Day1 NZ trip (Airplane mode)

มาแล้วจ้า มาร่วมระลึกทริปนิวซีแลนด์กันต่อ หลังจากที่รู้ขั้นตอนการเตรียมตัว การจัดกระเป๋า การเข้าประเทศเรียบร้อย วันแรกของบ้านเรา เราขอเรียกว่า Airplane mode ค่ะ เพราะอะไร…หลายคนรู้แล้วเนอะ
ก็แหมเล่นบินแวะ บินแวะ ไปสองประเทศก่อนถึงนิวซีแลนด์ ฮาาาาา…

จะว่าไปการบินขึ้นบินลงไม่ใช่ปัญหาของเราค่ะ เพราะการได้เดินลงมายืดเส้นยืดสาย ไม่บินยาวนี่ก็เป็นอีกหนึ่งปรารถนาของเด็กๆ ที่เครื่องบินไม่มีทีวีหลังเบาะ เผื่อใครยังไม่ได้อ่านตอนก่อนหน้านี้ บ้านเราเดินทางด้วยแอร์เอเชียค่ะ ไฟล์ทจะต้องไปต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ และด้วยความที่ไม่ได้จอง Fly Thru(เพราะราคาจะแพงขึ้นเกือบคนละ 5000 บาท) เลยต้องเผื่อเวลารับกระเป๋าและโหลดกระเป๋าขึ้นใหม่ที่กัวลาลัมเปอร์ ข้อดีของไฟล์ทนี้ของเราคือ เราสามารถทานอาหารเย็นที่แอร์พอร์ตได้ก่อนขึ้นเครื่อง และได้เดินเล่นระหว่างรอเช็คอินรอบที่สอง เพราะเราต้องผ่าน ตม ออกมาด้วย ใครไปไฟล์ทแบบนี้ ถ้ากะจะแวะทานอาหารก็เผื่อเวลาเยอะนิดนึงนะคะ บ้านเราเผื่อไว้สามชั่วโมงครึ่ง แต่แอร์เอเชียเค้าใจดีเลื่อนไฟล์ทออกไปให้อิก 2 ชั่วโมงโดยไม่ต้องขอ ฮือฮือ จะแถมทำมั้ยยยย!!

เราจองรถมารับที่คอนโดตั้งแต่คืนก่อนไปไว้เรียบร้อยด้วย Grab เพราะเราต้องใช้ Taxi 7 seater มารับ เนื่องจากกระเป๋าใบใหญ่ ก็เสียค่าเรียกรถเพิ่มอิก 150 บาท การเดินทางเป็นไปด้วยความราบรื่น รถที่มารับเป็น Innova ใหม่กิ๊ก พลาสติกไม่แกะ นั่งสบายๆกันทั้งบ้าน เราเผื่อเวลาไว้ชั่วโมงนึงก็ถึงดอนเมืองเรียบร้อย เด็กๆก็แชะก่อนออกจากสนามบินเช่นเดิม

รอบนี้ระหว่างนั่งรอ มีเขียนปันทึกก่อนออกเดินทางด้วย ดูเป็นเด็กโตขึ้นอีกเสตป

เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึง เราก็ปรับเวลา +1ชั่วโมงให้เป็นเวลามาเลเซีย ไม่งั้นได้มีตกเครื่องแน่ๆ แต่จะว่าไปไฟล์ทเลื่อนจาก 3 ทุ่มครึ่ง เป็น 5 ทุ่มครึ่งนี่ก็ดีนะคะ ทำอะไรไม่ต้องรีบมาก เพราะถ้าเจอ ตม ช้าๆ นี่ก็แอบเครียดเหมือนกัน

ถึงปุ๊บ เราก็ไม่ได้เดินไปไหนไกลค่ะ เราก็ทานข้าวกันที่ห้างที่แอร์พอร์ตนี่หละ เรียกว่าเจอร้านไหนใกล้ก็ทานเลย ยิ่งเป็นร้านคุ้นเคยยิ่งต้องจัด วันนี้เราเลยทานร้าน Old town coffee house เราก็เลยได้จานนี้มาทานกันสี่คน ชามที่เป็นบะหมี่น้ำแกงเข้มข้นนี่ถึงกับเบิ้ล เพราะพี่ปันทานคนเดียวหมดชามเลย เรียกว่า อิ่มอร่อย แซบลืมมมม ส่วนบะหมี่แห้งเป็นของคุณสามี เห็นว่าไม่ปลื้ม ส่วนคุณนายน้อย กินข้าวมันไก่ บอกว่าอร่อยมาก ผักยังหมด

แวะทานกันเรียบร้อยก็เดินเข้าไปเช็คอิน และเข้าไปในแอร์พอร์ตกันต่อ เพราะกว่าจะทานเสร็จ เดินเที่ยวสักพักก็สองทุ่มนิดๆแล้ว จะว่าไปเวลาที่เพิ่มมาก็ทำให้ได้เห้นอะไรมากขึ้น หลังจากนี้จะเป็นไฟล์ทยาว 8 ชั่วโมง ก่อนไปแวะที่ Goldcoast, Australia สักชั่วโมงครึ่ง ตอนแรกคิดว่าไ่ม่ต้องเดินลง ที่ไหนได้ ให้ลงมายืดเส้นกันต่อช่วงเช้า จะว่าไปก็ดีนะคะ ได้ลงมายืดเส้นยืดสายก่อนไปลุย Auckland เรียกว่ามีปลุกกันเป็นระยะๆ

img1459864391958.jpg

พกหนังสือไปอ่าน 6 เล่ม เรียกว่าคุ้ม ไม่มีช่วงเบื่อเลย

และแล้วเราก็มาถึงนิวซีแลนด์ กรี๊ดกร๊าดดดดด อยากบอกว่าทุกคนสดมาก ไม่มีใครง่วงเลย เพราะจริงๆ เวลาที่มาถึงเป็นเวลา 11 โมงนิดๆที่ไทย แต่ที่นี่คือบ่ายสาม กว่าจะเอากระเป๋า ซื้อซิม เตรียมเสื้อหนาวก็เกือบห้าโมง เราจองโรงแรมไว้ใกล้แอร์พอร์ตเลย เดินประมาณ 900 ม. ซึ่งเด็กๆที่นอนเต็มอิ่มมาบนเครื่องยังคงทรงพลัง โดยเฉพาะเอมิ ที่บนเครื่องที่นั่งข้างๆ ว่าง เลยได้นอนยาวประหนึ่ง Business class สบายจนน่าหมั่นไส้…
ปล. เราได้ที่นั่งแบบไม่ติดกัน ห่างกันไปเกือบ 10 ที่ ปันนั่งกับพี่น้อง เอมี่นั่งกับเอมิ เรียกว่าต่างคนต่างอยู่มากๆ

เอมี่แวะซื้อซิมของ Spark ตรงนี้นี่เดินออกมาก็เจอเลย ใกล้ๆ กับ I-site เลยค่ะ เดินเลยไปจิ๊ดเดียวก็ได้เสียเงิน และได้เบอร์โทรมาในเบอร์ แนะนำว่าให้ซื้อแบบมีโทรฟรีไว้ด้วยนะคะ เพราะถ้าใช้รถบ้าน ควรมีมากๆค่ะ

Sim ที่เอมี่ซื้อราคา 49NZD ใช้ได้ 3gb ในหนึ่งเดือน โทรกลับไทยฟรี 100 นาที โทรกับ Text ในประเทศก็ฟรีน่าจะ 200 นาที คือดีงามนะ เนตวิ่งปรู้ดปร๊าดดดด แต่ตอนไม่มีสัญญาณก็เงียบสนิทเรย 555

เติมเงินง่าย มีเมสเสจส่งเข้าตลอดนะคะ เช็คสถานะว่าใช้ไปเท่าไหร่ก็ง่าย เรียกว่าง่ายได้ใจ ตอนซื้อก็ง่าย คนขายชี้ตัวดีที่สุดมาให้เลย สำหรับเอมี่ดีกว่า Pocket wifi มากอ้ะ สรุปจนครบ 17 วันนี่ใช้ไม่หมดนะ ขนาดลงรูป และคลิปรัวอยู่เหมือนกัน แนะนำจ้ะ

อ้ะได้ซิมแระ ออกเดิน(ทาง)ต่อได้  ป๊าพาเดินค่ะ แค่ออกมาก็เจอป้ายโรงแรมแล้ว เราก็เดินตามป้ายไปเลย ระหว่างนั้นก็เปิด Google map เทสสัญญาณพาเดินไปด้วยเลย ไฟล์ทนี้นอกจากราคาดีแล้ว ยังได้สุขภาพดีด้วยนะคะ เดินกันตั้งแต่วันแรกเลย อากาศตอนนั้นประมาณ 17-18 องศา ไม่มีใครสนใจเสื้อหนาวที่เตรียมไว้เลย

ถึงที่พักแล้ว แต่เหมือนเราจะมีปัญหาตอน checkin เล็กน้อย ทางโรงแรมแอบคุยกันว่าไม่มีบุคกิ้ง แล้วก็เหลือบมามองหน้าเรา พอเราทำไม่รู้ไม่ชี้ ก็รีบเช็คกันต่อ เรียก manager มาหาห้องให้กันใหญ่ สุดท้ายยังไงไม่รู้ก็ได้ห้องพักนะ แหมมมมม ทำเอาตกใจกันตั้งแต่วันแรกเลยนะจ้ะนิวซีแลนด์

ไม่แน่ใจว่าเพราะเอมี่จองผ่าน Accor หรือเปล่านะคะ เลยวุ่นวายกันแบบนี้ เพราะเค้าตัดบัตรเราล่วงหน้าไปแล้วด้วย แต่บุคกิ้งหลุดซะงั้น แต่สุดท้ายเราก็ได้ห้องปกตินะ ไม่ได้รอนานอะไร ราคาห้อง Family ที่เราจองผ่าน accor นี่ดีกว่าห้องธรรมดาที่เราจองตอนแรกกัน booking.com แถมยังได้เงินคืนอีก 2% ถ้าเป็นสมาชิก ebates.com อีกด้วย เราเลยจองดู แล้วก็ได้ตื่นเต้นเล็กน้อยพอให้เลือดสูบฉีดให้หายหนาวไปได้นิดนึง

