ใจแบบที่หลายๆ คนได้กัน เอานะ เท่าที่ดูสะอาด กว้างดี เด็กๆ ชอบก็พอค่ะ

ลองขับ ลองนั่งกันแล้ว ดี๊ด๊า น่าดู คนจองก็ดีใจอ้ะ

เอาหละค่ะ ที่นี่มาดูด้านในกันหน่อยก่อนออกเดินทางไปต่อนะคะ กระซิบนิดว่าวันนี้เราไปแบบกระดึ๊บทัวร์ เพื่อปรับโหมดให้ทั้งปะป๊าคนขับ ที่หลังจากนี้จะครอบครองตำแหน่งยาวไปอีก 13 วัน และ ปรับเวลาให้เด็กน้อย และแม่ เราเลยมีเป้าหมายที่ Waitomo ที่เดียวค่ะ

รูปนี้มองจากหน้ารถไปหลังรถนะคะ เป็นโซฟานั่งทานข้าว ที่ปรับเป็นที่นอนตอนกลางคืนค่ะ รูปถัดเป็นเราถ่ายกลับจากทางโซฟา ก็จะเห็นครัว มีเตาไฟฟ้า 4 หัว เตาอบแบบแก๊สด้านล่าง ตู้ใส่อุปกรณ์ครัว จาน ชาม ช้อน ส้อม มีด หม้อ เรียกว่าครบ แก้วไวน์ แก้วกาแฟ แก้วน้ำ เครื่องกรองน้ำ เรียกว่า อยู่ยาวกันเรย ส่วนบันไดที่เห็นนี่คือที่นอนกว้างใต้หลังคา  เราสลับกันนอนครบทุกตำแหน่ง ส่วนตัวชอบใต้หลังคาค่ะ กว้าง ไม่หนาวด้วย ชอบๆ

มุมต่อมามองเอียงมาทางขวา จะมีตู้เย็น ทีวี ดีวีดี ถ้าเอามานี่เสียดูที่ทีวีสบ๊ายยย แต่เอามามั้ย…ม่ายยย และก็มีไมโครเวฟ วิทยุ ช่องใส่ของ ส่วนกระจกที่เอมี่ถ่ายมาให้เห็นคือ ประตูห้องน้ำ กระจกอันนี้ดีมาก ถ่ายแล้วผอม แทบอยากจะยกกลับบ้านอ้ะ เพรียวเกิ้นนน

ห้องน้ำมาแล้ว ขนาดพอดีตัว ด้านซ้ายเป็นชักโครก ด้านขวาเป็นฝักบัว และอ่างล้างหน้าค่ะ ประมาณห้องน้ำในเครื่องบินนะคะ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป

ปุ่มทั้งหลาย อ่านง่าย มีภาษาอังกฤษกำกับตลอด

ถังแก๊ส ตู้เย็นจุได้สัก 2-3 วัน ที่ปิ้งขนมปัง กาต้มน้ำ

เอาหละค่ะ ดูภายในรถกันเรียบร้อย วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเยือน ถ้ำหนอนเรืองแสงงงงงงงงง (โปรดทำเสียงสะท้อน) เนื่องจากจะเข้าถ้ำ และได้ดูรายการเยี่ยมชมถ้ำนี้กันไว้เรียบร้อย ทุกคนมุ่งมั่นในการไปดูมาก แต่ก่อนจะไป เราก็ต้องหาซื้อเสบียงก่อน เราเลยแวะซูเปอร์ และไปเดินตลาดในเมืองหาเสบียงกรังกันก่อน เราได้ Chick & Chip แสนอร่อยมาทานกันบนรถ และก็ผัก ผลไม้มาประมาณนึง

ผัก ผลไม้ หอย เนื่อสัตว์ทุกอย่างไซส์ดับเบิ้ลจากบ้านเรา แต่ราคาไม่ต่างกันบ้านเรา ถ้าเทียบต่อหน่วยนะ โอว แม่เจ้า ช่างอุดม…

วันนี้เราจะเข้า Campsite วันแรก Camp นี่เราจองล่วงหน้ามาจากประเทศไทย เราเลยไม่ต้องกังวล ขับมาปุ๊บ แวะแจ้งรีเซฟชั่นปั๊บ ก็ได้ที่จอดปึ๊บบบบ Campsite แรกของเราคือ Waitomo top 10 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ Waitomo reservation หรือ I site นี่หละค่ะ มาถึงเราเข้าที่จอด เด็กๆสองคนวิ่งต์๋อมาที่สนามเด็กเล่นก่อนเลย ชีวิตช่างสุขสันต์

