วันนี้ชวนคุยเรื่อง “จัดโปรแกรมเที่ยว” กันค่า

หลายบ้านอยากไปเที่ยวแบบไม่ใช้ทัวน์ แต่ก็ไม่มีเวลามานั่งจัดโปรแกรม ลงดีเทลและรายละเอียดกันเนอะ แต่อยากจะบอกว่าถ้ามีเวลานะ มันจะคุ้มค่ามากๆ กับวันเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ชะโงกดูแล้วจากไปเพื่อกินตามมื้อแบบโปรแกรมทัวร์เลยค่ะ ที่สำคัญประหยัดค่าทริปโดยรวมเกินครึ่งนะ ก็แหม่ คนทำทัวร์เค้าก็ต้องมีค่าใช้จ่าย และเค้าก็ต้องคิดกำไรให้คุ้มใช่ป่าว จะมาราคาดีแบบทำให้ญาติเที่ยวก็ใช่เรื่องมะ

เล่าคร่าวๆ ทริป New zealand ที่บ้านเราไปมา 18 วัน โดยการใช้รถบ้าน เราใช้งบไปประมาณคนละ 65,000 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน รวมทุกสิ่ง แต่ถ้าไปทัวร์คิดว่าน่าจะได้สัก 3-5 วันอ้ะนะ แถมไม่รวมค่าขอวีซ่าด้วยมั้ง เห็นพลังของการทำทริปเองแล้วใช่มั้ยอ่ะ ทำเองเหอะ ยอมหมกตัวล่วงหน้าสักเดือนนึง ทำแค่วันเว้นวันไรงี้ อ่านมากรู้มาก ข้อพลาด เรื่องเซอร์ไพร์ซ์ก็น้อยลง เหมือนอ่านไปก่อนก็จะพอมีสติระลึกเส้นทาง ระลึกเป้าหมาย สามารถสลับที่ได้เวลาฉุกเฉินนะ

เข้าเรื่องเลยดีกว่า เวลาจะทำทริปดูอะไรบ้าง

1. Google map

อันนี้เครื่องมือสำคัญในการจัดทริป ไม่ว่าจะทางรถโดยสาร ทางเดิน ทางการขับรถเอง เราจะพล๊อตจุด พล๊อตสถานที่ ที่เราจะไปในแต่ละวันไว้เลย แล้วดูเส้นทางการเดิน การขึ้นรถ และจุดต่อรถรอบบริเวณในแต่ละที่รอบๆ เผื่อเดินเพลินนะคะ

2. สถานที่เที่ยวสำหรับแต่ละบ้านโดยเฉพาะ

อย่างบ้านเอมี่เที่ยวสวนสัตว์ อะควาเรียมของเกือบทุกเมือง ทุกประเทศที่ไป หลายรีวิวเค้าไม่ค่อยเที่ยวกันอ่ะนะ ส่วนพวกสวนสนุกก็จัดตามปกติอันนี้ไม่ได้ยาก เพราะคนรีวิวเยอะ อีกที่ที่เรามักจะไปเดินจะเป้นพวกสวนสาธารณะเอาไว้ให้ปันปันเอมิปลดปล่อยพลังเป็นช่วงๆ อีกที่ที่เราไม่พลาดก็จะเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ซึ่งเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของทริปสวนสนุกได้เลย นอกจากนั้นก็จะเป็นตระเวนชมเมืองและย่านที่พักซะมากกว่า ในส่วนของร้านอาหารนั้นไม่ค่อยทำแผนไว้ค่ะ ใช้เดินๆ หาเอง แต่ก็จะพอมีมาร์กไว้บ้างว่าร้านไหนที่อยากไป เอาจริงๆ เราพลาดเรื่องร้านอาหารมาหลายรอบ ไป NZ ร้านก็ปิดวันจันทร์ ไปญี่ปุ่นจะกินข้าวหน้าปลาไหล ร้านก็หยุดประจำปีงี้ คือชีวิตจะต้องมีอุปสรรคเรื่องการกินตัลหลอดเหอะ หลังๆ เลยทำที่เที่ยวอย่างเดียว ไม่ทำที่กินซักเท่าไหร่

3. รายละเอียดในการเดินทางแต่ละวัน

การเดินทางในแต่ละที่จะมีค่าใช้จ่ายจากค่าตั๋วรถ ค่าเข้า ค่าที่พักในแต่ละคืน เราต้องเตรียมพร้อมตั๋วล่วงหน้าเอาไว้เสมอ เพื่อเป็นการดูงบประมาณในแต่ละวัน และเตรียมเงินออกมาให้พอใช้จ่ายในแต่ละวัน แยกกระเป๋ากับเงินรวมอีกชุด และแบ่งกันจ่ายเลย เชนค่าที่พักกระเป๋าไหน ค่ากินกระเป๋าไหน เพราะถ้าเงินหายก็จะไม่หายไปทั้งหมดจะหายแค่ก้อนที่กันไว้เท่านั้น แต่ที่ผ่านมาทุกทริป ไม่เคยมีปัญหาอะไรหายนะคะ เที่ยวอย่างมีสติและสตางค์ตลอดเวลานะ ในส่วนของการขับรถเที่ยว นอกจากจะเตรียมแผนเดินทางแล้ว เอมี่ยังลงดีเทลพิกัดแต่ละจุดในกรณีที่ GPS รถที่เราไปเช่าเกิดหาไม่เจอเผื่อไว้ด้วย คือกันเหนียวไว้ทุกเสตป เพราะเวลาตื่นเต้นมักจะทำอะไรช้าจนน่าโมโห เพราะฉะนั้นเราต้องรีบตื่นเต้นให้เรียบร้อยก่อนไปจริง

เอาตารางเที่ยว กับ Map การเดินทางในทริป NZ มาให้นะคะ เพราะเป็นทริปที่กลัวหลง กลัวตื่นเต้น กลัวทุกสิ่งมาก คำนวนระยะรถวิ่งไว้ไม่เกินวันละกี่โล คิดละเอียดนะ แต่เอาเข้าจริงๆ ตามแผนไม่ได้ทั้งหมด เพราะบางช่วงวิ่งได้ 30 กม/ชม บาช่วงรอรถอีกฝั่งข้ามสะพานมา เรียกว่าบวกเผื่อไปก็ยังไม่พอ แต่โดยรวมเก็บได้เกือบครบ ยกเว้นดูวาฬทีทะเลมีคลื่นแรงออกไม่ได้ กับร้านอาหารทั้งหลายที่เตรียมไปกินปิดทำการ เพราะเราไม่ได้เช็คให้ดีเอง

ลองดูค่ะ ทำตารางเที่ยวไม่ได้ยากนะ ค่อยๆอ่านไปจนเหมือนเราอยู่ในประเทศนั้นสักรอบ แล้วค่อยๆ ถอดร่างออกมานั่งลิสต์รายการที่อยากจะไปดูจ้า

#myamipann #จัดโปรแกรมเที่ยวอย่างไรง่ายและประหยัด #ทริปง่ายๆได้ดังใจ

Howtoหาตั๋วเครื่องบินราคาสบายกระเป๋า

วันนี้ชวนคุยเรื่อง “ตั๋วเครื่องบิน” กันค่ะ จะเที่ยวทั้งที ราคาตั๋วนี่ก็เป็นปราการแรกๆ ที่จะตัดสินใจไปเที่ยวเลยเนอะ ที่บ้านก็เหมือนกัน แต่ด้วยความที่วางแผนล่วงหน้าค่อนข้างนาน ก็เลยมักจะได้ตั๋วในราคาที่ต้องการและไม่เกินงบอยู่เสมอ

เทคนิคได้ตั๋วราคาดีดีสำหรับบ้านเอมี่มีตามนี้เลย

1. จองล่วงหน้านานๆ📆📆

ข้อดีของตั๋สประเภทนี้คือราคาดีจะมีช่วงแรกๆ ค่ะ และจะมีที่นั่งที่เป้นราคาโปรไม่มากเท่าไหร่ ที่บ้านจองล่วงหน้า 6-10 เดือนเป็นอย่างต่ำ จะค่อนข้างมั่นใจได้ว่าราคาที่ได้มาไม่ค่อยช้ำใจเท่าไหร่