1459929349284.jpg

ถึงห้องพักแล้วสุขใจมากมาย แย่งนอนเตียงบนกันใหญ่ ส่วนป๊ากับแม่สบายค่ะ
มีคิงส์ไซส์นอนกว้างๆ ไม่ต้องเบียดเด็กๆ

หลังจากชื่นชมห้องพักจนเริ่มมืด ก็เริ่มสำรวจรอบๆโรงแรมกันค่ะ แถวโรงแรมมี The warehouse ซึ่งเราไม่ได้เข้า เสียดายสุดๆ และก็แมคโดนัลด์ ร้านเบอร์เกอร์ ร้าน KFC ถ้าจำไม่ผิด เราเลยไปเข้า Countdown supermarket และเป็นครั้งแรกที่เด็กๆ ได้เจอมุม Free fruit for kids เค้าจะมีไว้บริการให้เด็กหยิบทานคนละชิ้น ระหว่างที่รอพ่อกะแม่ช๊อปปิ้ง ไอเดียดีมากๆ เด็กๆ ได้ทานผลไม้เกือบทุกครั้งที่ช๊อปที่นี่เลยค่ะ

1459931120317.jpg

เดินกันจนค่ำมืด สรุปกันว่าไม่เข้าไปทานที่ร้าน แต่จะกลับห้องพัก เลยได้ไก่ย่างร้อนๆ มาตัวนึง และก็ผลไม้ เยลลี่ คุ๊กกี้ มาทานกันแทน อิ่มอร่อย แล้วก็รีบทานรีบนอน พรุ่งนี้จะต้่องไปเอารถบ้านที่รอคอยกันแล้ววววว

เข้านอนกันตอนสามทุ่มเวลาที่นิวซีแลนด์เรียบร้อย แต่ประมาณเที่ยงคืนโดยไม่มีการนัดหมาย ตื่นค่ะ…ตื่นกันหมดทุกคน เพราะหิว ฮ่าฮ่าฮ่า ก็นะ อยู่ดีดีจะมาก skip มื้ออาหารได้ไง ก็เลยต้องเอาบราวนี่ นม และอาหารเช้าที่เตรียมไว้วันรุ่งขึ้นมาทานกันให้อิ่มท้อง กว่าจะได้นอนอีกรอบบบบบ…ไม่อยากจะคิดถึงตอนตื่นกันเลย อ้อ เวลาที่นี่ช้ากว่าที่ประเทศไทย 5 ชั่วโมงค่ะ และนี่หละสาเหตุที่เราหิวครบทุกคน

20160407_005332.jpg

เจอกันในตอนต่อไป วันที่สองในนิวซีแลนด์ เร็วๆนี้นะคะ เราจะไปรับรถบ้านกันแล้วววววว

ซูเปอร์จิ๋วพาเที่ยว…ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 30 เมษา เราได้รับเลือกจากซูเปอร์จิ๋วให้ไปร่วมกิจกรรมที่ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายกมาค่ะ ตอนแรกที่เราสมัครเข้าไป เราก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับเลือกหรือไม่ แต่ด้วยความที่อยากให้ปันกับมิได้ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆเพิ่มเติมในช่วงปิดเทอม แม่อย่างเราไม่รอช้า…ส่งใบสมัครกันทันที เรียกว่าส่งก่อนปิดรับสมัครกันแค่สองวัน เพราะช่วงที่ผ่านเรามัวแต่วุ่นวายกับทริปนิวซีแลนด์ โชคดีมากที่กลับมาทันรับสมัครพอดี และโชคดีมากขึ้นที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งครอบครัวที่ได้ร่วมกิจกรรม

13043519_874315562677537_3602392630077486560_n

เราออกเดินทางกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพราะมีนัดกันที่ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติเวลา 10.30 น. ดูแล้วเวลาน่าจะเหลือๆเนอะ แต่เอาจริงๆ ไม่เหลือ รถติดยาวแถวปทุมธานีเพราะมีทำถนน เราไปถึงก็เกือบ 11 โมงแล้ว ไปถึงปุ๊บ แวบแรกที่เราเห็นคือซุ้มทางเข้าที่พอเดินเข้าไปก็มีป้ายชื่อต้นไม้ และ สรรพคุณของแต่ละต้นอย่างละเอียด เรียกว่าเพลินอ่านกันทีเดียว

เราเดินต่อเข้าไป พบกับบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยปลา ไม่ว่าจะเป็นปลานิล ปลาดุก และปลาอีกหลากหลายชนิด ที่มีป้ายและรูปแนะนำตัวให้เราได้อ่านกันจะได้พอรู้ว่า ปลาตัวไหนเป็นพันธ์อะไร เข้าทางมากๆ พี่ปันนี่เข้าไปยืนอ่านสักพัก ก็ขอลงไปให้อาหารปลาช่วงที่รอวิทยากรเตรียมของสำหรับทำกิจกรรม

บริเวณที่ทำกิจกรรมอยู่ข้างๆบ่อปลา เป็นพื้นที่กว้างปูเสื้อนั่งรับลมสบายๆระหว่างทำกิจกรรม หลังจากเด็กๆให้อาหารปลากันเรียบร้อย เราก็มานั่งล้อมวงกันฟังพี่อ้อ วิทยากรของเราอธิบายว่าวันนี้เราจะเริ่มกิจกรรมที่อะไร และ จบที่อะไร กิจกรรมวันนี้ที่เด็กๆจะได้ทำคือ ทำสบู่กลีเซอรีนใส แชมพูสมุนไพร และ บาล์มทากันยุง ปันปัน กับเอมิตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยทำมาก่อน และรอบนี้จะได้ลงมือทำกันเอง เพราะซูเปอร์จิ๋วจัดมาแบบไพรเวททริปให้ เด็กๆ เลยลงมือทำ และซักถามกันได้เต็มที่ เรียกว่ากลับมาบ้านนี่ทำสบู่ แชมพูกันสบายเลยงานนี้

เริ่มจากกวนเกล็ดกลีเซอรีนใส ให้ละลายเป้นน้ำก่อน แล้วจึงค่อยมาผสมน้ำผลไม้ น้ำผึ้ง กลิ่นน้ำหอมที่ชอบ และคนให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์และทิ้งไว้ให้แข็ง คือง่าย และธรรมชาติ มั่นใจได้ถึงความสะอาด เพราะไม่มีสารอะไรแปลกปลอมเลย สบู่แบบนี้เค้าขายกันตามงานก็เกือบร้อยนะคะ ทำเองได้นี่สบายอ้ะ ของเราวันนี้ทำสบู่แครอทผสมน้ำผึัง

20160430_113552.jpg

จบจากฐานกิจกรรมสบู่ แชมพู และบาล์มกันยุง เราก็เดินออกไปพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ระหว่างทางเดินมีป้ายเล่าเรื่องจากของจริง ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงไส้เดือน การทำปุ๋ยชีวภาพ การทำคลองไส้ไก่ ฝายกั้นชะลอน้ำ ทุกๆเรื่องรางในการเดินเยี่ยมชมน่าสนใจตลอดเส้นทาง ที่นี่จะแบ่งเส้นทางเป็นภาค ภาคเหนือ ใต้ กลาง ทุกเส้นทางจะมีรายละเอียดต้นไม้ พืชสมุนไพร และโครงการพระราชดำริต่างๆที่ในหลวงทรงพระราชทาน

ระหว่างทางเดิน อากาศสบายไม่ร้อนอบอ้าว เพราะรอบๆเป็นบ่อน้ำ และต้นไม้สูง ซึ่งทางศูนย์เริ่มปลูกมา 10 ปี จากพื้นที่โล่งๆ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เพียงแค่ 10 ปี เราสามารถสร้างป่าทดแทนได้เขียวชอุ่มจริงๆ

ระหว่างทางเดินพี่อ้อ วิทยากรของเราอธิบายถึงต้นไม้ และโครงการต่างๆ ได้อย่างละเอียดมากๆ ทั้งเอมี่ทั้งพี่น้อง ได้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ และการสะสมน้ำในบริเวณสำหรับไปต่อยอดที่บ้านสวนเราได้เยอะ ไม่น่าเชื่อ กิจกรรมของลูกกลับทำให้เราเองได้ประโยชน์มากกว่าการไปนั่งอ่านตำรา หาข้อมูลในกูเกิล ปันปันสนใจการเลี้ยงไส้เดือนมาก พยายามคุ้ยหา และขอข้อมูล รวมไปถึงขอไส้เดือนไปเลี้ยง

การเดินทางชมศูนย์สร้างแรงบันดาลใจหลายอย่างให้บ้านเรามากทีเดียว หลังจากเดินชมต้นไม้มาสักพัก ลมเริ่มกรรโชกแรง พี่อ้อบอกว่าฝนน่าจะมาแน่ เราคงต้องเร่งมือทำกิจกรรมต่อเลย เด็กๆที่รอจะทำบ้านดินอยู่เลยรีบเดินไปที่ฐานบ้านดิน ในตอนแรกเด็กๆคิดว่าจะได้ปั้น ทำบ้านดินกันจริงจัง แต่ว่ากิจกรรมที่ปันกับเอมิจะได้ทำในวันนี้ คือการผสมดิน เด็กๆจะต้องลงไปย่ำดินหมักผสมแกลบให้เข้ากัน เพื่อเป็นการเตรียมดินในการนำไปทำอิฐ จะว่าไปแค่นี้ก็สนุกมากๆสำหรับปันกับเอมิ