ระหว่างทางขับไป วันนี้เราจัดเบาะๆ ให้พลขับของเราเพียงแค่ 181 km เท่านั้น ระยะเวลาตาม Google 2.19 ชม แต่เอาจริงๆนี่ 3 ชม นิดๆนะคะเนี่ย11.jpg

เดินทางไปถึงจอดรถเรียบร้อย ส่งเด็กไปปลดปล่อยพลังวัตรในร่างที่สนามเด็กเล่น ส่วนเราก็ไปปล่อยพลังลมในห้องน้ำ 5555 ไปแอบถ่ายรูปมาด้วยนะ จริงๆ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และครัวที่แคมป์ไซต์ที่จะไม่ต่างกันค่ะ แต่ห้องอาบน้ำ เครือ Top10 จะให้น้ำอุ่นแค่ 10 นาที ถ้าเครื่อง Top20 คงได้ 20 นาที แต่….ไม่มีนะเครือ Top 20 หนะ ล้อเล่น ฮาาาา

ตรงนี้ของลูก…

 

ฝั่งนี้ของแม่

ปลดปล่อยพลังกันเรียบร้อย เราก็เดินไปถามรีเซฟชั่นที่แคมป์ว่า ไป Waitomo ยังไง นางตอบว่าขับรถไปค่า… 5 นาที เราก็อ้ะ ขับก็ขับ ว่าแต่ตอนขับมาเห็นแวบๆ ว่ามันใกล้นี่นา..แต่เราต้องเชื่อเจ้าที่ เอ๊ยยย เจ้าถิ่นสิ ว่าแล้วก็ถอยรถยาวเกือบ 7 ม.ออกค่า พึ่งขับวันแรกก็ให้ป๊าจัดทั้งถอยหน้า ถอยหลังกันเลย ขับออกมา เปิด GPS วนไปวนมา เฮ้ยยยย ที่ซื้อตั๋วอ้ะ อยู่ตรงข้ามที่พัก แล้วพอซื้อตั๋วแล้ว ก็เดินไปจากตรงนั้น…ค่ะ ซึ้ง

อ้อ ข้อดีของการแจ้งขับรถเพิ่มสองคน ที่ Waitomo เค้าให้คนขับเข้าฟรี บ้านเราเลยเข้าฟรีทั้งคู่เลย แต่เด็กเสียเงิน ถูกลงไปพอควรเลย อิอิ เราขับรถจากที่ซื้อตั๋วไปอิกนิด…ย้ำนิดเดียวจริง ไปถึงก็เป็นรอบสุดท้าของวันพอดี คนไม่มากในตอนแรก…พอใกล้เวลา ไม่รู้มาจากไหนกันพรึบ…ทัวร์จีนกรุ๊ปก็มี แต่ดีที่เค้าแยกไป ไม่รวมกับทัวร์สัญจรแบบเรา ระหว่างทางเดินเข้าไปจะต้องผ่านกินงอก หินย้อย และจะมีเจ้าหน้าที่อธิบายตลอดทาง และเวลาที่จะเรียกให้ทุกคนเข้ามาฟัง คำขึ้นต้นจะเป็นคำว่า Folks ทุกครั่ง เป้นภาษาถิ่นของเมารีนะ เค้าเล่าเรื่องคนที่ค้นพบถ้ำ เป็นคนขาว กะชาวเผ่าเมารี ร่วมกันเจอ Wai Tomo แปลว่า ถ้ำน้ำ ก็คือถ้าที่เข้าไปมีน้ำนี่หละ ระยะทางเดิน+นั่งเรือดูถ้ำไม่นาน ประมาณ 60 นาทีเท่านั้น ระหว่างทางก็แวะอธิบายประวัติหินงอก หินย้อย เป็นช่วงๆ ไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ แต่ตอนลงเรือนี่สิ ต้องเงียบ ต้องมืด ต้องมีมารยาท….