อย่างปีก่อนเราจองตั๋วไปโอซาก้า เราได้มาที่คนละ 8,xxx บาท กับสายการบินโลว์คอร์ส Airasia X บินตรงทั้งไป-กลับไม่ต้องแวะให้เหนื่อย ราคาที่ได้รวมกระเป๋า 2*20 กก และ อาหาร 4 คน เรียบร้อย เรียกว่าราคาดี เวลาเด่น เที่ยวได้สบายกระเป๋าค่ะ ส่วนในปีนี้เราพึ่งจองตั๋วไปมอสโค ก็ได้ในราคาที่ค่อนข้างถูกสำหรับ Full service และบินตรง 9 ชม เช่นกัน ที่สำคัญเหลือแค่ 7 ที่เอ๊ง

2. จองแบบกระชั้นสุดๆ💨💨

อันนี้ก็เป็นอีกทริคที่เค้านิยมกัน แต่เราไม่กล้าอ่ะ แบบใจไม่ถึง ตื่นเต้นมากไม่ได้ ไหนจะจัดทริป ไหนจะจองที่พัก ถ้าจองแบบวันนี้ไปมะรืนนี้นี่มีช๊อคแน่ๆ

3. จองแบบรอโปร🤔🤔

แบบนี้คือส่องโปรยาวๆ ไปค่ะ แต่ก็ต้องรีบตัดสินใจ และก็ต้องพร้อมเปย์อย่างแท้ทรู เพราะเอมี่พึ่งโดนมาล่าสุดเลย เจอตั๋วโปรการ์ตาร์ แบบดีสุดๆ บินกรุงเทพ-อัมเสตอร์ดัม/นอร์เวย์-กรุงเทพ ในราคา 15,xxx full service ต่อเครื่อง ชม นิดๆ คือบอกเลยว่าดีสุดๆ เท่าที่เจอมา ก็มัวแต่คิดๆๆ เอาจริงๆ คิดแค่ 3 วัน พอจะมากด หมดโปรจ้า แค้นมากกก ย้ายประเทศเที่ยวเลย

4. จองแบบหลาย Stop🕣🕘🕐

เรียกว่ายอมเสียเวลามากกว่าเสียเงินนั่นเอง ยอมแวะลงหลายๆเมือง หรือ ไปขึ้นเครื่องประเทศอื่น ไม่จองรูทตรง อยากบอกว่าแบบนี้ก็ประหยัดได้ไม่น้อยนะคะ อย่างทริป NZ เอมี่ทำมาแล้ว คือ บินจากรุงเทพไปกัวลาลัมเปอร์ก่อน แล้วก็ไปขึ้นเครื่อง กัวลาลัมเปอร์ ไปลง โกลด์โคสต์ และต่อเครื่องไปโอคแลนด์ เรียกว่าอยู่บนเครื่องขึ้นลงวนไป แต่อยากบอกว่าลูกชอบแฮะ ไม่ต้องนั่งบนเครื่องนาน ขึ้นๆ ลงๆ มาวิ่ง มาดูโน่นนี่เรื่อยเปื่อย รูทนี่เราประหยัดเงินไปได้เกือบ 20,000 บาทนะคะ ถ้าจองบินตรงจาก กทม แบบ Fly Thru นี่คนละ สองหมื่นต้นๆเลย นี่เราบินได้ในราคา หมื่นหกปลายๆ รวมกระเป๋า 55 กก

การจองตั๋วเครื่องบินให้ได้ราคาดีดี จริงๆ คือต้องมีเวลาศึกษา เวลาที่จะหาราคากลางของทริปที่จะไป เพื่อที่จะได้รู้คร่าวๆ ถึงงบประมาณในแต่ละทริปที่จะใช้ก่อนจองตั๋วนะคะ เพราะบางทีจองตั๋วไปแล้ว แต่ไปเจอค่าครองชีพโหดๆ นี่ก็มีเซ็งเหมือนกันนะ

จากประสบการณ์เที่ยวแบบไม่เคยซื้อทัวร์เนี่ย พอจะสรุปคร่าวๆ เกี่ยวกับการช๊อปตั๋วเครื่องบินมาได้ประมาณนี้ หวังว่าจะช่วยให้การตัดสินใจเที่ยวต่างประเทศของแต่ละบ้านเป็นไปได้ง่ายขึ้นนะคะ

#Myamipann #Howtoหาตั๋วเครื่องบินราคาสบายกระเป๋า #ทริคจองตั๋วราคาประหยัด

เตรียมทริปแบบไหน…สบายกระเป๋า

ปีใหม่แบบนี้ หลายบ้านเตรียมทริป เตรียมเที่ยวกัน บ้านเอมี่จะจัดทริปไปต่างประเทศกันปีละครั้ง และแต่ละครั้งเราจะเตรียมทริปกันยาวๆ แบบ 6-10 เดือนกันเลยค่ะ เพราะต้องเตรียมเคลียร์งานกันล่วงหน้ายาวๆ แต่ที่แน่วันหยุดเด็กๆมีสามช่วงหลักๆแค่นั้น

1. มีค-พค

2. ตค

3. ธค (ช่วงคริสมาสต์-ปีใหม่)

หยุดอะไรกันเยอะแยะเนอะ 5555

เรามาเริ่มที่การจองตั๋วเครื่องบินกันก่อน ตั๋วเครื่องบินนี้มีทั้ง

– full service คือ รวมอาหาร+กระเป๋าพร้อม ไม่ต้องซื้อไรเพิ่ม ส่วนใหญ่ถ้าไฟล์ทยาวๆก็ 2-3 มื้อ บวกเครื่องดื่ม

– low cost ราคาก็จะแยก นน กระเป๋า และ อาหารออกมา ต้องคำนวนดีดี บางทีราคาสูสีกับ full service ซะงั้น

เอมี่บินทั้งสองแบบ ดูราคารวมเป็นหลักค่ะ เพราะปกติเอากระเป๋าไปสองใบใหญ่ ไม่เกิน 50 กก ก็ซื้อ นน เพิ่มแค่ที่ใช้ เอาจริงๆหลายไฟล์ทนี่คุ้มมาก เด๋วค่อยมาลงรายละเอียดอีกทีนะคะ

มาที่วิธีหาตั๋วถูกกันบ้าง เอมี่หาจากสามแหล่ง

1. ใน social นี่หละ ดูอยู่ 2 เพจ ar-pae กับ เพื่อนบอกโปร เรียกว่า โปรดีมีชัยในการทำงบเสนอสามีนะจ้ะ

2. เวบ https://www.skyscanner.co.th แล้วหาราคาตั๋วแบบทั้งเดือนเลย ช่วงไหนราคาดีสุดค่อยกดดูสายการบินอีกที ว่าไฟล์ทเป็นยังไง บินตรง บินอ้อม เลือกได้เลย

3. เวบสายการบินโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น airasia หรือ สายที่บิน full service บางทีโปรก็ซ่อนแอบอยู่ในนั้นนะคะ

เอมี่เช็คสามช่องทางทุกครั้งก่อนจัดทริป เพราะบางทีราคาที่ใช่ ไฟล์ทอาจไม่โดน หรือบางที่ราคาก็โด๊น โดน จนต้องทำใจรอ 55555

ได้ตั๋วแล้วเด๋วโพสต์หน้ามาต่อ วิธีจัดทำแผนและงบคร่าวๆสไตล์เอมี่นะคะ ช่วงแรกๆก็เน้นไปที่เที่ยวล้วนๆ ก่อน ใครสงสัยเรื่องไหนลองถามมาได้นะคะ เด๋วช่วยหาคำตอบจ้า

#myamipann #เตรียมทริปแบบไหนสบายกระเป๋า #คุณแม่ช่างฝันขยันหาทริป #จองตั๋วแบบไหนสบายกระเป๋า

เอมิ ปัน ชวนเที่ยว The Animal Cafe

ไม่ได้มาเม้ามอยกันน๊าน นาน…วันเกิดพี่ปันรอบนี้ พี่ปัน กับเอมิรีเควสให้ไปทานอาหารเย็นกันที่ The Animal Cafe คาเฟ่์ที่รวมสัตว์น่ารักๆ ที่หายากไว้ให้เด็กๆ และผู้ใหญ่หัวใจรักสัตว์ไปร่วมเล่น และ ทักทายกันค่ะ