หลังจากย่ำจนดินเข้ากันกำลังดี ลมก็เริ่มแรงขึ้น และมีละอองฝนเบาๆ ประกอบกันวันนั้นทางศูนย์ต้องมีการโค่นต้นไม้สูงลง เนื่องจากรอบก่อนที่พายุเข้า ต้นไม้สูงล้มลงมาทำความเสียหายให้กับทางศูนย์พอสมควร วันที่เราไปก็เลยมีการประเมินต้นไม้ว่าต้นใดจะอันตราย และทำการโค่นเอาไม้มาแปรรูปและใช้ประโยชน์ต่อ ผ่านจากการย่ำดินเตรียมงานไว้ทำบ้านดินแล้ว เราก็เดินต่อไปชมพิพิธภัณฑ์ด้านในซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของศูนย์ มีผังของที่ดิน เรื่องราวของคนไทย กับการอนุรักษ์พื้นที่ พิพิธภัณฑ์ด้านบนมีขนาดไม่ใหญ่นัก เพราะเรื่องราวส่วนใหญ่จะอยู่ด้านนอกมากกว่า

จบครบกิจกรรมด้วยความรู้เต็มอิ่ม ความสนุกไม่ต้องพูดถึง เรียกว่า สาระบันเทิงขนานแท้ ทางซูเปอร์จิ๋วก็พาครอบครัวเราไปทานอาหาร เรียกว่า ทริปนี้ดูแลเยี่ยมมาก ขอบคุณน้องเปิ้ล และทีมงานมากๆนะคะ หลังจา่กทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อย เราก็เดินทางไปต่อที่น้ำตกนางรอง ปันกับเอมิอยากเล่นน้ำตกมาก และเอมี่ก็เตรียมเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนเรียบร้อย แต่พอเราไปถึง….น้ำแห้งมาก เรียกว่าลงไปเดินกลางน้ำตกแบบแห้งๆเลยทีเดียว พอถามคุณป้าที่ขายผลไม้ ป้าบอกตั้งแต่เกิดมาก็พึ่งเห็นรอบนี้หละที่ไม่มีน้ำเลย ตอนนี้น้ำตกไหนๆก็ไม่มีน้ำ ให้ไปเล่นหน้าเขื่อนที่เค้าปล่อยน้ำมาให้ดีกว่า แล้งมากๆปีนี้

ฟังแล้วก็ใจหายนะ พ่อกับแม่เคยพาเอมี่มาที่นี่หละ เลยเล่าให้ปันกับเอมิฟังว่าคุณตาคุณยายมาเล่นน้ำที่นี่ เด็กเลยอยากมาบ้าง แค่สิบกว่าปีเองที่เอมี่ไม่ได้มา น้ำระเหยเร็วเนอะว่ามั้ย…

พลาดหวังจากน้ำตกนางรอง พี่น้องเลยขับพาเด็กไปเขื่อนขุนด่าน ไปเดินดูน้ำในเชื่อน ดูสันเชื่อน และก็ได้โอกาสอธิบายเรื่องเขื่อน อย่างน้อยเด็กๆก็จะได้รู้ว่าความสำคัญของน้ำมีมากแค่ไหน และความสวยงามของธรรมชาติเวลาที่มีน้ำกับไม่มีน้ำต่างกันอย่างไร แหม…นึกถึง Huka falls ที่นิวซีแลนด์เลย นั่นก็น้ำเย้อออมาก แบ่งมาให้เราบ้างแค่สิบ%ก็ยังดี แต่ก็นะประเทศเค้าต้นไม้ใหญ่มาก ประเทศเราต้นไม้เหลือแต่เล็กๆ ตัดแต่ลืมปลูกเติม มันก็เลยเป้นแบบนี้

ทริปนี้นอกจากความสนุกในการเยี่ยมชม และทำกิจกรรมที่ศุนย์แล้ว เด็กๆยังได้พบความจริงในโลกว่า น้ำตกก็อาจไม่มีน้ำได้ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนจริงๆ

ทริปนี้ร่ำลากันไปด้วยภาพน้ำใสๆ ที่ปล่อยมาหน้าเขื่อน เพื่อให้เด็กๆ ได้เล่นกันค่ะ น้ำใส ไหลเย็น แต่เป็นน้ำที่เกิดจากเขื่อนเก็บน้ำ ไม่ใช่น้ำตกตามธรรมชาติตามที่ควรจะเป็น

 

Review กันหน่อย Kyle backpack from Cann

เพราะกระเป๋าไม่ใช่แค่ไว้ใส่ของ ไม่งั้นเราคงพกแค่ถุงพลาสติกก็พอ

อิอิ จั๋วหัวซะ…เมื่อต้นเดือนที่ไปเที่ยวมา 17 วัน และก็จัดกระเป๋าไปกับแอร์เอเชีย โดยมีลิมิตซื้อไว้ที่ 55 โล ไม่รวม hand carry ที่ทางสายการบินให้ไว้คนละ 7 โล ซึ่งแน่นอนว่าเราแทบจะไม่นับน้ำหนักที่จะให้เด็กๆแบก เพราะสุดท้ายก็เรานี่หละที่ต้องแบก ว่าแล้วเราก็ต้องหากระเป๋าที่จะต้องจุของได้ 7 โล และมีช่องใส่ของที่เพียบ และทนทานมากพอที่เราจะแบกติดตัวกันไปเดินป่าเป็นช่วงๆ แต่ก็ต้องไม่มีขนาดใหญ่ และเทอะทะเกินไปจนดูไม่น่าถือ

และแล้วเป้แคนวาสสีเขียวทหาร ด้านหน้ามีสายหนังเส้นสวยพร้อมอุปกรณ์เกี่ยวคุณภาพดีงาม แถมช่วงใส่ของจุใจก็มาอยู่ตรงหน้า…เปล่านะ ไม่ได้เสกมา แต่เด๋วค่อยบอกนะว่าได้มาจากที่ไหน ขอเม้าท์สรรพคุณก่อน ว่ามันดีขนาดไหน และ เวิร์คสำหรับคนที่ไม่เปลี่ยนกระเป๋าบ่อยยังไง

เป้ที่เราใช้สำหรับการเดินทางในครั้งนี้มีสามใบ ใบแรกลายดอกไม้กิ๊บเก๋ของ Cath kidston ที่เอมี่สะพาย อิกใบคือ Kyle ของ Cann ที่สามีสุดที่รักเป็นคนนำไปใช้ และใบสุดท้ายคือ Kipling ของพี่ปัน จริงๆแล้วเราอยากจะยึด Kyle มาเป็นของเรามากอ้ะ เพราะช่องเยอะ และเก็บของตามหมวดหมู่ได้ง่ายสุดๆ แต่ถ้าจะให้คุณสามีมาถือเป้ลายดอกก็กระไรอยู่อ้ะนะ เลยต้องสะพายเป้ลายดอกไม้ประหนึ่งสาวน้อยผู้อ่อนหวาน

คนที่ใช้ Cath อยู่คงรู้ว่าเป้ด้านในไม่มีช่องแยกอะไรเลย คือโยนทุกสิ่งลงไปกอง เวลาจะหาก็ต้องใช้ระบบความหา หรือไม่ก็ควรมีกระเป๋าแยกหมวดเอาในนั้นอิกที แต่ในส่วนของกระเป๋า Kyle อ้ะ มีช่องแยกเพียบ มีซิป มีช่องเสียบปากกา มีช่องข้างๆ ไว้ใส่ขวดน้ำได้ คือแบบช่องค่อดเยอะเหอะ…

12794594_10209292040722885_7266469908365902202_n
กระเป๋าที่เราใช้เดินทาง 17 วันในนิวซีแลนด์ สำหรับผู้ใหญ่ 2 คน เด็ก 2 คน

เอาหละไหนๆ ก็อวยเป้ Kyle มาขนาดนี้ เลยมาเปิดให้ดูกันเลยว่า งานคนไทย ดีไซน์ไทย ทำในไทยแบบเนี๊ยบๆ ในราคาดี๊ดี มันมีอยู่นะ ไม่จำเป็นต้องไปจัดแบรนด์มาใช้ก็เก๋ได้

Kyle ทำจากผ้าแคนวาส 14 ออนส์ ช่องด้านในมี 4 ช่อง ด้านนอก 4 ช่อง ปิดด้วยซิปบนและตัวล๊อคอีกทีนึง
มีทั้งหูถือ และสายสะพายหลังปรับสั้นยาวได้ ใส่ Notebook 13 นิ้วก็ได้ เรียกว่า Multi function สีที่เอมี่ใช้คือ สี Olive จะออกเขียวทหารหน่อย เวลาเลอะจะได้ไม่เห็น 5555

ดูดิ มีช่องอย่างเยอะอ้ะ เรียกว่าเปิดไปทางไหนก็มีช่องแยก จัดของอย่างง่าย ด้านหลังยังมีช่องใส่ได้อีก

ในรูปเอมี่ถ่ายไม่สวยเท่าหน้าเพจเค้า https://www.facebook.com/cann.th/ ถ้าใครสนก็เข้าไปเลือกนะ มีหลายทรง และยังมีปักชื่อได้ด้วยอ้ะ นี่ก็พึ่งออเดอร์เพิ่มไปอีก รอบนี้ปัก Myamipann เลย กะว่าไม่แบ่งใครแระ…

12670765_10154210638193586_1532300901195320188_n

จริงๆ มีให้เลือก 7 สีนะ : Grey, Mustard, Olive, Teal, Navy, Black, Navy, Sand ราคา 1450 บาท ตอนนี้มีโปรส่งฟรีด้วยอ้ะ ลองติดต่อหน้าเพจเค้าโลด

สำหรับเอมี่ปกติไม่ใช้แบรนด์ เวลาเลือกจะเลือกจากฟังค์ชั่น และ ดีไซน์มากกว่า เราชอบเรียบๆ ไม่มีตราโลโก้ หรือโมโนแกรมใดๆ ถ้าใครชอบคล้ายเรา เอมี่ว่า Cann ตอบโจทย์ได้อยู่นะ

 