แต่ที่เราเจอ เป็นหนุ่มสาวชาวจีน นั่งข้างพี่น้อง เค้าชื่นชมหนอนเรืองแสงด้วยเสียง โอ้วววว บัตเตอร์ฟลาย โอวววว บิวตี้ฟูล คือบับบบบ…เมิงมาจีบกันในถ้ำมืดๆ แถมแอบถ่ายรูป เปิดจอกล้องด้วยเนี่ยนะ(ขออนุญาติบรรยายแบบจิตใต้สำนึกเล็กน้อย)พี่น้องหันไปบอกให้เค้าหยุดพูดได้แล้ว มันก็ยังหันไปคุยกันว่า “ยูว เค้าบอกให้เราชัทอัพหละ” แหม๊…น่าถีบตกเรือมากกก

สักพัก…แกร๊ก แกร๊ก แกร๊กกก ด้านหลังเอมี่ เด็กคงเบื่อหนะ เกาเรือเล่น เฮ้ยยยย มันใช่มั้ยย!!

จบทริปล่องเรือ ด้วยอารมณ์หงุดหงิด แต่ก็คิดขึ้นมาได้ เออ ลูกเราโอเคอ้ะ ไม่ทำเสียงประหลาด ไม่โอ้ววว ว้าวว แบบคนอื่น เฮ้อ มารยาทนี่มันต้องเรียนแต่เล็กจริงๆ ว่าแล้วเราก็เข้าใจ…ว่าไอ้พวกที่ทำเสียง ทำแสงนี่คงไม่ได้มีใครคอยดูแล และอบรม ว่าแล้วเราก็มาเดินป่าเรียกน้ำย่อยต่ออิกนิด เพื่อที่จะได้รู้ว่า ทางเดินไปสิ้นสุดที่แค๊ปไซต์เรา อ๊ากซ์….ต้องเดินกลับมาขับรถกลับอิก ซึ้งยกกำลังแปด!!

กลับจ้ากลับ…มาเสียบปลั้กรถ เข้านอน ทำอาหารกันดีกว่า กลับมาซะค่ำเลย เสียบปลั๊กกันนิด….อะไรนะ ไฟไม่เข้า สามีบอก ภรรยาวิ่งจ้า วิ่งไปหารีเซฟชั่น เค้าบอกเปลี่ยนที่จอดเรยจ้า ก็เปลี่ยนจ้า ไฟเข้ามั้ยยยย ไม่จ้า พยายามจนเหนื่อย เราเลยสรุปว่ารถเสียแน่ๆ คืนนั้นเอมี่เลยได้ใช้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องแบตรถ ไฟรถ ทางโทรศัพท์กับ On road assistant เป็นครั้งแรก คุยกันจนเข้าใจ ทางนั้นรับเรื่องบอกว่า พรุ่งนี้จะส่งช่างไปดูให้ โอเคจบกรีดร้องดีใจ….
ก่อนจะวางหู ทางนั้นแจ้งมาว่า พรุ่งนี้รบกวนโทรแจ้งเรื่องกับช่างที่เบอร์นี้อีกครั้งตอนแปดโมงครึ่ง อ้าวววว!!ที่คุยกันมาตั้งนาน ยังไม่จบหรา กว่าชั้นจะอธิบายจนเข้าใจ พรุ่งนี้ยังจะนัดให้โทรไปเล่าอีกรอบเนี่ยนะ โอ้ววว โนววว

ขอจบวันด้วยอาหารเย็นฝีมือสามีที่รัก พร้อมรอยยิม้จากเด็กน้อยที่เฝ้าฝันถึงกันนอนใต้หลังคารถ ชีวิตช่างดีงาม อุปสรรคแค่ไหน ไม่มีไฟ ก็ไม่ท้อ บอกเรย บ้านนี้สู้เฟร้ยยยย

เสต๊กแกะ และ เด็กน้อยที่ชอบเกาะแกะกันทั้งทริป

 

เที่ยวเยาวราช สักการะวัดไตรมิตร และ kids kitchen ที่ Centra Central Station จาก KTC Real Team

สวัสดีจ้าาาาา..
เปิดเทอมกันแร้ว ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างอ้ะ เอมี่ไปเที่ยวมาเพียบ แทบจะเกือบเต็มปิดเทอมเรย แต่วันนี้จะขอเล่าทริปสั้นๆ 3 วัน 2 คืนในกรุงเทพกันก่อน เพราะพึ่งไปมาสดๆ ร้อนๆอ้ะ งงป่ะ บ้านอยู่กรุงเทพ แถวพระรามสาม ทำมั้ยยย ยังจะไปนอนที่กรุงเทพอิก ฮ่าฮ่า