The Animal Cafe อยู่กลางซอยนราธิวาส 24 หรือ สาธุประดิษฐ์ 19 (เข้าได้สองทางกันไปเลย) ร้านอยู่ในซอยติดถนเลยค่ะ หาไม่ยาก มาจากทางนราธิวาสจะอยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้าจอดที่ Raffle Place ได้เลย ส่วนถ้ามาทางสาธุก็จะอยู่ทางซ้ายมือขับผ่านร้านก่อนแล้วค่อยไปจอดค่ะ จุดสังเกตที่เห็นชัดๆ คือ Max Value ค่ะ แถวนั้นเป็นย่านที่มีร้านอาหารอร่อยๆอยู่หลายร้านค่ะ ค่อยๆแวะชิมทีะร้าน วนไปค่ะ

วันนี้เราเดินจากคอนโดมา แป๊บเดียวก็ถึงหน้าร้านดูเล็กๆนะคะ แต่ป้ายใหญ่ชัดเจน ยังไงก็หาเจอค่ะ พอไปถึงทางพนักงานจะมาแจ้งค่าเข้าให้ก่อน โดยค่าเข้าผู้ใหญ่ 200 บาทต่อคน และ เด็กเล็ก 100 บาทค่ะ บ้านเราพี่ปันเพิ่ง 9 ขวบในวันที่ไปเค้านับเป็นผู้ใหญ่ค่ะ ส่วนเอมิคิดราคาเด็กเล็ก สนนราคาค่าเข้าของบ้านเรา 700 บาทค่ะ ซึ่งตัวค่าเข้านี้เปรียบเสมือนคูปองอาหารค่ะ เข้าไปสั่งอาหาร ขนม เครื่องดื่มได้เลย ไม่ต้องห่วงนะคะยังไงก็ใช้หมด บ้านเราใช้ไม่พออีกต่างหาก

wp-1472542822825.jpg

เราเดินเข้าไปชั้นหนึ่งจะเป็นโซนที่มีนกฮูกอยู่ 2 ตัวค่ะ เราเดินเลยไปก่อน กะว่าขากลับค่อยแวะทักทาย เพราะตอนนี้ใจเด็กนี่ลอยไปหาแมวคาราเคาร์ แมวยอดฮิตที่เป็นตัวเอกของที่นี่ กับ เฟนเนกซ์ฟอกซ์ที่อยู่ด้านบนกันแล้ว เราเดินขึ้นไปถึงด้านบน แอร์กำลังเย็นสบายค่ะ แต่ที่นั่งที่เราได้ติดกระจก น้องพนักงานเลยเร่งแอร์ให้ แต่สุดท้ายเราก็ย้ายมานั่งหน้าแอร์ซะเลย อากาศด้านบนสะอาดสบาย ไม่มีกลิ่นรบกวนอะไร ไปถึงปุ๊บเด็กๆก็แยกย้ายเข้าฐานสัตว์
เอ่อมมมม ประหนึ่งมาทัศนศึกษา ส่วนแม่กับป๊าก็จัดการสั่งอาหารค่ะ ราคาก็กลางๆนะคะ พาสต้าอยู่ที่ 200 ปลายๆ ส่วนเสต๊กก็ 300 กว่าๆ เราสั่งพาสต้า กับ เสต๊กมาอย่างละที่ และก็น้ำดื่มก่อนในช่วงแรก

wp-1472543061070.jpg

ตามคาดค่ะ อาหารมา ลูกไม่มา ยังคงกอดจูบลูบคลำสัตว์น้อยทั้งหลายด้วยความสุข แม่กับป๊าต้องเรียกให้มาทานให้เรียบร้อยก่อน และกว่าจะมาต้องร่ำลาแต่ละตัวให้ครบก่อน อ้ะนะ เค้ารักของเค้า ยิ่งพึ่งทำความรู้จักกันด้วย ต้องเต็มที่หน่อย ทานอาหารกันแค่พออิ่ม ทานไปก็บอกว่าอร่อยๆ แต่ก็รีบเหลือเกินรีบไปเล่นต่อ ดีนะที่เรากั๊กขนมไว้ก๊อกสอง พอเล่นจนหิวใหม่ก็มาสั่งต่ออิกรอบ แต่รอบนี้ลืมถ่ายรูปอ้ะ สั่ง Waffle ice cream มาค่ะ ก็จ่ายเพิ่มไปอิก 200 ต้นๆ นะ ถ้าจำไม่ผิด

วันที่เราไปมีคนทยอยมาเรื่อยๆ ค่ะ แล้วก็ทยอยกลับเรื่อยๆ โดยที่เราก็ยังอยู่ พนักงานก็ใจดีค่ะ ดูแลและให้ข้อมูลดีมากๆ ปันปันนี่เหมือนไปเทรนเป็นพนักงานฝึกหัดเลยทีเดียว ถาม-ตอบกับพี่เค้ากันแฮปปี้ คาดว่าปกติคนอื่นคงแค่มาดู ถ่ายรูปแล้วกลับไป แต่ปันกะมินี่ถามซะอยั่งกับจะมาสมัครงานเตรียมสัมภาษณ์

wp-1472543249699.jpg

ตัวนี้เลยสุดที่รักของพี่ปัน ขออยู่แต่ในห้องนี้ มีความสุขกับแมวมาก แหย่ไป เล่นไป แมวเลียหน้าปันก็ยังเฉยๆเลย คือแม่แอบกลัวนะ เห็นตัวใหญ่เท้ายังกะเสือตัวเล็กๆอ้ะ ตัวที่ปันอุ้มถ้าจำไม่ผิดชื่อเบค่อนนะคะ ปันชอบมากๆ ส่วนเอมิจะอยู่กับเมาคลีที่เป็น Fennex fox และก็เล่นกัน นิชคุณที่เป้นแรคคูณมากกว่า ส่วนแม่กะป๊า สังเกตุการณ์อยู่รอบๆ ค่ะ ไม่อยากเข้าไปวุ่นมาก ที่ไม่ใหญ่มากแต่เค้าดูแลดีนะ สะอาดทีเดียว

wp-1472542911594.jpg

นอกจาก Fennex fox และ Curacao cat แล้วก็ยังมี Chinchilla ด้วย เค้าว่ากันว่าเป้นสัตว์ที่ขนนิ่มมาก ไปลูบๆ คลำๆมาแล้วก็นุ่มละเอียดจริงๆค่ะ แต่ตัวนี่ไม่ออกมาเล่นนะคะอยู่ในกรง ต้องให้พนักงานเปิดให้ค่ะ นอกนั้นก็จะเป้นแมวน่ารักๆ มีทั้งแมวขาสั้น เค้าเรียกอะไรนะ ลืมไปแระ กับ อเมริกันช๊อตแฮร่น่ารักๆ อิก 2-3 ตัว กอดได้ ลูบได้ค่ะ

ส่วนตัวที่เอมี่ทนไม่ไหว ต้องขอลองบ้างก็นิชคุณนี่หละ เพาะมันดูกวนมากๆอ้ะ ทำท่าจะกัดมั่ง ไม่กัดมั่ง แต่จริงๆ คือง่วง พอได้นอนสักพักก็อารมณ์ดี ใครมีหนมเป็นได้เจอ เกาะไหล่กินแบบไม่สน คือถ้ายืนบนหัวได้คงทำแระอ้ะ และพอเอาขนมต่อไปที่อื่น ก็เดินไปจากเราได้แบบไม่แคร์ เรื่องนี้คือ อาหารล้วนๆ ไม่มีอาลัยอาวรณ์แต่อย่างได้ ชอบๆ จริงใจดี พอเอมิจะมาลองมั่ง ไม่ไหวอ้ะหนักเกิน เอมิทรุดเลย แม่เลยมีรูปสวยๆคนเดียว ก่อนนิชคุณจะจากไปเพราะขนมหมด 5555