ก่อนจะถึงนิวซีแลนด์…

ก่อนจะถึงนิวซีแลนด์…แดนในฝัน

ก่อนอื่นต้องออกตัวเลยกว่า กว่าจะได้ไปเนี่ย แพลนกันยาวนาน ยาวตั้งแต่ก่อนจะมีแผ่นดินไหว และพอมีแผ่นดินไหวเราก็พักแผนไปชั่วขณะ ส่วนหนึ่งเพราะเด็กๆ ยังโตไม่พอ และส่วนตัวคิดว่าน่าจะอึดไม่พอสำหรับการเดินป่า แต่ปีนี้หลังจากที่ขุนกันมา เอ๊ยยย ออกกำลังกายกันมาประมาณนึง ก็ถึงเวลาที่สมควรที่จะไปเที่ยวแล้ว…อ่านแล้วดูดีมะ แต่ความเป็นจริงนั่นคือ แต่นแตน แต๊นนนน มีโปรตั๋วออกมาพอดีในช่วงที่กำลังหาค่ายซัมเมอร์ให้ปันปันกะเอมิ ป๊าน้องเลยบอกว่าพาลูกเที่ยวกันดีกว่า หลังจากนั้นก็เริ่มจัดช่วงที่เหมาะสม และหาข้อมูลงบประมาณคร่าวๆ เพื่อสรุปงบก่อนจองตั๋ว เพราะไม่ใช่เด๋วมาเป็นค่าตั๋วถูก ค่าครองชีพแพงโดดดดดด

มาดูกันว่าจะไปนิวซีแลนด์ต้องใช้อะไรกันบ้าง

1. ตั๋วเครื่องบินไปนิวซีแลนด์
ตั๋วโปรที่เราได้มาเป็นของแอร์เอเชียเอ็กซ์ในราคาเพียง 15,xxx บาทต่อคน ซึ่งในราคานี้รวมน้ำหนักกระเป๋า 55 kg เรียบร้อยค่ะ แต่ตั๋วนี้ไม่บินไดเร็ค หรือ Check Thru นะคะ ต้องแยกตั๋วออกเป็นสอง Routes ค่ะ คือตั๋วแรก กรุงเทพ-กัวลา / กัวลา-กรุงเทพ
ตั๋วสอง กัวลา-โอคแลนด์ / โอคแลนด์-กัวลา
ตั๋วแบบนี้ต้องเผื่อเวลาต่อเครื่อง เอากระเป๋า เข้า ตม แล้วไป checkin ใหม่อิกรอบนะคะ แต่ถ้าอยากได้แบบไม่ต้องเอากระเป๋าเข้าออก แค่เดินทรานสิทสวยๆก็มีค่า ไฟล์ทเดียวกันนี่หละ ราคาเพิ่มเป็นเกือบสามหมื่นต่อคนค่ะ ซึ่งถ้าราคานั้น ไม่ต้องบินโลว์คอร์สให้เมื่อยเนอะ ว่าแล้วเอมี่ก็จัดไฟล์ทแบบเผื่อๆ 3 ชั่วโมงไว้เดินเล่น หาอะไรทานก่อนไปนอนที่ไฟล์ทกัวลา-โอคแลนด์สบายๆ เพราะไฟล์ทขาไปนี่ได้แบบถึงกัวลา 6 โมงเย็น ต่อเครื่อง 3 ทุ่ม เรียกว่าสบายๆ ได้เวลานอนพอดี ทานข้าวเย็นกันก่อน แล้วก็นอนบนเครื่องค่ะ เครื่องจะถึงโอคแลนด์ราวๆ สามโมงเย็น เวลาเค้าเร็วกว่าเรา 5 ชั่วโมง นับกันจริงจังอยู่บนเครื่องห้าทุ่ม ถึง 11 โมงเช้าค่ะ มีพักเครื่องที่ Goldcoast 75 นาที แต่ไม่ต้องทำไร นั่งแต่หน้าทาแป้งไป
….
ตั๋วโลว์คอสก็มีอะไรให้ตื่นเต้นได้เสมอ ไฟล์ทเลื่อนจ้า ไฟล์ทไปโอคแลนด์เลื่อนจากสามทุ่ม เป็นห้าทุ่ม ก็นานขึ้นอิกสองชั่วโมง แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าเราต้องต่อเครื่องทัน คิดบวกตลอด…เด๋วเล่าไปเรื่อยๆ จะมีตั๋วเลื่อนเวลาอิก ชีวิตมีแต่เรื่องดีดีนะ 555

จองตั๋วไป-กลับเรียบร้อย ตามเวลาที่ต้องการ ต่อมาก็เหลือตั๋วบินในประเทศ รถบ้าน วีซ่า ใบขับขี่ จองแค้มไซต์ จองที่เที่ยวแล้ว จะว่าไปเหลือไม่มากนะ แต่ทำลิสต์น๊าน นานนนน กลัวไม่คุ้ม

2. ตั๋วเครื่องบินในประเทศนิวซีแลนด์
เราตั้งใจว่าจะขับรถเที่ยวจากเกาะเหนือไปเกาะใต้ค่ะ แต่ตอนจากเกาะใต้มาเกาะเหนือเราเลยต้องจองตั๋ว วิธีหาตั๋วถูกๆในประเทศ เอมี่หาจากเวบ www.skyscanner.co.th จะขึ้นราคาถูกสุดมาให้ค่ะ แล้วเราค่อยไปจองตรงอีกที รอบนี้เอมี่ใช้ Jetstar เจ้าเก่า ถึงแม้จะเคยทำเจ็บปวดที่ทริปโอกินาวามาแล้ว ทริปนี้เรามั่นใจ 5555
จองตั๋วเรียบร้อย แต่ไฟล์ทไม่ดีเลยอ้ะ ได้ไฟล์ทกลับตั้งแต่เช้า กลายเป้นเราต้องมารอที่ โอคแลนด์ 8 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง….แต่แล้ว jetstar ต้องเคยรู้ว่าเราช้ำใจ เลยยกเลิกไฟล์ทเช้าซะงั้น กลายเป็นกลับบ่ายสามกว่าๆ มาถึงโอคแลนด์ มีเวลารอต่อขึ้นเครื่องกลับ 2 ชั่วโมงครึ่ง คืออยากเที่ยวใช่มั้ย จัดไป ตกเครื่องเรื่องของแก 5555 (และเวลาที่เรามีเท่านี้ ก็ทำให้เกิดวีรกรรมวิ่งสู้ฟัดในวันสุดท้าย รอตามอ่านนะจ้ะ)
ตั๋วเกาะใต้ไปเกาะเหนือนี่ 4 คน 9พันต้นๆค่ะ ราคาดีอยู่นะคะ น่าบินไปกลับซักสองรอบ…

3. รถบ้าน หรือ เรียกเกร๋ๆว่า Camper van หรือ Motor home
หลายคนฝันว่าการนอนในรถเป็นสิ่งที่ต้องทำเวลาไปเที่ยวนิวซีแลนด์ เด็กที่บ้านก็เช่นกัน จองนอนหลังคากันตั้งแต่ยังหารถไม่ได้ ส่วนตัวเอมี่เห้นข้อดีตรงไม่ต้องแบกกระเป๋ายกขึ้นลงเพราะเปลี่ยนโรงแรมทุกวัน และสามารถทำอาหาร เข้าห้องน้ำได้โดยไม่ต้องวุ่นวายหาปั๊มน้ำมัน จะว่าไปก็น่าสนุกนะคะ ว่าแต่เราเลือกรถบ้านยังไง เด๋วลองอ่านดูค่ะ ก่อนอื่นเราก็ถามผู้รู้ เท่าที่เรารู้จักก่อนค่ะ ว่ารถบ้านเนี่ยจองจากที่ไหน ใช้ยี่ห้ออะไร และก็หาข้อมูลเพิ่มเติมในพันทิป กูเกิล ซึ่งบอกได้เลยว่า ข้อมูลเยอะมากๆ ถ้ามัวแต่ลงดีเทล อาจช้าไปไม่ทันการณ์ ดังนั้นเราเลยกำหนดรถที่เราต้องการขึ้นมาก่อน จะได้ง่ายต่อการจอง
– Auto transmission
– รถไม่เกิน 3 ปี
– All insurance
– มี ฺBooster seat 2 อัน
– ราคาไม่สูงมาก
หลังจากสรุปได้แล้ว เราก็เริ่มติดต่อบริษัทเช่ารถที่นู่น ไม่ว่าจะเป็นติดต่อตรง หรือ ดีลเลอร์ เน้นที่คุยสื่อสารง่าย ตอบรวดเร็ว Feedback ดี แล้วเราก็ได้เจ้านี้มา Detournz ทำทุกสิ่ง ทำราคาทั้งของ Britz และ Jucy มาให้ แถมยังทำทริปจองให้ได้ในราคาพิเศษกว่าจองเอง กว่าจะตัดสินใจจองได้นี่คือคุยมาประมาณ 4 เจ้า เจ้านี้ดีลดี และคุยต่อรองเรื่องเงินมัดจำได้ง่ายๆ และชาร์ตบัตรถูกกว่าเจ้าอื่นค่ะ ที่สำคัญถามมาตอบไปตลอด ไม่มีทิ้งให้รอเลย เอมี่ติดต่อกับ เจ้าหน้าที่ของเวบนี้ จนถึงตอนนี้ก็ยังคุยอยู่เลย 555 เด๋วตอนรับรถแล้วใช้บริการทัวร์ครบทุกสิ่งแล้วจะมาให้คะแนนอีกทีนะคะ ตอนนี้เล่ารายละเอียดกันไว้ก่อน เนื่องจาก เดือนที่เราไปยังถือเป็นปลายหน้าท่องเที่ยงของเค้า ราคารถเช่าเลยค่อยข้างสูงค่ะ เอมี่ได้มาคืนละ 6250 บาทแหนะ เคยได้ยินว่าเค้าไปกันเดือน พค นี่เหลือครึ่งนึงเลยนะ แต่เวลาเที่ยวก็ลดลงเหมือนกันอ้ะ เพราะเข้าหน้าหนาวเห็นว่ามืดเร็วอยู่ เอาไปว่าจองแล้วอย่าคิดมาก เท่าไหร่ก็ไปเหอะ 555
ไหนๆก็บอกแล้วว่า พค ถูก ถ้าจะให้ถูกลงไปอิก ต้องขับจากใต้มาเหนือนะจ้ะ ลด50% อ้ะ
สรุปเราก็ได้ Britz 4 berth outbounder อย่างเดียวที่เราไม่ค่อยชอบจาก spec ก็คือมันไม่มีgas heater ทำให้เราต้องชาร์ตไฟเข้าอย่างน้อยวันเว้นวัน ถ้าเราจะใช้ heater ทำให้เราไม่สามารถ freedom camping ได้  เราเลยต้องนอน powersite ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายตกวันละพันอัพ แต่เราก็สลับกับวันที่ไม่มีไฟบ้างเหมือนกันนะคะ หลังจากอ่านรีวิวดีดีของหลายท่านในพันทิป เด๋วจะได้รู้ค่ะ ว่าถ้าไม่เสียบปลั๊กแล้วจะมีฮีทเตอร์ได้ทั้งคืนมั้ย