เอมี่เป็นสมาชิกบัตรเครดิต KTC และเป็นสมาชิก KTC World ที่ได้เป็น 1ใน 5 ผู้โชคดีที่ได้รางวัล KTC Real Team ครั้งที่ 30 ตอน พักกิน ถิ่นบางกอก @Centra Central Station Hotel Bangkok 3 วัน 2 คืน half board พร้อมแพคเกจ Kids Kitchen เรียนทำอาหารด้วย เรียกว่าแพคเกจนี้เริ่ดมาก สำหรับบ้านเรา เอมี่ได้รับเมล์แจ้งว่าได้รางวัลตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น ดีใจสุดๆ เตรียมทริปก่อนเปิดเทอมทันที….

Image

เราไปนอนมาวันที่ 25-27 ตคที่ผ่านมา เด็กๆแฮปปี้ที่ได้เปลี่ยนที่นอนมากเลย วันนี้เอมี่ไปเช็คอินกะเด็กทั้งสองก่อน เพราะพี่น้องไปประชุม และจะตามมาเย็นๆ เรานั่งแท๊กซี่ไปจอดหน้าโรงแรม แล้วขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 12 เพื่อเช็คอินกันค่ะ

page1

โรงแรมเตรียมห้องไว้เรียบร้อย ห้องที่เราได้เป็นห้อง superior เตียงคู่
เตียงใหญ่นอนสบายๆ ผู้ใหญ่กะเด็ก เสียอย่างเดียว ห้องไม่มีหน้าต่างอ้ะ…

Image

คืนนี้เราพาเด็กๆ ไปตะลุุยเยาวราชกัน เด็กๆ เดินบ้างอุ้มบ้าง เพราะทางเท้าที่บ้านเราอ้ะนะ ไม่เรียบเอาซะเลย แถมไม่มีไฟแดง ไฟเขียวสำหรับข้ามถนนย่อย เราเลยต้องดูแลเด็กๆ เป็นพิเศษ ปันปันถึงกับพูดขึ้นมาว่า ทำไมเดินที่นี่มันไม่เหมือนเดินที่ญี่ปุ่นเลย ที่นู่นทางเท้ากว้าง และ มีไฟจราจรตลอด เราเดินข้ามกันได้อย่างปลอดภัย เอมี่กะพี่น้องก็ได้แต่มองตากัน…ไม่อยากจะบอกว่า แม่เองก็ไม่ชอบเดินเหมือนกัน รู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้ แต่เอานะ เราเดินกันจนสุดถนน แล้วก็วกมาหาอะไรนั่งทานกัน อากาศวันนั้นร้อน และ คนเยอะมาก เรากินก๋วยจั๊บกัน เด็กๆ ทานไม่ได้ เพราะ มันร้อนและเผ็ดพริกไทยสุดๆ เด็กๆ ทานแต่หอยจ๊อปูเท่านั้น ระหว่างทางเด็กๆ ก็จิบจับเลี้ยงกันเป็นระยะๆ แหม๊!! ได้ทานจับเลี้ยงหอมๆ ที่เยาวราชต้นฉบับนี่มันหอมติดลิ้น ชุ่มคอจริงๆ

page2

เราเดินได้ไม่นานนักก็พากันกลับ เพราะนอกจากจะร้อนแล้ว เด็กๆ ก็เดินไม่ไหว เพราะคนเริ่มเยอะขึ้น เบียดกันจะตกขอบถนน เราก็เลยต้องซื้ออาหารกลับมานั่งทานต่อที่โรงแรม และก็เตรียมแผนการเที่ยวในวันพรุ่งนี้ต่อ..

                       วันนี้ลูกๆและพ่อ แม่ ก็ได้รู้แล้วว่า ถ้าจะมาเดินเยาวราช ต้องโตกว่านี้อีกเยอะหน่อย อิอิ..