 

wp-1472544095059.jpg

หลังจากที่เราอยู่ที่ร้านไปร่วมๆสามชั่วโมง คนส่วนใหญ่ที่มาพร้อมกับเราเค้าทยอยกลับกันหมด เราเลยกลับบ้างแต่ติดฝนพอดี๊ เราเลยอยู่เล่นกับนกฮูกด้านล่างอีกพักใหญ่จนฝนซา ที่นี่มี Prop Harry potter ให้ใส่ถ่ายรูปด้วยอ้ะ แล้วพี่ปันจะรออะไร ใส่สิค่ะ มีแว่น มีไม้ มีชุดจัดไป ส่วนเอมิโอนี่ไม่มีชุดค่ะ นางก็เนียนๆ เอาแว่นกลมมาใส่ น่ารักเชียว ตรงโซนนี้ไม่ใหญ่นะคะ เป้นห้องที่เข้าไปได้สัก 4 คนก็เต็มแล้ว เราเข้าได้แป๊บนึกก็แบ่งให้คนถัดไปได้เข้าบ้าง จริงๆ แล้วมีนกฮูกสีขาวตัวตัวอิกตัว รู้สึกจะชื่อ เฮ็ดวิก แต่ไม่มีรูปอ้ะ มัวแต่วุ่นวายกันเป็นแฮรี่กันอยู่

อ้อ นกฮูกตัวนี้ก็ชื่อแฮรี่ด้วยนะwp-1472544388626.jpg

จบกิจกรรมวันเกิดของพี่ปันไปด้วยความสุขค่ะ พี่ปันถึงกับพูดว่ามันสนุกจัง มีความสุขจังเลย ขอบคุณมากๆนะครับแม่กับป๊า แหม๊…ความสุขของลูก ก็เหมือนความสุขของป๊ากับแม่นะคับ สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งครับปันปัน

 

 

กิจกรรมครอบครัวดีดี…คอซอง ขาสั้น กันน๊อค

ถ้าใครยังพอจำได้ ปีก่อนเอมี่เขียนบล๊อกเกี่ยวกับโครงการรณรงค์การใช้หมวกกันน๊อคสำหรับเด็ก Helmet Hero  ที่ต่อยอด มาจากแคมเปญ The 7% Project ตั้งแต่ปี 2557 ในปีนี้วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเอมี่ได้ไปร่วมงานกับทางโครงการอีกครั้ง ไปร่วมรณรงค์ให้การใส่หมวกกันน๊อกเป็นเครื่องแบบประจำตัวนักเรียน ในคอนเซปต์ “คอซอง ขาสั้น กันน๊อค” Helmet Uniform โดยโครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของมูลนิธิป้องกันอุบัติเหตุแห่งเอเชีย กับองค์การช่วยเหลือเด็ก เครือข่ายนักบิด นักปั่นอย่าง Bangkok Bicycle Campaign กลุ่มคนสร้างสรรค์อย่าง Big Trees และศิลปินชั้นนำของประเทศไทย งานจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์เด็ก เรียกได้ว่ามาลงพื้นที่กันที่กลุ่มเป้าหมายกันเลย ถึงแม้ในวันงานอากาศจะค่อนข้างร้อน แต่ใบหน้าทุกคนระบายไปด้วยรอยยิ้มโดยเฉพาะเด็กๆ เพราะกิจกรรมในงาน และ บริเวณรอบๆ งาน มีการจัดกิจกรรมเพื่อเด็กอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นระบายสี ละครเวที และ ซุ้มเกมส์

1464571561703.jpg

เราไปถึงงานกันตั้งแต่เช้าค่ะ ปันปันกับเอมิได้ทำกิจกรรมระบายสีบนผ้าใบกับลุงชลิตตั้งแต่เริ่ม เรียกว่าอยู่ตรงนั้นร่วม ชั่วโมงได้เหมือนกัน และต่อด้วยระบายสีเครยองบนกระดาษที่พิมพ์รูปชุดนักเรียนชาย หญิง และ หมวกกันน๊อค ที่ออกแบบลวดลายกันเองอย่างสนุกสนาน ซึ่งงานนี้ระบายกันทั้งบ้านค่ะ พอระบายเสร็จก็ไปตัด แล้วมาประกอบร่างเป็นชุดนักเรียนแบบนี้…แหม ถ้าชุดนักเรียนจะสีสันคัลเลอร์ฟูลขนาดนี้ ไปโรงเรียนกันทุกวันเลยดีมั้ย

นอกจากกิจกรรมระบายสี และ ยังมีบูท Vespa มาจัดให้เด็กๆ ได้เล่นเกมส์ชิงรางวัลกันด้วย ปันกับเอมินี่เล่นไปเป็นสิบๆ รอบ เพราะอยากได้รางวัลที่ตัวเองหมายตาเอาไว้ รางวัลไหนที่ไม่ชอบก็คืนพี่เค้าไปแล้วไปต่อแถวใหม่ จนได้รางวัลที่ต้องการในที่สุด อยากบอกว่า เจ้าหน้าที่น่ารักทุกคน ยิ้มแย้ม และเอาใจใส่เด็กๆทั่วถึง การจัดกิจกรรมเอาท์ดอร์แบบนี้ และต้องดูแลเด็กๆเยอะขนาดนี้ ถ้าไม่มีใจรักนี่ทำไม่ไหวจริงๆ ยิ่งเจออากาศร้อนด้วย

ปันปันกับเอมิเล่นเกมส์ ระบายสีกันสักพัก ก็มาถึงช่วงเปิดงานค่ะ คุณรัตนวดี เหมนิธิ วินเธอร์ ประธานกรรมการ มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย กล่าวเปิดงาน และกล่าวถึงโครงการในปีที่ผ่านมาว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถเพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยของเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้มากถึง 3 เท่า และในปีนี้จึงได้เตรียมขยายผลไปสู่ 300 โรงเรียน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการปฏิบัติการ คอซอง ขาสั้น กันน็อคโดยจะรณรงค์ให้ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการสวมหมวกนิรภัยให้เด็ก เสมือนเป็นหนึ่งในเครื่องแบบของชุดนักเรียนที่เด็กๆ จะต้องสวมใส่ในทุกๆ วัน 

ระหว่างนั้น ปันปันกับเอมิก็ไปช่วยลุงชลิตระบายสีกันอีกครั้ง จนกระทั่งพิธิการเสร็จ เด็กๆก็มานั่งดูละครเวทีสนุกๆ จากกลุ่มใบไม้ไหวกัน ซึ่งนอกจากความสนุก และสาระเกี่ยวกับการใส่หมวกกันน๊อคให้ถูกวิธีแล้ว ช่วงหลังนี้ก็จะมีการร่วมเล่นเกมส์เพื่อรับหมวกกันน๊อก Limited edition จากเวสป้ากันอีกด้วย อยากบอกว่า หมวกสวยมาก และ ไม่หนัก เหมาะกับเด็กสุดๆ ปันปัน และเอมิก็ไปเล่นเกมส์บนเวทีกับพี่ๆ เค้าด้วย กิจกรรมมีจัดวนเป็นช่วงๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้ร่วมสนุกกันอย่างทั่วถึง

img_20160529_104828.jpg

ระบายสีกันสนุกไปเลย

fb_img_1464647564408.jpgfb_img_1464647559717.jpg

ร่วมเล่นละคร และ เล่นเกมส์กับพี่พี่กลุ่มใบไม้ไหว เด็กๆ สนุกกันทุกคนค่ะ

1464571523102.jpg

ก่อนจบงาน เราก็ถ่ายภาพรวมกลุ่มร่วมสนับสนุนสวมหมวกนิรภัยไปโรงเรียน โดยมีนักเรียนโรงเรียนนำร่องมาร่วมงาน และรับ คู่มือเด็กไทย ซ้อนท้าย ใส่หมวก  เป็นต้นแบบศึกษาขั้นตอนและวิธีในการสวมหมวกกันน็อคที่ถูกต้อง เพื่อตั้งเป้าลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กกว่า 2 พันคนในปี 2560 รวมไปถึงการสร้างจิตสำนึกว่าการสวมหมวกนิรภัย คือหนึ่งในเครื่องแบบสำคัญที่จำเป็นต้องสวมไปโรงเรียน 