4. วีซ่า
จะว่าไปถ้าใครจองแบบตั๋วเครื่องบินที่ไม่โลว์คอส ส่วนใหญ่น่าจะไปทำวีซ่าก่อนที่จะมาจ่ายค่าตั๋ว จองเครื่องบิน เช่ารถบ้านกัน แต่ของเราทำกลับด้าน เพราะราคาตั๋วยั่วยวนเกินห้ามจิต เราเลยจองตั๋ว จองรถบ้าน กันก่อนทำวีซ่า มั่นใจหนักมาก 5555

สำหรับวีซ่าของนิวซีแลนด์จะว่าไปนี่ง่ายมากนะคะ เพราะเราไม่ต้องไปสถานฑูต เราไปทำที่เอเย่นต์ที่ตึก TTF ตรงสีลมได้เลย โดยโหลดเอกสารจากเวบ www.ttnzvisa.com และรายละเอียดตามนี้เลยค่ะ

เอกสารประกอบการขอวีซ่าท่องเที่ยว

  • ใบสมัครวีซ่าท่องเที่ยว (INZ 1017/INZ 1189) ที่ได้กรอกรายละเอียด พร้อมกับติดรูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า 4,300 บาท (ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2555) ชำระค่าธรรมเนียมด้วย บัตรเครดิตวีซ่า/มาสเตอร์ ตั๋วแลกเงิน แคทเชียร์เช็ค หรือ เช็คที่ออกโดยธนาคาร สั่งจ่าย สถานทูตนิวซีแลนด์(สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)” จะไม่มีการคืนค่าวีซ่าไม่ว่าผลการพิจารณาจะได้รับการอนุมัติหรือไม่
  • หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  • หลักฐานการจองตั๋ว หรือตั๋วเครื่องบิน
  • หลักฐานการเงิน (สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลังติดต่อกัน6 เดือน หรือ Bank statement) ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทางอย่างน้อยคนละ 1,000 เหรียญนิวซีแลนด์ ต่อเดือน จำนวน 1 ชุด

ระยะการรอวีซ่าประมาณ 5-7 วันทำการค่ะ ตอนที่บ้านยื่นชุดเดียวเป็น Family ค่าธรรมเนียม 5150 บาทค่า ถ้าจำไม่ผิดรวมส่ง EMs ถึงบ้านด้วยหละ

5. Campsite สำหรับจอดรถแต่ละคืน 
ก่อนอื่นเราต้องลิสเมือง และที่เที่ยวที่เราอยากไปก่อนค่ะ และก็มาคำนวณระยะทางใน Google Map คร่าวๆค่ะ ว่าระยะทางจากแต่ละจุดกี่กิโล และ ใช้เวลาในการเดินทาง และ การแวะชมแต่ละที่เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะไม่ใส่เกิน 3 ที่ เพราะบางที่ต้องใช้เวลาเดินเข้าไปชมนาน และการขับรถ และ จอดรถบ่อยๆ ไม่สะดวกนักสำหรับการขับ และ กาที่จอดค่ะ หลังจากที่เราลิสต์แผนที่จะเดินทางเสร็จ เราอาจจะลิสต์แคมป์ไซต์ที่เราจะไปพักครา่วๆ ซักสองสามที่ แต่ถ้าเราดูแล้วมั่นใจว่าเราจะพักที่นั่นแน่นอน จองก่อนก็ไม่เสียหายค่ะ ช่วงห้าวันแรกที่เกาะเหนือ เอมี่จองออนไลน์ไปก่อนเลย แต่ในส่วนของเกาะใต้นี่ปล่อยฟรีไว้บางวันค่ะ

เวบสำหรับเลือก Campsite
แบบเลือกได้ว่ามีไฟหรือไม่มีไฟ powercamp site/non powercamp site แบบนี้ราคาประมาณ 60-80 NZD ต่อคืนนะคะ
https://www.top10.co.nz/
https://www.kiwiholidayparks.com/

แบบ freedom camping นอนตามอุทยาน ไม่มีไฟ แบบนี้ราคา  20-40 NZD ต่อคืน ราคาเปลี่ยนตามจำนวนคน
http://www.doc.govt.nz/campsites

ส่วนใครที่มีนอนโรงแรมคืนที่ไปถึง และคืนกลับ ถ้าจอง Ibis Auckland เอมี่แนะนำให้จองตรงกัน Accor ราคาถูกกว่าจองกับ Booking.com ค่า แต่ในส่วนของโรงแรมอื่นๆ ใน NZ เอมี่ยังแนะนำให้เช็คราคากับ booking.com เป็นหลัก คืนสุดท้ายเอมี่ก็จองผ่าน booking.com ค่ะ

6. ที่เที่ยว
ที่เที่ยวในนิวซีแลนด์ที่ดังๆ มีไม่มากค่ะ ที่ต้องจองล่วงหน้า แต่ถ้าเค้าให้บริการไม่ได้เค้าก็จะคืนเงินเราทันที ระบบการใช้บัตรเครดิตที่นั่นสะดวก สบายค่ะ อาจจะแลกเงินไว้ประมาณนึง ไม่ต้องเผื่อเยอะ ยกเว้นว่ากะจะช๊อปปิ้ง ตอนเอมี่แลกไป rate  23.6 ตอนรูดบัตร บัตรตัดมาประมาณ 24.9 ค่า ต่างกันไม่มาก รูดได้ไม่เครียดมาก เพราะส่วนใหญ่เราจองรถ จองเรือ จองห้องออนไลน์ เค้าก็ตัดบัตรเราไปอยู่ดีค่ะ

หลายที่เที่ยวใน NZ หลายที่ต้องจองล่วงหน้า เพราะเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนสนใจ ยิ่งถ้าเราไปฤดูท่องเที่ยวด้วยนะ จองล่วงหน้าไปเลยค่ะ อย่าง Milford sound ถ้าอยากนอนในนั้น ต้องจอง Milford lodge ล่วงหน้ากันเดือนสองเดือนเลยหละ ที่เที่ยวรอบนี้ที่เอมี่จองจากที่ไทยไปมี Whale watch ที่ Kaikoura กับ เรือ Milford ที่มีหลายเจ้ามากๆ เด๋วมาเล่าในบล๊อกต่อนะคะ ว่าจองกับเจ้าไหน

ทริปนี้บ้านเราไป 17 วัน รวมบินนะคะ นอนใน campervan 13 คืน นอน รร 2 คืน และ นอนบนเครื่อง 2 คืน
รวมระยะขับรถจากเกาะเหนือไปเกาะใต้ 3300 กม ซึ่งเกินจากแผนที่เตรียมไว้เกือบ 500 กม ใช้งบไปคร่าวๆ ตกคนละ 70,000 บาท

7.แผนเที่ยว
พยายามทำละเอียดไว้ประมาณนึง เพื่อเป้นข้อมูลในการบรีฟเส้นทางให้คุณสามีก่อนถึงวันขับรุ่งขึ้น และ เตรียมเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้เด็กๆฟังแต่ละวันต้องเตรียมตัวอย่างไร และจะได้เจออะไรในวันรุ่งขึ้นเช่นกัน

nz1

nz2nz3nz4

หลังจากได้แผนกันเรียบร้อย ก็เริ่มเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศ เอมี่จัดกระเป๋าเตรียมเรียบร้อยในบล๊อกก่อนหน้านี้นะคะ หลังจากนี้จะเป้นเรื่องเที่ยวในแต่ละวัน ว่าทำได้ตามแผนแค่ไหน เด๋วมาเม้าท์ มาอัพกันต่อแบบเจาะลึกเรื่อง surprise ในแต่ละวัน

ขอบอกว่าทริปนี้ไม่หมู ยังมีเรื่องราวมากมายรออยู่ข้างหน้าเยอะมาก เรียกว่าเป็นทริปวัดใจ วัดพลังครอบครัวกันเลยค่ะ แต่เราก็ผ่านมันมาได้ ไม่ว่าจะแบบสบายๆ หรือแบบฉิวเฉียดกันยันวันสุดท้ายค่า

“การเดินทางของเราสองคนคือการเรียนรู้ การเรียนรู้ของเราสองคนคือความเข้าใจ เธอเข้าใจ และ ฉันเข้าใจก็ทำให้เรามั่นใจ”
Cr. เพลงการเดินทาง ของคุณชาติ เข้ากับทริปนี้มากๆเลยค่ะ