ตื่นเช้าลงมาทานอาหารกัน เนื่องจากห้องไม่มีหน้าต่าง เราเลยหลับกันแบบไม่รู้เวลา รู้สึกอีกทีก็แปดโมงครึ่งแระ ดีที่ที่นี่เค้าทานข้าวเช้าได้ถึง 10 โมงครึ่ง เราเรยลงมาทานแบบไม่รีบมาก อาหารก็มีให้เลือกทั้งข้าวต้ม ข้าวผัด ข้าวสวย สลัด ขนมปัง ผลไม้เรียกว่า มาตรฐานโรงแรมของเซ็นทรัลไม่มีบกพร่องอยู่แล้ว หนังท้องตึง…เราก็ได้เวลาออกเที่ยว ว่าแต่วันนี้ไปไหนได้ไม่ไกล เพราะมีคลาสเรียนทำอาหารตอนบ่ายสามครึ่ง ต้องพาเอมิกลับมานอนกลางวันก่อน เช้านี้เราเลยจัดเบาๆ เดินไปวัดไตรมิตรกัน

ทั้งเอมี่และพี่น้องไม่มีใครเคยมาวัดไตรมิตรเลย ทราบแต่ว่ามีพระพุทธรูปทองคำ แต่พอเราเดินเข้ามาในบริเวณวัด มีทัวร์มาลงเยอะ เพราะที่ชั้น 2 ของอุโบสถมีพิพิธภัณฑ์เยาวราชอยู่ด้วย คนไทยไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูนะคะ

เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจทีเดียว ตอนเดินเข้าไปจะมีที่เสี่ยงเซียมซีดักหน้าเลย เด็กๆ เลยได้เสี่ยงเซียมซีกัน ก่อนเข้าไปดูประวัติของย่านเยาวราช ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์เค้าทำได้ดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพ หรือ โมเดลจำลอง รวมไปถึงหุ่นขี้ผึ้งที่สมจริงมากๆ เด็กๆ เพลินอยู่ในนั้นร่วมชั่วโมง เอมี่ได้มีโอกาสอธิบายประวัติของย่านนี้คร่าวๆ ให้ปันกะเอมิฟัง ถึงแม้จะทะลุหูซ้ายไปผ่านหูขวาไปบ้าง แต่เชื่อว่าน่าจะมีตกค้างอยู่ในสมองบ้างนิดนึง ^^

page3

หลังจากนั้น เราก็เดินขึ้นไปชั้นสามเผื่อไปถวายผ้าไตรพระพุทธรูปทองคำ ปันปันนั่งอ่านคำถวายผ้าไตรเองด้วยความตั้งใจ และทำบุญ ทำทานตามต้องการ การได้พาเด็กๆมาวัด นอกจากจะทำให้เราอุ่นใจ และ สบายใจที่ได้ร่วมทำบุญแล้ว เด็กๆ ก็ยังได้เห็นซึบซับวิถีชีวิตแบบชาวพุทธ และได้เห้นว่ามีคนต่างชาติจำนวนมากที่มาร่วมชื่นชมในพุทธศาสนาด้วยเช่นกัน เอมี่เชื่อว่าจากการที่เค้าได้เห็นสิ่งเหล่านี้ซ้่ำๆ บ่อยๆ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เค้าไม่ละทิ้งความเป็นไทยในส่วนนี้ และสามารถสืบต่อพุทธศาสนาไปได้อย่างสมบูรณ์

page4

ทำบุญกันเรียบร้อยก็ได้เวลากลับห้องไปพักผ่อน เอมินอนกลางวันช่วงเที่ยง ส่วนป๊ากะพี่ปันไปทานข้าวกลางวัน และ ไปหัวลำโพงกันต่อ พ่อลูกคู่นี้เค้าลุยอยู่แล้ว ส่วนเอมี่ อิอิ ก็นอนกลางวันกะเอมิตามระเบียบ…

และแล้วก็ได้เวลาเรียนทำอาหารแล้ว ที่โรงแรมมีเมนูให้เลือกทำ 6 อย่าง ให้่เราเลือกมา 3 อย่าง เอมี่เลือก ซูชิแฟนซีให้เด็กๆ เพราะตอนไปญี่ปุ่น ข้าวปั้นนี่เป้นอาหารหลักที่โปรดปรานกันมาก ตามมาด้วย พาสต้าคาโบนารา และพาสต้าซอสมะเขือเทศ ของโปรดอิกอย่างของเด็กชอบกินเส้น และสุดท้าย เจลลี่ฟรุตสลัด และก็ พานนาคอตต้า ของโปรดของเอมี่ ฮ่าฮ่า…ดีใจจังจะได้ทำเป็นแระ