ในกิจกรรมนี้เอมี่เชื่อว่าเด็กๆหลายคนที่เข้าร่วม เข้าใจถึงความสำคัญของหมวกกันน๊อคกันแน่นอน ก็เหลือแต่ผู้ใหญ่แล้วหละค่ะ ที่จะช่วยกันผลักดันกันต่อแค่ไหน เริ่มง่ายๆที่บ้าน เมื่อไหร่ที่ต้องใช้มอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าระยะทางใกล้ หรือ ไกล พกหมวกกันน๊อคไว้ทุกครั้งนะคะ

เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้แค่พริบตา…และไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเมื่อไหร่ ป้องกันไว้จะได้ไม่เสียใจทีหลัง

 

 

NZ trip ; North island explorer

“แม่ แม่ เช้าแล้วค่า”
เสียงแจ๋วๆ ปลุกแต่เช้า ว่าแต่เมื่อคืนเอมิไปนอนข้างบนกับพี่ปันนี่นา ทำไมตื่นเข้ามา ถึงมาอยู่บนแขนแม่หละเนี่ย…
ว่าแต่ต้องรีบโทรไปที่ Onroad assistant แต่เช้าเพื่อนัดแนะกันเรื่องเช็ครถนี่นาว่าทำไมไฟไม่เข้า สมองฝั่งภาษาอังกฤษยังไม่ค่อยทำงานเท่าไหร่เลย เคาะสมองเท่าอายุ(ลูก) แล้วก็รีบโทรไปนัดช่าง เห็นว่าจะขับรถมาหาเราหนิ หลังจากคุยกัน เราก็บอกว่าเรามีแพลนวันนี้จะไปแถว Rotorua และเข้าพักที่ Waikite Valley ทางศูนย์เลยให้เบอร์ช่างไว้แล้ว พอเราถึงให้โทรหาช่างอีกครั้ง เราเลยขับยาวเข้าที่พักเลย เพราะกะว่าเดี๋ยวค่อยออกมาเที่ยวต่ออีกที วันนี้คือทำใจแล้วว่าคงเก็บไม่หมด

nz

แผนการเที่ยววันนี้ของเรา ที่ตั้งใจไว้

ว่าแล้วเราก็เลยเก็บของ เก็บรถแล้วขับไปที่ Waikite valley เลยเพราะกะว่าจะได้ให้เค้าเช็คกับที่ที่มี Powersite ไปเลยว่าไฟเข้าไม่เข้า เราขับรถไปถึงที่ Campsite ประมาณเกือบเที่ยง เอมี่ก็โทรหาช่าง แต่ดั้นปรากฏว่า ตรงที่พักไม่มีสัญญาณ Spark เอมี่เลยเดินไปขอที่พักโทรศัพท์ พอหลังจากโทรคุยเสร็จสรุปว่าเราต้องขับไปที่อู่เข้าที่อยู่ในเมือง เพราะที่พักเราห่างจากที่อู่ประมาณ 1 ชั่วโมง เอากับเค้าสิ…ว่าแล้วเราก็ขับออกมาซ่อมจากที่อยู่ที่เค้าให้มา เรียกว่า พิมพ์ที่อยู่ไปใน GPS หลังจากนั้นเราก็ไปปรากฎตัวหน้าอู่ได้แบบง่ายได้ค่ะ ไม่มีหลง หรือต้องแวะถามเลย พอไปถึงที่อู่ ลุงเจ้าของก็เช็คสาย เช็คขั้ว และเช็คประตูข้างที่อยู่ดีดีก็เปิดไม่ได้ให้

“ไฟเข้ามั้ย ดูที่ไมโครเวฟ มีไฟขึ้นรึยัง” เสียงช่างตะโกนขึ้นมา และแล้วเราก็เห็นว่ามีนาฬิกาที่ไมโครเวฟขึ้นเรียบร้อย และประตูข้างก็เปิดไปแบบง่ายดายประหนึ่งต้องมนต์ เราขอบคุณช่างกันใหญ่ ช่างบอก ไม่ได้ทำอะไรเลย รถไม่ได้เป็นอะไร ที่ไฟไม่เข้า เพราะเราดันขั้วไปไม่สุด เพราะเค้าพึ่งเปลี่ยนขั้วที่ติดรถใหม่ มันเลยแน่นดันไม่เข้า!! อิอิ มาเที่ยวนี่เนอะ ต้องมีประสบการณ์กลับไปบ้างสิ ว่าแล้วเราก็เลยไปเที่ยวที่ Rainbow Spring กันต่อ โชคดีที่ไม่ไกลกันเท่าไหร่กับที่เราไปเช็ครถ

20160408_143023.jpg

ที่นี่เป็นสวนสัตว์ขนาดเล็ก เพราะจะว่าไปที่นิวซีแลนด์ก็ไม่ได้มีสัตวืใหญ่ หรือสัตว์ผู้ล่า ที่นี่จะมีนก และ สตัว์เลื้อยคลานซะส่วนใหญ่ ถ้าเด็กๆ ไม่ได้สนใจนก หรือ สัตว์เลื้อยคลานเป้นพิเศษนี่อนุญาตให้ข้ามไปได้นะคะ ค่าเข้าที่นี่ครอบครัวละ 99 NZ ประมาณ 2500 บาท สำหรับปันปันกับเอมินี่ชอบสวนสัตว์เป้นพิเศษ ปกติทุกทริปที่ไปต่างปะรเทศจะต้องแวะทุกครั้งเท่าที่เป้นไปได้ วันนี้เด็กๆ อยากมาดูนกกีวีตัวเป็นๆ กัน เราก็จัดให้ค่ะ

สวนสัตว์ที่นี่ไม่ใหญ่มากค่ะ เดินแป๊บเดียวก็วนรอบแล้ว นอกจากนกกีวีแล้ว ที่นี่ยังมี Gray parrot นกแก้วที่ขึ้นชื่อว่าฉลาดที่สุดในโลกด้วยนะคะ เราไปคุยกับเค้ากันหลายรอบ พอเราเดินออกจากกรงเค้าก็จะเลียนเสียงเรา พอเราไปคุย เค้าก็เงียบฟัง น่ารักดีอ้ะ ส่วนน้ำที่เห็นเอมิอ้าปากดื่มนั่นเป็นน้ำแร่ค่ะ ใส สะอาดบริสุทธิ ดื่ม เติมกันได้ตามสบ๊ายยย เด็กชอบสิ ได้เล่นแบบนี้ เปียกกันไปทั้งหน้าเลย

page1

นอกจากสวนสัตว์แล้วเค้าจะมีเครื่องเล่น ฺBig Splash ไว้ให้เล่นฟรี กี่รอบก็ได้ คล้ายๆ ล่องแก่งบ้านเราค่ะ วันที่เราไปค่อนข้างเย็นแล้วไม่ค่อยมีเด็กเล่นเท่าไหร่ ก็เลยเล่นวนตามใจไม่ต้องออกจากตัวเครื่องเลย

page

พอเล่นเสร็จก็มาที่สนามเด็กเล่นค่ะ ที่นั่นสนามกว้าง มีของให้เด็กๆ เล่นกันเพลินเลย เราอยู่สักพักก็นึกขึ้นมาได้ว่า ที่พักที่เราจองไว้ มีที่ให้แช่ hot pool นี่นา รีบเลยค่ะ รีบกลับไปแช่ อากาศตอนนั้นหนาวประมาณ 15-17 องศาค่ะ กลางคืนก็จะเลขตัวเดียว เลยคิดว่าไปแช่น้ำพุร้อนก่อนนอนกันท่าจะดี ซาวน์เสียงเรียบร้อยก็ออกเดินทางกันเลย เบาๆ ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงที่พักแล้ว

page2

แผนวันนี้เราเลยต้องยกเลิก Treewalk ไปเพราะเวลาไม่พอ เสียดายอยู่นะคะ เพราะจะได้พาเด็กๆ ไปดูต้นไม้ใหญ่ เดินไปบนสะพานเชือกด้วย แต่ดูจากแผนเราที่ขับรถไปมาวันนี้ ก็คิดว่าเก็บแรงไว้พรุ่งนี้ดีกว่า

page2.jpg

ที่พักที่เราพักค่ะ มีบ่อให้แช่เยอะมาก น้ำอุ่นประมาณ 35-40 องศา ในรูปนี่เอมี่ถ่ายตอนเช้าแล้ว มีทางเดินไปดู Te Mararoa Spring ด้วย