เตรียมเที่ยว ต้องเตรียมทริป New Zealand Demo

NZ travel mapเตรียมเที่ยว ต้องเตรียมทริป New Zealand Demo

ก่อนจะไปถึงนิวซีแลนด์ เอมี่เตรียมทริปให้เด็กๆที่บ้านได้เปิดจินตนาการไปพร้อมกันก่อนค่ะ จะได้เตรียมใจ เตรียมตัว ว่าทริปที่เราจะไปในครั้งนี้ ไม่ใช่ทริปธรรมดาเหมือนทุกทริปที่เราเคยไป เพราะทริปนี้เราจะแบกบ้านขึ้นรถไปด้วย หรือ เรียกแบบง่ายๆ ว่ารถบ้าน และแน่นอนคือยังไม่มีใครในบ้านเคยไปมาก่อน เราก็ต้องเริ่มให้การศึกษา เอ๊ยยยย เริ่มให้ข้อมูลในการเที่ยวแบบคร่าวๆ กันก่อนเนอะ ว่าแล้วมานั่งดูแผนการเดินทางที่เตรียมไว้ ก่อนจะเดินทางจริงวันที่ 5 เมษากันก่อนเลยค่ะ

5 เมษา
1200           ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เตรียมตัวเช็คอิน
1515-1825 เดินทางถึงสนามบินกัวลาลัมเปอร์ แวะพักทานอาหารเย็น และเดินเล่นเย็นๆ ใจ
2355-1615 เดินทางออกจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์ ก่อนไปแวะเติมน้ำมันที่ Goldcoast สักชั่วโมงนึง
อ้ะอ้ะ ไม่ต้องลงจากเครื่องจ้ะ หาไรกินบนเครื่องไปก่อน

6 เมษา
1615             ถึงสนามบินออคแลนด์ แวะเอากระเป๋า และ ซื้อซิมพรีเพดที่ Spark ก่อนเดินลั้นลา 900 ม.ไปพัก Ibis Airport hotel
1730             เข้าที่พักเรียบร้อย ออกมาหาอาหารเย็น และ เตรียมตุนเสบียง
แจ้ง reception ให้รบกวนติดต่อ Shutter bus ของ Britz มารับพรุ่งนี้เช้า
2000            นอนพักตามอัธยาศัย

7 เมษา
0730             ตื่นเช้า สดชื่น ทานอาหารเช้าในห้องพักให้เรียบร้อย
0830             เตรียมพร้อมรอรถมารับที่ล๊อบบี้
0900-1030 รับรถ ตรวจสอบรถ และตุนเสบียงกลางวันเตรียมทำอาหารเย็น
1030-1330   มุ่งหน้าไป Waitomo cave
1400-1600  แวะชมหนอนเรืองแสง เดินชมสถานที่
1600-1630   เข้าที่พัก Waitomo Top 10
1630-1730   เตรียมอาหารเย็น เดินเล่น อาบน้ำ พักผ่อน

8 เมษา
0730-0830 ทานอาหารเช้า ตรวจสอบรถ เติมน้ำดี เทน้ำทิ้ง(ถ้ามี)
0900-1130 เดินทางสู่เมืองน้ำพุร้อน Rotorua
1130-1500   เพลิดเพลินกันสัตว์นานาชนิด และ รับประทานอาหารกลางวันที่ Rainbow Spring
1530-1700   ไป Treewalk กันท่ามกลางต้นไม้สูงๆ สวยๆ ที่ Redwoods
1730              เตรียมอาหารเย็น เดินเล่น พักผ่อน แช่น้ำแร่ที่ Waikite Valley Thermal Pools

9 เมษา
0900-1230 แวะชมความงดงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นบ่อโคลนเดือด น้ำพุร้อน ธารน้ำร้อนสีสันสวยงามที่เกิดจากธรรมชาติที่ Wai-O-Tapu Thermal Wonderland ; One of the 20 Most SURREAL Places in the World
1015             Lady Knox Geyser
1300-1600 แวะตกกุ้ง ชมบ่อกุ้ง และ ทานกุ้งกันที่ Huka prawn park ค่ะ ให้เด็กได้เรียนรู้การทำฟาร์มกหุ้ง ให้อาหารกุ้งอนุบาล ไปจนถึงกุ้งประถม มัธยม ก่อนสอนตกกุ้งค่ะ
1600-1730 แวะชมธรรมชาติที่ Tongariro National Park ก่อนเข้าพักที่ Discovery Lodge Tongariro
1800            ทำอาหารเย็น และ เตรียมทำความสะอาดรถ ถ่ายของเสีย เทน้ำทิ้ง เติมน้ำดี ก่อนพักผ่อนอาบน้ำตามสบาย

3

10 เมษา
0830            ตื่นเช้า เตรียมอาหาร วันนี้จะต้องเดินทางยาวไปที่ท่าเรือเพื่อเตรียมตัวย้ายเกาะในวันพรุ่งนี้
1330-1730  ถึง Wellington แวะ Tepapa Museum พิพิธภัณฑ์ของนิวซีแลนด์อีกที่ที่รวบรวมเรื่องราวของเกาะนิวซีแลนด์ และมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้เด็กๆ ได้ดูอีกเพียบ และช่วงบ่ายนี้จนถึงเย็น เราจะเดินเที่ยวในเมือง Wellington และทานข้าวเย็นกัน
1730-1800 เข้าพักที่ CAPITAL GATEWAY MOTOR INN เตรียมทำความสะอาดรถ ถ่ายของเสีย เทน้ำทิ้งเติมน้ำดี ก่อนพักผ่อน อาบน้ำตามสบาย ก่อนเตรียมตัวขึ้นเฟอร์รี่ไปตะลุยเกาะใต้กันต่อในวันพรุ่งนี้

4

เข้าสู่เกาะใต้กันแล้ว หลังจากที่จองเรือกันแล้ว ตามที่เรากะเวลาไว้ เราจะไปขึ้นเรือรอบเช้าตรู่ค่ะ

11 เมษา
0700-1100 ขับรถขึ้นเฟอรี่ ทานอาหารเช้าแล้วก็ไปดูวิวบนเรือกันเลยจ้า รวมรอขึ้น และรอลงก็น่าจะสามชั่วโมงเบาๆเริ่มหิวกันแล้วสินะ
1130-1300    ขับรถไปทานอาหารกลางวันที่เลื่องชื่อกันเรื่องหอยที่ Mussel Pot กัน ในแผนที่เตรียมไว้ เราจะสั่ง หอยย่าง และ หอยนึ่งกัน
1430-1600  หลังจากทานหอยกันแล้ว เราก็มาเอนจอยกับการจ้องลูกแมวน้ำเล่นน้ำตกกันที่
Ohau Stream Walkway and Waterfall ดูให้เต็มที่ พร้อมทั้งเดินเล่นไปตามทางที่ธรรมชาติสร้างสรร ก่อนไปหาอาหารเย็นกันต่อ
1600-1700 แวะซื้อ Clayfish กันที่รถขายกุ้งข้างทางที่ฮิตติดลมของที่นี่ Nins Bin แล้วก็ไปเข้าที่พักกันเลย
1700             คืนนี้นอนที่ Keikoura Top10 แวะเล่น แวะเที่ยวกันตามชอบ

12 เมษา
0900            ตื่นมาทานข้าวเช้า และเตรียมตัวไปดู Sperm Whale กับ Whale watch กันเลยจ้า
1030-1330 Whale watch
1600-1700 พาเด็กเดินสำรวจถ้ำกันหน่อย Cave Stream Scenic Reserve cave walk ใช้เวลาเดินไปกลับสักชั่วโมง พอได้เหงื่อ ก่อนขับรถผ่าน เส้นทาง Arthur’s Pass ที่เชื่อมระหว่างฝั่งตะวันตกและตะวันออก คืนนี้เราจะนอนแบบ Freedom campsite คืนแรก ไม่มีไฟให้ชาร์ต
1700-1800 Avalanche Creek Shelter Campsite หรือ Lake Pearson

7

13 เมษา
0900-1000 เดินเล่นรอบที่พักตามสบาย เด๋วเราจะไปเดินเมือง Hokitika กันต่อ
1100-1330   ทานข้าวกลางวัน และ ชมเมือง Hokitika
1400-1500  เข้าที่พักที่ Rainforest Holiday park ก่อนออกมาเดินชมธารน้ำแข็ง Franz Josef Glacier และ เดินเล่น Franz Josef Glacier Village

9

14 เมษา
0900-1000 เช้านี้มีนัดกับ Lake Matheson ทะเลสาบกระจกที่มีคนถ่ายรูปไปทำโปสการ์ดมากที่สุดในโลกอีกที่
1100-1230   แวะซื้อปลา Whitebait กันที่ Curly Tree Whitebait Company และแวะทานอาหารกลางวันกันซะเลย
1300-1400  แวะชมความงดงามของ Blue pool และ Mt. Aspiring สักครู่ก่อนเดินทางไป Puzzle world ที่ เมือง Wanaka
1500-1700   Puzzle World
1700-1800   เข้าพักที่ Wanaka Top10 เคลียร์รถ ชาร์ตไฟ ให้เรียบร้อย พรุ่งนี้นอนอุทยานจ้ะ

8

15 เมษา
0900-1100 เช้านี้เราจะไปทานปลาแซลมอล พร้อมทั้งซื้อกลับมาเป้นเสบียงก่อนไปนั่งชม Lake tekapo
1200-1500  แวะพักทานอาหารเที่ยงกันที่ Church of the Good Shepherd ก่อนเดิน Trekking รอบๆLake tekapo
1500-1700  ออกเดินทางต่อไป MT. Cook แวะพักที่ White horse hill วันนี้นอนอุทยาน ไม่มี powersite รีบอาบน้ำ รีบนอนนะจ้ะ วันนี้ไม่ต้อง Dump