1396064_10202382945639826_1780219560_n

เราลงไปเรียนก่อนเวลาเล็กน้อย โรงแรมกะลังเซตอัพสถานที่ คุณครูเอาผ้ามาโพกหัว และ ผูกคอเป็นลูกเสือ เนตรนารีกันเลย เอมิกะพี่ปันมีความสุขมากกะยูนิฟอร์มนี้

page5

เราเริ่มกันด้วยเมนูข้าวปั้นก่อน เด็กๆ ลงมือกันเอง โดยมีเชฟคอยสอนอย่างใกล้ชิด ปันปันไม่มีปัญหาเรื่องการปั้นนัก แต่เอมิยังมือเล็กๆ ก็เลยทำทั้งแบบแบบและกลม โดยมีเชฟคอยช่วย เด็กๆ ปั้นข้าว ใส่ไส้ แล้วก็เอามาคลุกกะไข่กุ้ง ก่อนที่จะตกแต่งหน้าตาด้วยสาหร่ายตามชอบ ขั้นตอนเหล่านี้เอมิกะปันปันทำกันอย่างสนุกสนาน ถึงแม้ถุงมือจะใหญ่ไป แต่ไม่เป็นปัญหา เพราะสุดท้ายก็ถอดถุงมือทั้งคู่ ฮ่าฮ่า…

1395273_10202389239997181_1586752017_n

เมนูที่สอง อันนี้เด็ดมากอ้ะ ตอนแรกเอมี่คิดว่า จะให้เด็กเอาเส้นมาผัดๆ ซอส ก็ยังกังวลอยู่ว่าจะไหวมั้ยเนี่ย…ที่ไหนได้ เชฟให้นวดแป้ง นวดจนเอามารีด แล้วก็ไปนวด แล้วก็รีด จนจบขั้นตอนจากแป้งกลมๆ ออกมาเป็นเส้น ซึ่งเอมี่เองก็ไม่เคยเห็นขั้นตอนแบบละเอียดขนาดนี้ ปันกะเอมิเลยได้ความรู้จากขั้นตอนการทำเส้นสปาเกตตี้แบบละเอียดทีเดียว ส่วนเรื่องผัด เชฟอธิบายและทำให้ดู เพราะถ้าเด็กๆ ผัดหละก็คงหลบน้ำมันกันจ้าละหวั่น…

page6

มาถึงเมนูสุดท้าย อันแรกง่ายเชียวละลายเจลาตินกะผงเยลลี่ แล้วก็เอาไปแช่ก็ราดฟรุตสลัด ตามมาด้วยอันนี้หละ Panna cotta อันนี้แม่ตั้งใจฟังมากกว่าลูกอีก เพราะเป็นเมนูโปรด เรียนจบ รีบขอสูตรเชฟตามระเบียบ

page7

หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาเข้าครัวอย่างสุขสันต์ ก็ได้เวลารับผิดชอบสิ่งที่เรียนมาแร้วววว…เอ่อม เต็มโต๊ะมากๆอ้ะ จนต้องไปกระซิบเชฟ ขอเลื่อนดินเนอร์ที่จองไว้ 6 โมงเย็นเป็นสองทุ่ม เพราะเกรงว่าจะย่อยไม่ทัน ฮ่าฮ่า…อาหารพร้อม แต่เด็กพร้อมกว่า จองข้าวปั้นกันใหญ่ แล้วก็หยิบทานกันแบบไม่กลัวอิ่ม เพราะมีพาสต้าต่อ ตามด้วยขนมหวาน เรียกว่า ไม่รู้ไปหิวกันมาจากไหน ข้าวกลางวันก็ทานมาแร้วววว…เข้าใจว่า ทำเองอร่อยเองแน่ๆ ว่าแล้วเปิดเทอมจะปลุกมาทำอาหารเช้ากันเองดีกว่า..

หลังจากสำราญกะเมนูที่เด็กๆ ทำเรียบร้อย เราก็ย้ายฐานไปห้อง fitness เด็กๆไปเริงร่าออกกำลังน้อยๆ สักพักเอมี่ก็แยกตัวไปซาวน่า กะ สตีม กะว่าจะเอาส่วนเกิน(ที่เกินมากกกก)ออกไปบ้าง เด็กๆ เลยอยู่กะพี่น้องต่อ ทันใดนั้น…ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องออกกำลังกาย ก็มีพนักงานเดินมาบอกกะพี่น้องว่า เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีห้ามเข้าใช้นะคะ…แปร่วววว