หลังจากแช่น้ำกันให้สบายตัว เราก็มาทานอาหารเย็นกัน วันนี้เชฟป่ะป๊าจัดมาม่าต้มยำกุ้งให้เด็กๆทานกันเลย จะได้อบอุ่นร่างกายกันก่อนนอน เรียกว่าอยู่ง่ายกินง่ายมากๆทริปนี้ ปรุงเองทานเองกันในรถนี่หละค่ะ แล้ววันนี้เราก็มีผลไม้มาแจมด้วย ซึ่งก็คือองุ่นเขียวไร้เมล็ด กับ ฟิโจว่า ซึ่งอยากบอกว่า มันดีงามมาก ใครไปอย่าลืมซื้อนะ อร่อยอ้ะ เหมือนฝรั่งผสมสัปปะรถ เด็กๆ ชอบมาก ตัดทานแบบกีวีได้เลยเลิศเลอค่ะ

ต่อกันเลย วันที่สี่ในเกาะเหนือ วันนี้ในแผนเราคือไป Wai-O-Tapu สถานที่ที่ถูกจัดเป็น “One of the 20 Most SURREAL Places in the World” ที่นี่เราจะไปดูน้ำพุร้อน ภูเขาไฟเก่า รวมไปถึงถ้ำที่มีแก๊สซัลเฟอร์พุ่งออกมาเป็นช่วงๆ เรียกว่า ธรรมชาติที่นี่น่าอัศจรรย์จริงๆ ต่อด้วยไปตกกุ้งที่ Huka Prawn Park ตามด้วยดูน้ำตกซู่ซ่าที่ Huka Falls แล้วไปนอนที่อุทยานทองการิโร เรียกว่าวันนี้ ขับกันที่ 160 โลเบาๆ

nz1

ตอนแรกที่มาเมืองนี้ Rotorua คิดว่าเด็กๆ คงต้องเหม็นกลิ่นซัลเฟอร์แน่ๆ ที่ไหนได้ เดินกันอึด และอดทนมากๆ โดยเฉพาะที่ Wai O Tapu เรียกว่า เรื่องเที่ยวดูธรรมชาติประหลาดๆ นี่ขอให้บอก เราให้เวลาที่นี่ตั้งแต่เช้าเลยค่ะ และเอมี่ก็ปล่อยไก่ตัวโตมากๆ อีกเช่นเคย วันนี้แผนเราคือจะไปดู  Lady Knox Geyser ตอน 10.15 น. เราไปถึง Wai-o-Tapu ตั้งแต่ 0945 น. กะว่าสบาย เดินยังไงก็ทัน ตอนซื้อตั๋วก็ไม่ฟังพนักงานที่บอกว่า ถ้าออกไป ให้มาปั๊มแขนตรงนี้ แล้วค่อยกลับมาดูต่อนะ ก็ยังคิดว่า จะออกไปไหนหละ ก็กะจะมาอยู่ที่นี่นี่หละทั้งวัน….

nz2

เราเดินชมธรรมชาติกันอย่างมีความสุขอ้ะ เดินไปเพลินๆ อ้าว ใกล้เวลาดู Lady Knox Geyser แต่ไม่เป็นไรคงไม่ไกลมากเนอะ ถ่ายรูปกันก่อนลูก ยิ้มมมมม เดินตามแผนที่ไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่เอะใจนะ ว่าทำไมไม่มีคำว่า Lagy Knox ในแผนที่หละเนี่ย ก็ยังเดินหาคำว่า Geyser เดินเก็บจนครบทุก Geyse ก็ยังไม่เจอ

nz3

nz4

ระหว่างที่เดินวนหา Lady Knox Geyser อยู่นั้น เราก็ งง ว่าทำไมทุกคนวนไปออกทางออกกันน๊อ ยังไปสงสัยเค้าอีกนะว่าคงรีบมารีบกลับ พอเดินวนหาสักพัก เอ…แปลกๆนะ เปิด Google map หาซะเลย ว่า Lady Knox Geyser นี่มันอยู่ตรงไหนกันแน่…

“เอ๊าาาาาา….พวกเรา Lady Knox Geyser ต้องขับรถไป วิ่งงงงงงง”
สิ้นเสียงประกาศใสๆจากแม่ ทั้งลูกและพ่อหันมามองหน้า แล้ว….ส่ายหัว เอาอีกแร้ววว แม่ตรู แต่ก็วิ่งนะ วิ่งปรู้ดเลย ป๊าน้องนี่ขับรถอย่างไว ไปถึงนี่ที่จอดรถแน่นแล้วอ่ะ แต่ป๊าก็สามารถพารถเมล์ เอ๊ย รถบ้านเข้าจอด แล้วก็รีบวิ่งกันต่อ (ช่วงนี้ไม่มีเวลาหันมาบ่นแม่กันแล้วเพราะเหนื่อยมาก 555 )

ไปถึงคนนั่งรอเพียบ แต่เค้ายังไม่เริ่ม โชคดีนะเนี่ย ถ้ารู้เร็ว มาเร็วนี่ต้องรอนานเหอะ…แม่นี่เยี่ยมจริงๆ ว่าแล้วทั้งปัน และป๊า และมิก็ไปนั่งกันข้างหน้า ปล่อยแม่นั่งหอบอยู่ด้านหลังเพียงลำพังท่ามกลางประชาชนนานาชาติ…

และแล้วก็ถึงการโชว์ เค้าแสดงให้เห้นว่าด้านใต้พื้นที่เหมือนจอมปลวกตรงนี้ยังมีพลังงานอยู่นะ พอเค้าใส่สารกระตุ้นเข้าไปมันจะทำปฏิกิริยาให้พุ่งเหมือนน้ำพุร้อน ให้เห้นว่าใต้พื้นโลกยังไม่ได้นิ่งสนิท ว่าแล้วสักพักน้ำก็พุ่งขึ้นมาสูงหลายเมตรเลย พร้อมมีฟองด้วยอ่ะ คนแถวหน้านี่ก็โดนละอองกันไปเต็มๆ ส่วนคนนั่งหลังอย่างเรา รอดสิค่ะ อิอิ

nz5

จบจากดู Lady Knox Geyser เราก็กลับไปเดินที่ Wai-O-Tapu ต่อค่ะ ยังมีอีกหลายด่านมากๆในวันนี้ที่ต้องเดินดู เด็กๆ ก็อึดก็ทนสุดๆ อยากบอกว่าที่นี่แนะนำเลยค่ะ เดินเที่ยวได้เพลิน และเด็กๆ ได้รู้เรื่องของธรณีวิทยาเพิ่มมาเยอะเลย รับรองว่าจำได้แต่ว่าซัลเฟอร์จะมีสีเหลือง 55555

เด๋วตอนหน้าเอมี่จะมาต่อ ทริปตกกุ้งที่ Huka prawn park กับ Huka falls ซึ่งจะเป็นช่วงบ่ายของวันนี้นะคะ วันนี้ขอตัวไปทำรูปต่อก่อน รูปเยอะมาก ดูแล้วอยากจะแวบร่างกลับไปนิวซีแลนด์เลยจริงๆค่ะ

 

Day2 NZ trip – Campervan begins

และแล้วก็ถึงวันที่เรารอคอยกัน…วันนี้เราจะรับรถกันแล้ว ตามที่เราจองไว้กับ Detournz เอเย่นต์ที่นี่ เค้าส่งลิ้งค์มาให้เรากรอกเอกสารก่อนไปรับล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนไป เพื่อลดเวลาในการรับรถ วันนี้เราเช็คเอ้าท์จาก Ibis กันแต่เช้า เพราะจะมี Shutter service ของ Britz มารับที่โรงแรมไปที่รับรถทุกๆ 30 นาที เด็กๆพร้อมมาก ผู้ใหญ่ยิ่งกว่าพร้อมค่ะ เพราะนี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของครอบครัว และ ของทุกคนในการรับรถบ้าน