16 เมษา
0900-1100 เดินเล่น พักผ่อนที่ MT.cook ก่อนทานอาหารและออกเดินทางไปเมืองผลไม้กันค่ะ
1200-1330  แวะทานอาหาร ซื้อผลไม้ตุนที่ Jones Family Fruit Stall แวะชิมไอติมอร่อยๆกันหน่อย ก่อนออกเดินทางไปขุดทองที่ Arrow Town
1300-1500 แวะกินขนม เดินชมเมือง Arrow Town สักพัก ่
1630            เข้าพักผ่อน ทำความสะอาดรถ เติมน้ำดี เทน้ำทิ้งกันที่ Kingston Holiday Park

17 เมษา
0900-1200 วันนี้มีนัดกับ Milford Sound ออกเดินทางแต่เช้าไปขึ้นเรือ พร้อมทานอาหารกลางวันบนเรือ
1345-1525    ล่องเรือชม Milford Sound และแวะ Underwater discovery เอาให้อิ่มกันไปเลย สำหรับเด็กๆที่ชอบดูปลาอย่างปันกะเอมิ
1700              เข้าพักที่ Cascade Creek Campsite เป็นอีกอุทยานที่เป็น Non powersite นอนท่ามกลางธรรมชาติกันให้เต็มที่

RJ_Vol9_61 U_Rotator

18 เมษา
0900-1200 วันนี้พักสบายๆ เดินเที่ยวชม แถวที่พักไม่ต้องรีบไปไหน
1300              เข้าเมือง Te Anua และพักที่ Te Anau Lakeview Kiwi Holiday Park พรุ่งนี้เราจะเข้าควีนส์ทาวน์กัน ขับรถสบายๆค่ะ ตรวจเช็ครถให้เรียบร้อย พรุ่งนี้คืนรถ และนอนโรงแรมที่ควีนส์ทาวน์

 

19 เมษา
0830-1130   ขับรถเข้าควีนส์ทาวน์ แวะเล่น Luge ที่ skyline กันให้เต็มอิ่ม ก่อนมา Drop กระเป๋าที่ Absoloot Value Accommodation
1530              คืนรถบ้าน และเย็นนี้เราจะออกมาเดินเล่นชมเมืองกันก่อนกลับพรุ่งนี้

calgary_luge_intro

20 เมษา
0900-1100 เดินเล่น แวะดูโน่นนี่ตามใจในตัวเมือง
1230              Check out และเดินทางไปสนามบินควีนส์ทาวน์
1525              ขึ้นเครื่องบินกลับไป Auckland
1710              ถึง Auckland int’l เตรียมต่อเครื่องกลับ
1930-0440 Auckland – Kuala

21 เมษา
0820-0930 Kuala – BKK

จบทริปล้างปอด สูดโอโซนที่นิวซีแลนด์ เดี๋ยวลองดูกันนะคะ ว่าจะได้ตามแผนมั้ย และจะมีอะไรที่น่าสนุก และน่าตื่นเต้นมั้ย…เอาหละ เตรียมนับถอยหลังไปเที่ยวแล้วค่า

เครดิตรูปประกอบการมโนก่อนไป
www.rankers.co.nz
http://www.waitomocaves.com
www.roughguides.com
www.everythingnewzealand.com
www.realjourneys.co.nz
http://www.skyline.co.nz/queenstown/luge/

บล๊อกต่อไปค่อยมาดูของจริงที่ได้เจอกันนะคะ

 

 

 

 

 

กว่าจะได้ทริปไปเที่ยวสักทริป…

ขึ้นหัวข้อมาแบบนี้…อ่านแล้วเห็นถึงความยากลำบากในการจัดทริปเลยเนอะ จริงๆปกติที่บ้านจะจัดทริปใหญ่ๆกันปีละครั้ง ทริปที่แบบไปประเทศที่ไม่ใช้ภาษาไทย ทริปที่ต้องนั่งเฝ้าตั๋ว นั่งหาข้อมูล นั่งดูแรงบันดาลใจในการน่าไปเที่ยว ไม่ว่าจะจากลูก จากแม่ หรือกระทั่งจากพ่อ เอมี่เริ่มจากการจัดความสำคัญในการทำทริปตามนี้ค่ะ

  1. เวลา ช่วงเวลาที่ทุกคนสะดวก เพราะส่วนใหญ่ทริปนอกประเทศจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 วัน เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่ไปได้จะมีแค่ช่วงปิดเทอม ไม่ว่าจะเมษา หรือ ตุลา ซึ่งในแต่ละครั้งเราจะเตรียมตัวล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี หรือตั้งแต่มีโปรตั๋วเครื่องบิน
  2. ราคาตั๋วเครื่องบิน จะว่าไปราคาตั๋วนี่เป็นตัวดึงดูดแรกในการจัดทริปในแต่ละครั้งค่ะ เพราะเด็กๆเริ่มโตแล้ว สามารถไปทริปที่ตั๋ว Low cost ได้สบาย ถ้าเวลา หรือ การต่อไฟล์ไม่ได้ลำบาก หรือดึกดื่นเกินไปนัก บ้านเราสามารถค่ะ ปกติโปรดีดีที่เราดูจะเด้งมาจาก Ar-pae ค่ะ
  3. สถานที่ที่มีตั๋วโปร ฮ่าฮ่า เข้าใจถูกแล้วค่ะ ถึงตั๋วจะถูกแสนถูก แต่ถ้าเป็นที่ที่เคยไปมาแล้ว หรือไม่อยู่ในลิสต์ที่คิดไว้ เราก็ผ่านค่ะ จะไม่ยอมเสียเวลาและเงินไปกับทริปซ้ำเด็ดขาด
  4. ราคาวีซ่าในการเข้าแต่ละประเทศ อันนี้เอาไว้ทำงบค่ะ หลายประเทศไม่ต้องทำวีซ่า แต่ส่วนใหญ่ที่เราชอบนี่ต้องขอวีซ่าทั้งนั้นเลย
  5. ราคาค่าครองชีพในแต่ละวันคร่าวๆ ส่วนใหญ่ข้อมูลพวกนี้หาไม่ยากค่ะ ถ้ามีราคาตั๋วและสถานที่เที่ยวในใจแล้ว ราคาที่พัก ราคาค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน วิธีการท่องเที่ยวในแต่ละประเทศจะไหลมาประหนึ่งเปิดสายดับเพลิงคือ แรง เร็ว และ ไว สามารถสรุปงบได้ภายใน 1-2 วัน ซึ่งสาเหตุที่ต้องรีบสรุปเพราะตั๋วโปรนี่มาไวไปไวค่ะ เช็คห้องพักคร่าวๆ ปกติดูที่ booking.com ค่ะ แล้วค่อยมานั่งทำละเอียดอีกทีตอนจองทริปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีเวบเยอะมากให้เลือกราคาอ้ะ
  6. หลังจากสรุปได้คร่าวๆ เริ่มกำหนดช่วงแล้วดูราคาตั๋วค่ะ จัดไว้สัก 1-3 ช่วงเวลาที่สะดวก เพื่อเปรียบเทียบราคาที่ดีที่สุดค่ะ หลังจากนั้นก็จองเลย

ได้ทริปคร่าวๆ เรียบร้อย สำหรับตั๋ว low cost นี่อาจจะตื่นเต้นหน่อยสำหรับประเทศที่ต้องใช่วีซ่า เพราะจะจองลอยๆ แบบจองผ่านเอเย่นต์เพื่อเอาไปยื่นวีซ่าก่อนไม่ได้ เรียกว่างานนี้ต้องมีลุ้นค่ะ แต่จะว่าไปคนที่เที่ยวปกติอยู่แล้ว วีซ่าไม่น่ามีปัญหาค่ะ และการที่เราจองตั๋วแล้ว จ่ายเงินแล้ว สถานฑูตต้องเห็นใจเราสิน่า…

page jp

จะว่าไปก็ไม่ยากเท่าไหร่นะคะ จะไปเที่ยวแบบประหยัดทั้งที หลายคนจัดไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มยังไง เอมี่ว่าเสตปนี้น่าจะง่ายสุด และประหยัดทั้งเวลา และ เงินในการเที่ยว

เพราะถ้าเราจองตั๋วไปแล้ว เรื่องหลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะเราจะเริ่มแตกตารางเที่ยว หาที่เที่ยวที่พักทีละวัน ถ้าใครเป็นนักชิมจะลงละเอียดไปถึงร้านอาหารในแต่ละเมืองที่ไปก็น่าสนุกนะคะ ข้อมูลทุกวันนี้หาง่ายค่ะ แค่พิมพ์สถานทีลงไป เด๋วก็มีรายละเอียดออกมาเพียบค่ะ

แต่สำหรับคนที่เงินเหลือเฟือ ข้ามโพสต์นี้ไปเลยค่ะ เพราะซื้อตั๋วเมื่อไหร่ก็สบ๊ายยยย ^^

ในวันที่ลูกเริ่มมีความลับ…

จะว่าไปคงไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก สำหรับการที่เด็กสักคนจะมีความลับ แต่จะว่าไปเราไม่มีทางรู้เลยว่าความลับของลูกจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ถูกมั้ยคะ เพราะถ้าเรารู้มันคงไม่ใช่ความลับ…

เมื่อลูก ริอ่าน มีความลับ…พอเขียนแบบนี้ขึ้นมา รู้สึกมันช่างเป็นเรื่องใหญ่เสียเหลือเกินในมุมมองของคนเป็นแม่ ทั้งสับสน ทั้งงุนงง และรู้สึกเหมือนถูกหักหลังเล็กๆ เด็กตัวน้อยที่เราเห็นมาตั้งแต่ตัวแดงๆ วันนี้หัดมีความลับอ่ะ เฮ้อออ เขียนๆอยู่นี่ก็ยังสับสนนะ เพราะตอนแรกที่รู้นี่แอบใจสั่น แต่พอถอยตัวเองออกมาเป็นคนปกติที่ไม่ใช่แม่ กลับรู้สึกต่างออกไป และพอเริ่มถอยตัวลงไปสมัยอายุน้อยสุดเท่าที่จำความได้…กลับพบว่าจริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่นิ ถ้าความลับที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และเป็นความลับที่เราต้องการเก็บไว้แค่พอเป็นส่วนตัว คงเหมือนกับการเขียนสมุดบันทึกและไม่อยากให้ใครอ่านแค่นั้น