หลังจากใช้ความร้อนเผาไขมันให้ออกจากร่าง(ไม่สำเร็จ) เอมี่ก็หอบร่างท้วมๆ กลับห้อง เด็กๆ กะลังดูพิงค์แพนเตอร์ที่ป๊าเอา HD มาจากบ้าน มาต่อกะทีวีที่โรงแรมอย่างเบิกบาน เรานอนพักเซ็ตตัวเงียบๆ จนเกือบหลับ…

ดูนาฬิกา อ้าวววว…ได้เวลาอาหารเย็นแร้ว แบบว่าภาระเยอะเนอะ ก๊ากกกก 😛

เมนูที่เราเลือกวันนี้เป็น Western style ทางโรงแรมจัดมาให้ 4 ที่ แบบคละกัน เรียกว่าได้กินครบทั้งเมนูเลย เด็กๆ อิ่มอร่อย ผู้ใหญ่ถึงกะ…จุก 555

993418_10202390352384990_1935912711_n

จบวันแสนสุขกะทัวร์เต็มวันโดยแม่ และ KTC แบบแฮปปี้ คืนนี้นอนหลับแบบไม่ง้อข้าวเช้าวันพรุ่งนี้เรยทีเดียว ^^

ส่วนตัวแล้วแฮปปี้กะทริปสั้นๆในกรุงเทพเหมือนกันนะเนี่ย..แบบว่าไม่เคยจะไปนอนที่อื่นในกรุงเทพ แต่พอไปที่นี่ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้พาเด็กๆ เที่ยวใกล้ๆ โรงแรม แทบเรียกว่าจำลองชีวิตที่เมืองนอกมาไว้ที่เยาวราชได้เลย ที่เที่ยวแถวนี้ไม่เบาเหมือนกัน แต่ถ้าให้เดินไปไกลๆหน่อยแบบที่เดินในเมืองนอกคงไม่ไหว เพราะอากาศบ้านเราร้อนได้ใจ ทางเท้าบ้านเราก็เดินได้ไม่ง่ายเอาซะเลย ทั้งๆที่สถานที่เที่ยวเราเนี่ย แจ่มแจ๋ว และมีประวัติศาสตร์ที่น่ารู้เยอะเลย จริงๆ แล้วเอมี่ยังอยากพาเด็กไปมิวเซียมสยาม และ ต่อด้วยวัดพระแก้วต่อ แต่คิวเต็ม และไม่อยากให้เด็กเหนื่อยเกินไปก่อนปิดเทอม ทริปวันอาทิตย์เลยกลับมาพักที่บ้าน จำศีลกันสงบๆ ก่อนเปิดเทอมในวันจันทร์

คอร์สทำอาหารที่โรงแรมนี้ เอมี่แนะนำเลยนะคะ ด้วยความที่โรงแรมไม่ใช่โรงเรียน เค้าเลยมีวัตถุดิบให้เด็กๆ ทำได้ไม่จำกัด เชฟก็สนุกกับการสอนเด็กๆมาก และเด็กๆ เองก็ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเลย ถ่ายรูปอย่างเดียว อิอิ…สนนราคาก็เบ๊า เบา 3 เมนู 550 บาท แถมได้นั่งทานต่ออีกด้วย

ว่าแล้วก็แถมโปรโมชั่นช่วงนี้ให้ซะหน่อยเผื่อใครสนใจนะคะ เฉพาะผู้ใช้บัตร KTC นะจ้ะ

Period : 1 November – 30 December 2013

Room accommodation :
ห้อง Superior at B.1,390 net/ห้อง/คืน พร้อมอาหารเช้า
ห้อง Premium at B.1,690 net/ห้อง/คืน พร้อมอาหารเช้า

Food Promotion:
Station Café Restaurant : มา 2 จ่าย 1 สำหรับบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน (ราคาปกติ 550++ (648-net))
Chyna Restaurant ส่วนลด 10% เฉพาะค่าอาหารสำหรับเมนู มื้อกลางวันและมื้อค่ำ
Chyna Restaurant ส่วนลด 20% สำหรับบุฟเฟต์ติ่มซำมื้อกลางวัน (ราคาปกติ B.590-net/ท่าน)  

Cense by Spa Cenvaree: มา 2 จ่าย 1 สำหรับ Thai or Oil Massage for 60 min.(ราคาปกติ B.990 net/ท่าน)        
ทริปนี้ร่ำลากันไปก่อน เด๋วทริปหน้าจะมาย้อน 14 วันที่ฮอกไกโด กะ โตเกียวให้ฟังนะคะ…เรื่องมันยาวววว ^^