20160407_084054.jpg

เตรียมออกเดินทางไปรับรถแล้วค่า หน้าตาสดใสทุกคน

รถมาแล้วขนกระเป๋าขึ้นบัสกันเรียบร้อย เราไปถึงเก้าโมงเกือบครึ่ง คนมารับรถยังไม่เยอะ พอแจ้งเจ้าหน้าที่ไป เค้าจะให้ Tablet มาพิมพ์ข็อมูลเพิ่ม และให้เซ็นต์ชื่อลงในนั้น ของเอมี่ที่จองไว้คือขับสองคน เค้าก็เติมชื่อคนขับเพิ่มให้ พิมพ์เอกสารเรียบร้อยก็ก๊อปปี้ให้เราชุดนึง พร้อมให้เอกสารรายละเอียดการขับรถในนิวซีแลนด์มาให้ ซึ่งมีภาษาไทยด้วยนะคะ อ่านสบ๊ายค่ะ

 

เอกสารที่ได้จากที่ Britz จะเป็นประมาณนี้ค่ะ ที่นี้สิ่งที่เราต้องจำตลอดการใช้รถคือเลขที่เอมี่วงไว้ ซึ่งก็คือเลขทะเบียนรถเรานั่นเอง ที่นั่นจะเรียกว่า Registered no. ของเอมี่คือ GBL530 ค่ะ ไปจอดแคมป์ไซต์ไหน เค้าจะถามหมด ยกเว้นจอดแบบไม่เสียตังค์นะ Freedom campsite เนี่ยไม่ถาม นอกจากนี้เวลารถมีปัญหา เวลาโทรเข้า on road assistant เค้าก็จะถามเบอร์นี้ก่อนจะถามชื่อเราซะอีกนะคะ รถที่เราจองมาคือ Britz Outbounder ถ้าใครอ่านตอนก่อนหน้า จะทราบว่า เราเสปครถไว้ที่ เกียร์ออโต้เป็นหลัก ทางเลือกเราเลยไม่มาก นอกจาก Britz รุ่นนี้แล้วก็จะเป็น Jucy ซึ่งราคาแพงกว่าตกวันละพันกว่าบาท

2016-05-11-14.07.01.jpg.jpg

มาถึงตอนชำระเงิน ค่ารถที่เราชำระล่วงหน้ามาเรียบร้อยค่า วันนี้เรามาจ่ายเพิ่มค่า Queenstown Location Fee อิก 195 NZD เพราะเรารับรถที่ Auckland คืนรถที่ Queenstown เลยมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ที่ต้องมาชำระเพิ่มที่นี่ และอีกรายการที่เราแจ้งขอชำระเพิ่มคือ Express Return Pack อิก 250 NZD ตัวแพคที่เพิ่มมานี้จะทำให้เราไม่ต้องเสียค่า Diesel charge ซึ่งปกติจะชาร์ตตามระยะทางที่วิ่ง ซึ่งสำหรับคนที่วิ่งเกิน 3000 กม ตัวนี้คุ้มค่ะ เพราะเราจะไม่ต้องเติมน้ำมันเต็มถังก่อนคืน ไม่ต้องเติมแก๊ส และไม่ต้องเท dump ก่อนคืนรถ รอบนี้เราวิ่งไป 3400 กม ค่ะ เรียกว่าตอนคืนรถนี่เอากุญแจคืนก็จบแล้ว ไม่ต้องรอเค้าตรวจอะไรเลย

ได่รับรถเรียบร้อย ก็เข้าไปสำรวจกันหน่อย เจ้าหน้าที่ลืมให้ Booster มาสองตัว ต้องเดินกลับไปเอามาอีก รอบนี้เอมี่ได้รถ พร้อม Wifi ในรถ 1GB ,Picnic chair + Table, Movable heater และที่เซอร์ไพรซ์กว่านั้นคือ รถมี Gas heater, TV, CD มาให้เพิ่ม จากเดิมใน spec ไม่มี เรียกว่าโอเคกันสเปคนะคะ แต่รถดูจากภายนอก ค่อนข้างเก่าค่ะ ไม่ใหม่กิ๊งได้ใจแบบที่หลายๆ คนได้กัน เอานะ เท่าที่ดูสะอาด กว้างดี เด็กๆ ชอบก็พอค่ะ

ลองขับ ลองนั่งกันแล้ว ดี๊ด๊า น่าดู คนจองก็ดีใจอ้ะ

เอาหละค่ะ ที่นี่มาดูด้านในกันหน่อยก่อนออกเดินทางไปต่อนะคะ กระซิบนิดว่าวันนี้เราไปแบบกระดึ๊บทัวร์ เพื่อปรับโหมดให้ทั้งปะป๊าคนขับ ที่หลังจากนี้จะครอบครองตำแหน่งยาวไปอีก 13 วัน และ ปรับเวลาให้เด็กน้อย และแม่ เราเลยมีเป้าหมายที่ Waitomo ที่เดียวค่ะ

รูปนี้มองจากหน้ารถไปหลังรถนะคะ เป็นโซฟานั่งทานข้าว ที่ปรับเป็นที่นอนตอนกลางคืนค่ะ รูปถัดเป็นเราถ่ายกลับจากทางโซฟา ก็จะเห็นครัว มีเตาไฟฟ้า 4 หัว เตาอบแบบแก๊สด้านล่าง ตู้ใส่อุปกรณ์ครัว จาน ชาม ช้อน ส้อม มีด หม้อ เรียกว่าครบ แก้วไวน์ แก้วกาแฟ แก้วน้ำ เครื่องกรองน้ำ เรียกว่า อยู่ยาวกันเรย ส่วนบันไดที่เห็นนี่คือที่นอนกว้างใต้หลังคา  เราสลับกันนอนครบทุกตำแหน่ง ส่วนตัวชอบใต้หลังคาค่ะ กว้าง ไม่หนาวด้วย ชอบๆ

มุมต่อมามองเอียงมาทางขวา จะมีตู้เย็น ทีวี ดีวีดี ถ้าเอามานี่เสียดูที่ทีวีสบ๊ายยย แต่เอามามั้ย…ม่ายยย และก็มีไมโครเวฟ วิทยุ ช่องใส่ของ ส่วนกระจกที่เอมี่ถ่ายมาให้เห็นคือ ประตูห้องน้ำ กระจกอันนี้ดีมาก ถ่ายแล้วผอม แทบอยากจะยกกลับบ้านอ้ะ เพรียวเกิ้นนน

ห้องน้ำมาแล้ว ขนาดพอดีตัว ด้านซ้ายเป็นชักโครก ด้านขวาเป็นฝักบัว และอ่างล้างหน้าค่ะ ประมาณห้องน้ำในเครื่องบินนะคะ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป

ปุ่มทั้งหลาย อ่านง่าย มีภาษาอังกฤษกำกับตลอด

ถังแก๊ส ตู้เย็นจุได้สัก 2-3 วัน ที่ปิ้งขนมปัง กาต้มน้ำ

เอาหละค่ะ ดูภายในรถกันเรียบร้อย วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเยือน ถ้ำหนอนเรืองแสงงงงงงงงง (โปรดทำเสียงสะท้อน) เนื่องจากจะเข้าถ้ำ และได้ดูรายการเยี่ยมชมถ้ำนี้กันไว้เรียบร้อย ทุกคนมุ่งมั่นในการไปดูมาก แต่ก่อนจะไป เราก็ต้องหาซื้อเสบียงก่อน เราเลยแวะซูเปอร์ และไปเดินตลาดในเมืองหาเสบียงกรังกันก่อน เราได้ Chick & Chip แสนอร่อยมาทานกันบนรถ และก็ผัก ผลไม้มาประมาณนึง

ผัก ผลไม้ หอย เนื่อสัตว์ทุกอย่างไซส์ดับเบิ้ลจากบ้านเรา แต่ราคาไม่ต่างกันบ้านเรา ถ้าเทียบต่อหน่วยนะ โอว แม่เจ้า ช่างอุดม…