1456216811423

ความลับของปันปันกะเอมิ
เป็นเรื่องขนม เรื่องอาหาร ที่เราเฝ้าบอกว่า ไม่ควรกิน ไม่มีประโยชน์ เรียกว่าทุกครั้งที่ขอซื้อก็มักได้รับการปฏิเสธจากพ่อและแม่เสมอ ย้อนกลับมาถามตัวเองค่ะ ว่าเรามีวันไหนที่อยากจะกินมาม่าต้มทั้งๆที่อิ่ม ทั้งๆที่แค่ได้กลิ่นจากบ้านข้างๆมั่งมั้ย ก็มีนะ และเราก็ทำเลยด้วยทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ ผมร่วง ผงชูรสเยอะ บลาบลาบลา… หมากฝรั่ง ตอนเด็กๆก็โดนพ่อกับแม่ห้ามเหมือนกัน แต่ก็อยากชิม และก็เตือนตัวเองเสมอว่าอย่ากลืน แบบเดียวกับที่ทุกวันนี้เฝ้าห้ามลูกซื้อ…ซึ่งลูกไม่เคยได้ชิมซักกะที เยลลี่ ขนมขบเคี้ยวก็เช่นกัน ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไม่ให้ลูกกิน แต่นั่นก็แค่ในสายตาเราค่ะ ที่เค้าเชื่อ และ ยอมทำตาม แต่เมื่อไหร่ที่เราเผลอ…เมื่อไหร่ที่เค้ามีอิสระ เค้าจะไม่พลาด

เอาหละค่ะเข้าเรื่องกันดีกว่า เมื่อความลับไม่เป็นความลับอีกต่อไป สำหรับเหตุการณ์ที่เอมี่เจอ เรียกว่าเจอกันต่อหน้าและปันปันก็ไม่ได้มีอาการปากซีดตัวสั่นที่เจอแม่ แต่กลับแสดงความภูมิใจที่ได้ทำให้แม่เห็นมากกว่า

เหตุการณ์ที่ 1 ที่เอมี่เจอ แต่เป็นครั้งที่ 3 ที่ปันทำ ปันลงไปเรียนเทควันโด พร้อมแอบพกเงินไป 10 บาท เพื่อข้ามถนนไปซื้อมาม่าต้มยำกุ้งถ้วยเล็กที่เซเว่น ซึ่งการไปซื้อ ต้องเดินข้ามถนนเล็กๆ ที่มีรถวิ่งเข้าคอนโดไม่บ่อย และเป็นวันเวย์ เอมี่ลงไปเจอเพราะต้องไปส่งของที่หน้าตึก ตรงแถวโรงเรียนเทควันโด และหาปันไม่เจอครูเลยบอกว่าเค้าขอไปซื้ออาหารที่เซเว่น (ตอนครูบอกก็เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กวัยนี้ แต่แปลกที่เราดันรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดา) แล้วเราก็เห้นปันปันเดินยิ้มออกมาพร้อมมาม่าควันฉุย และเดินมานั่งทานที่ม้าหินหน้าคอนโด หลังจากที่เห็นปันนั่งทานมาม่า และ ข้ามถนนไปซื้อเอง แวบแรกเอมี่ก็บอกไปว่าทำไมทานมาม่า ไม่มีประโยชน์เลย แวบที่สองเอมี่บอกว่าข้ามถนนไปเองได้ยังไงไม่ปลอดภัย แต่สุดท้ายที่เอมี่ทำก็คือ ทานให้อิ่มแล้วไปเรียนให้เรียบร้อย เด๋วเราค่อยคุยกันนะลูก ก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปที่ห้อง และแยกกับปัน

ในคืนนั้นก่อนนอน เรานั่งคุยกันถึงเรื่องที่แอบซื้อมาม่า แอบข้ามถนน และแอบเอาเงินลงไปซื้อถึงแม้จะเป็นเงินเก็บของตัวเองก็ตาม เราแยกคุยกันทีละเรื่อง ก็ได้เรื่องมาว่า อยากจะกินมาม่าบ้าง เพราะขอแม่ก็ไม่ได้กินอยู่ดี เลยคิดว่าซื้อกินเองดีกว่า ว่าแล้วก็จัดเวลาเรียน และเวลากินให้พอดีกัน (ซึ้งทำได้ดีนะ ถ้าไม่คิดว่าแอบทำ เพราะมีเวลาทานและพักก่อนเรียน 30 นาที และสามารถสื่อสาร ให้พี่ที่เซเว่นช่วยจัดการใส่น้ำร้อน และ เดินถือข้ามถนนกลับมานั่งทานได้อย่างปลอดภัย) สุดท้ายเราปิดบทสนทนากันด้วย ความเป็นห่วงของแม่ อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งที่เค้าทำ และบอกเด็กว่า วันหลังจะไปให้บอกด้วย จะได้ฝากซื้อของ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตำหนิเค้ารุนแรงในสิ่งที่เค้าได้ทำไปแล้ว และสิ่งที่จะล้วงความลับได้ง่ายที่สุด คือสร้างความไว้ใจให้เค้ามากที่สุด และทำสำคัญเราต้องเป็นพวกเดียวกัน เพื่อที่จะได้มองโลกในมุมเดียวกัน

เหตุการณ์ที่สอง เกิดหลังบทสนทนาเกี่ยวกับเหตุการณ์แรกไม่นาน เด็กๆก็บอกว่าเคยไปมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกไปซื้อซับเวย์ตามที่แม่บอก แล้วก็พากันข้ามถนนไปซื้อหมากฝรั่ง และ เยลลี่ โดยระหว่างทางที่วิ่งไป เอมิเผลอทำเงินทอนหล่นท่อไปสองบาท ตอนซื้อของที่เซเว่น เอมิเลยขอแลกเงินตัวเอง เพื่อเอามาทอนแม่แทนเงินที่หล่นท่อไป ส่วนพี่ปันหลังจากได้หมากฝรั่งแล้ว ก็รีบเคี้ยวจนหมดก่อนขึ้นมาที่ห้อง (แสดงให้เห็นถึงความเก็บกด555)

เหตุการณ์ที่สาม แต่เป็นเหตุการณ์แรกของเด็กๆ ปันกับเอมิลงไปเรียนเทควันโด แต่ก่อนเข้าเรียน ปันกะเอมิชวนกันไปซื้อมาม่าหมูสับมาแบ่งกันกิน ปันเอาเงินลงไป 15 บาท ซื้อมาม่าเสร็จ เอมิทานได้คำเดียวก็เผ็ดมาก อยากดื่มน้ำ ทั้งสองคนเลยข้ามไปซื้อน้ำด้วยเงินที่เหลือ 5 บาท พอซื้อได้เรียบร้อยก็กลับมานั่งกินกันต่อ เอมิบอกว่า แม่รู้มั้ยเราต้องประหยัดกันมากเลย เพราะมันเผ็ด ต้องแบ่งกันกินน้ำ…ฟังแล้วก็แอบชื่นใจเนอะหลบๆซ่อนๆยังรักกัน 555

เอมี่นั่งฟังไปแบบคิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าเด็กๆที่บ้าน ป3 กับ อ3 จะมีความสัมพันธ์ที่ล้ำลึก และ ซับซ้อนกันขนาดนี้ เราคิดว่าตลอดว่าเราเลี้ยงใกล้ชิด และเราก็เตรียมช่องว่างให้เด็กๆ ได้มีอิสระในการคิด ในการทำสิ่งต่างๆ มากพอสมควร แต่ในวันที่เราได้รู้ ได้เห็นว่าเค้าใช้ช่องว่าง และ ความไว้ใจของเราได้เต็มศักยภาพ และ เติมเต็มความต้องการได้เต็มที่ เราก็ต้องกลับมามองตัวเองใหม่ ว่าอะไรที่มันตึงไป มันคงต้องหย่อนลงมั้ย…เริ่มสต๊อกมาม่า หมากฝรั่ง และ ขนมต้องห้ามไว้บ้างแล้ว ซื้อใจกันหน่อย

จริงๆ หลังจากที่เรานั่งคุยเรื่องความลับกัน เราก็เริ่มแลกเปลี่ยนอะไรกันเยอะขึ้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในปัจจุบัน นั่งอธิบายว่าโลกปัจจุบันนี้ไม่ได้สวยหรู คนใจดี และ คนใจร้ายมีเท่าๆกัน เรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนะกับลูก ที่เราคิดเสมอว่าเค้ายังเด็ก ยังไม่ทันรู้และเข้าใจ แต่ถึงเวลานี้รู้เลยค่ะ ว่าเค้าโตกว่าที่เราคิดมากค่ะ ลูกไปไว เราก็ต้องตามไปให้ทันค่ะ

ตอนนี้เอมี่ก็หวังว่าที่เราคุยกันเปิดใจให้กัน คงทำให้ช่วงว่างที่จะใส่ความลับเล็กๆ ของเด็กลดน้อยลง และเชื่อใจ และไว้ใจแม่มากขึ้น จริงๆ แล้วที่เค้าทำไปเพราะเราห้าม ไม่อยากให้เราดุ และ อยากให้เราเข้าใจ

แค่เข้าใจเท่านั้นค่ะ มาม่า หมากฝรั่ง ลูกอม เยลลี่ ถ้ามันไม่ได้หนักหนาก็จัดไปค่ะ…(ไหงจบงี้หละเนี่ย)
ยังมีอะไรอิกเยอะที่ลูกยังต้องลอง เอาเป็นว่าให้เค้ารู้ประโยชน์ และ โทษ และไว้ใจให้เค้าตัดสินใจชีวิตเค้าเอง เอมี่เชื่อว่า ความรักที่เรามีให้ ย่อมเป็นเกราะป้องกันเค้าได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งค่ะ

1445159842192