วันนี้เราจะเข้า Campsite วันแรก Camp นี่เราจองล่วงหน้ามาจากประเทศไทย เราเลยไม่ต้องกังวล ขับมาปุ๊บ แวะแจ้งรีเซฟชั่นปั๊บ ก็ได้ที่จอดปึ๊บบบบ Campsite แรกของเราคือ Waitomo top 10 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ Waitomo reservation หรือ I site นี่หละค่ะ มาถึงเราเข้าที่จอด เด็กๆสองคนวิ่งต์๋อมาที่สนามเด็กเล่นก่อนเลย ชีวิตช่างสุขสันต์

ระหว่างทางขับไป วันนี้เราจัดเบาะๆ ให้พลขับของเราเพียงแค่ 181 km เท่านั้น ระยะเวลาตาม Google 2.19 ชม แต่เอาจริงๆนี่ 3 ชม นิดๆนะคะเนี่ย11.jpg

เดินทางไปถึงจอดรถเรียบร้อย ส่งเด็กไปปลดปล่อยพลังวัตรในร่างที่สนามเด็กเล่น ส่วนเราก็ไปปล่อยพลังลมในห้องน้ำ 5555 ไปแอบถ่ายรูปมาด้วยนะ จริงๆ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และครัวที่แคมป์ไซต์ที่จะไม่ต่างกันค่ะ แต่ห้องอาบน้ำ เครือ Top10 จะให้น้ำอุ่นแค่ 10 นาที ถ้าเครื่อง Top20 คงได้ 20 นาที แต่….ไม่มีนะเครือ Top 20 หนะ ล้อเล่น ฮาาาา

ตรงนี้ของลูก…

 

ฝั่งนี้ของแม่

ปลดปล่อยพลังกันเรียบร้อย เราก็เดินไปถามรีเซฟชั่นที่แคมป์ว่า ไป Waitomo ยังไง นางตอบว่าขับรถไปค่า… 5 นาที เราก็อ้ะ ขับก็ขับ ว่าแต่ตอนขับมาเห็นแวบๆ ว่ามันใกล้นี่นา..แต่เราต้องเชื่อเจ้าที่ เอ๊ยยย เจ้าถิ่นสิ ว่าแล้วก็ถอยรถยาวเกือบ 7 ม.ออกค่า พึ่งขับวันแรกก็ให้ป๊าจัดทั้งถอยหน้า ถอยหลังกันเลย ขับออกมา เปิด GPS วนไปวนมา เฮ้ยยยย ที่ซื้อตั๋วอ้ะ อยู่ตรงข้ามที่พัก แล้วพอซื้อตั๋วแล้ว ก็เดินไปจากตรงนั้น…ค่ะ ซึ้ง

อ้อ ข้อดีของการแจ้งขับรถเพิ่มสองคน ที่ Waitomo เค้าให้คนขับเข้าฟรี บ้านเราเลยเข้าฟรีทั้งคู่เลย แต่เด็กเสียเงิน ถูกลงไปพอควรเลย อิอิ เราขับรถจากที่ซื้อตั๋วไปอิกนิด…ย้ำนิดเดียวจริง ไปถึงก็เป็นรอบสุดท้าของวันพอดี คนไม่มากในตอนแรก…พอใกล้เวลา ไม่รู้มาจากไหนกันพรึบ…ทัวร์จีนกรุ๊ปก็มี แต่ดีที่เค้าแยกไป ไม่รวมกับทัวร์สัญจรแบบเรา ระหว่างทางเดินเข้าไปจะต้องผ่านกินงอก หินย้อย และจะมีเจ้าหน้าที่อธิบายตลอดทาง และเวลาที่จะเรียกให้ทุกคนเข้ามาฟัง คำขึ้นต้นจะเป็นคำว่า Folks ทุกครั่ง เป้นภาษาถิ่นของเมารีนะ เค้าเล่าเรื่องคนที่ค้นพบถ้ำ เป็นคนขาว กะชาวเผ่าเมารี ร่วมกันเจอ Wai Tomo แปลว่า ถ้ำน้ำ ก็คือถ้าที่เข้าไปมีน้ำนี่หละ ระยะทางเดิน+นั่งเรือดูถ้ำไม่นาน ประมาณ 60 นาทีเท่านั้น ระหว่างทางก็แวะอธิบายประวัติหินงอก หินย้อย เป็นช่วงๆ ไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ แต่ตอนลงเรือนี่สิ ต้องเงียบ ต้องมืด ต้องมีมารยาท….

แต่ที่เราเจอ เป็นหนุ่มสาวชาวจีน นั่งข้างพี่น้อง เค้าชื่นชมหนอนเรืองแสงด้วยเสียง โอ้วววว บัตเตอร์ฟลาย โอวววว บิวตี้ฟูล คือบับบบบ…เมิงมาจีบกันในถ้ำมืดๆ แถมแอบถ่ายรูป เปิดจอกล้องด้วยเนี่ยนะ(ขออนุญาติบรรยายแบบจิตใต้สำนึกเล็กน้อย)พี่น้องหันไปบอกให้เค้าหยุดพูดได้แล้ว มันก็ยังหันไปคุยกันว่า “ยูว เค้าบอกให้เราชัทอัพหละ” แหม๊…น่าถีบตกเรือมากกก

สักพัก…แกร๊ก แกร๊ก แกร๊กกก ด้านหลังเอมี่ เด็กคงเบื่อหนะ เกาเรือเล่น เฮ้ยยยย มันใช่มั้ยย!!

จบทริปล่องเรือ ด้วยอารมณ์หงุดหงิด แต่ก็คิดขึ้นมาได้ เออ ลูกเราโอเคอ้ะ ไม่ทำเสียงประหลาด ไม่โอ้ววว ว้าวว แบบคนอื่น เฮ้อ มารยาทนี่มันต้องเรียนแต่เล็กจริงๆ ว่าแล้วเราก็เข้าใจ…ว่าไอ้พวกที่ทำเสียง ทำแสงนี่คงไม่ได้มีใครคอยดูแล และอบรม ว่าแล้วเราก็มาเดินป่าเรียกน้ำย่อยต่ออิกนิด เพื่อที่จะได้รู้ว่า ทางเดินไปสิ้นสุดที่แค๊ปไซต์เรา อ๊ากซ์….ต้องเดินกลับมาขับรถกลับอิก ซึ้งยกกำลังแปด!!

กลับจ้ากลับ…มาเสียบปลั้กรถ เข้านอน ทำอาหารกันดีกว่า กลับมาซะค่ำเลย เสียบปลั๊กกันนิด….อะไรนะ ไฟไม่เข้า สามีบอก ภรรยาวิ่งจ้า วิ่งไปหารีเซฟชั่น เค้าบอกเปลี่ยนที่จอดเรยจ้า ก็เปลี่ยนจ้า ไฟเข้ามั้ยยยย ไม่จ้า พยายามจนเหนื่อย เราเลยสรุปว่ารถเสียแน่ๆ คืนนั้นเอมี่เลยได้ใช้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องแบตรถ ไฟรถ ทางโทรศัพท์กับ On road assistant เป็นครั้งแรก คุยกันจนเข้าใจ ทางนั้นรับเรื่องบอกว่า พรุ่งนี้จะส่งช่างไปดูให้ โอเคจบกรีดร้องดีใจ….
ก่อนจะวางหู ทางนั้นแจ้งมาว่า พรุ่งนี้รบกวนโทรแจ้งเรื่องกับช่างที่เบอร์นี้อีกครั้งตอนแปดโมงครึ่ง อ้าวววว!!ที่คุยกันมาตั้งนาน ยังไม่จบหรา กว่าชั้นจะอธิบายจนเข้าใจ พรุ่งนี้ยังจะนัดให้โทรไปเล่าอีกรอบเนี่ยนะ โอ้ววว โนววว

ขอจบวันด้วยอาหารเย็นฝีมือสามีที่รัก พร้อมรอยยิม้จากเด็กน้อยที่เฝ้าฝันถึงกันนอนใต้หลังคารถ ชีวิตช่างดีงาม อุปสรรคแค่ไหน ไม่มีไฟ ก็ไม่ท้อ บอกเรย บ้านนี้สู้เฟร้ยยยย

เสต๊กแกะ และ เด็กน้อยที่ชอบเกาะแกะกันทั้งทริป